กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2564

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 5 พฤษภาคม 2564 | จำนวนเข้าชม 96 ครั้ง

 

กทม.เพิ่มหน่วยคัดกรองตรวจหาเชื้อในชุมชน - เน้นย้ำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้แยกกักตัว
           นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยถึงการขยายการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพฯ ว่า สำนักอนามัย ได้ร่วมกับสำนักป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการสุ่มตรวจค้นหาเชิงรุกในชุมชน เพื่อให้เข้าถึงประชาชนกลุ่มต่าง ๆ และเพิ่มหน่วยคัดกรองตรวจหาเชื้อในชุมชน 6 แห่ง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่ายขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรค และลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมถึงได้เร่งตรวจผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของผู้ป่วย พร้อมติดตามกลุ่มเสี่ยง เพื่อกักตัวและตรวจหาเชื้อตามระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ต้องขอเน้นย้ำประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้แยกกักตัว เนื่องจากขณะนี้พบการติดเชื้อในครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยเมื่อทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ต้องกักตัวอยู่ในห้องแยกต่างหากที่อากาศถ่ายเท ไม่ใช้พื้นที่ส่วนรวม เช่น ครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ร่วมกับผู้อื่น หากไม่สามารถแยกการใช้พื้นที่ส่วนรวมได้ ควรรักษาระยะห่างจากคนอื่นในครอบครัวอย่างน้อย 1 เมตร เลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน ใช้ภาชนะส่วนตัว ไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ขณะเดียวกันควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อต้องออกมาในพื้นที่ส่วนรวมควรให้ผู้ที่อยู่ร่วมกันใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าด้วยเช่นกัน รวมถึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบทำความสะอาดเครื่องใช้และห้องต่าง ๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะห้องน้ำ ตลอดจนแยกขยะ เช่น ถุงมือ กระดาษชำระ หน้ากากอนามัย และทำเครื่องหมายติดป้ายไว้ว่า “ขยะติดเชื้อ” เพื่อป้องกันการติดเชื้อในครอบครัว

 

เข้มงวดกวดขันสถานที่เสี่ยงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19
           นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทกิจ กทม. กล่าวถึงมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 ในสถานที่เสี่ยงว่า กรุงเทพมหานครได้เพิ่มความถี่ตรวจสอบสถานประกอบการและสถานบันเทิงต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยจัดชุดตรวจบูรณาการ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการและสถานบันเทิงทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 29 เม.ย.64 ตรวจสอบไปแล้ว 22,269 แห่ง แบ่งเป็น สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ จำนวน 7,525 แห่ง ร้านอาหาร ศูนย์อาหาร สวนอาหาร ภัตตาคาร จำนวน 14,744 แห่ง ขณะเดียวกันยังได้แนะนำมาตรการป้องกันโรคให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการถือปฏิบัติ เช่น การปรับตัวในการดำรงชีวิตให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normol) และเคร่งครัดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล (D-M-H-T-T-A) ได้แก่ การเว้นระยะห่างทางสังคม (Distancing) สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า (Mask wearing) จัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือประจำที่ร้าน (Hand washing) จัดให้มีเครื่องมือตรวจวัดอุณหภูมิบริเวณทางเข้าออก (Temperature Check) ตรวจหาเชื้อโควิด-19 (Testing) รวมทั้งติดตั้งและใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ” (Application) ทุกครั้งเมื่อเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

 

กทม.ขอความร่วมมือชุมชนป้องกันควบคุมการแพร่กระจายโควิด-19
            นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. กล่าวถึงกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในหลายชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กรุงเทพมหานครมีนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชน โดยกำหนดให้มีจุดคัดกรองทางเข้าออกของชุมชน มีการวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ติดตั้งและใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกนอกเคหสถาน ล้างมือบ่อย ๆ ก่อนสัมผัสใบหน้า ทำความสะอาดร่างกายเมื่อกลับเข้าที่พัก และเว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการติดเชื้อภายในครอบครัว ทำความสะอาดที่อยู่อาศัยเป็นประจำ เป็นต้น ขณะเดียวกันได้ประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบป้องกันควบคุมการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ระบบสุขาภิบาลน้ำ ระบบระบายอากาศ ระบบรักษาความปลอดภัย และดูแลสถานที่ในชุมชนให้มีความปลอดภัย ปลอดเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากในชุมชนพบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเบื้องต้นได้ขอความร่วมมือให้ชุมชนและคณะกรรมการชุมชนจัดสรรเงินสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ตามที่กรุงเทพมหานครได้สนับสนุนทุกเดือนตามขนาดของชุมขน เพื่อใช้จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 รวมทั้งขอให้กรรมการชุมชนแจ้งเหตุให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำชุมชน หรือสำนักงานเขตทราบ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนยื่นคำขอรับการสงเคราะห์และสวัสดิการตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ พ.ศ.2557 ได้ที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมทุกสำนักงานเขต โดยจะได้รับความช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ เงินช่วยเหลือต่อเนื่องจากการรักษาพยาบาล เงินทุนประกอบอาชีพ เงินค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เป็นต้น

 

แจงเลื่อนบรรจุแต่งตั้งข้าราชการ กทม. คำนึงถึงความปลอดภัยผู้มารายงานตัว
            นางอลิสา เงินเส็ง ผู้อำนวยการสำนักงานการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีในสื่อออนไลน์วิจารณ์ กทม.แจ้งเลื่อนกำหนดวันบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ กทม. สามัญ ครั้งที่ 1/2563 ในวันที่ 7 พ.ค.64 ออกไปโดยไม่มีกำหนดว่า กรุงเทพมหานครจำเป็นต้องปฏิบัติตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 ที่ได้เห็นชอบยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยกำหนดให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวดงดการเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.64 จากการสำรวจภูมิลำเนาของผู้ที่สอบแข่งขันได้ที่ต้องเดินทางมารายงานตัว พบว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 281 ราย พื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน 289 ราย และพื้นที่ควบคุม จำนวน 108 ราย หากเรียกมารายงานตัวจะมีผู้ที่ไม่สามารถเดินทางได้ กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องเลื่อนการบรรจุฯ ออกไปก่อน โดยได้ประกาศแจ้งเลื่อนการบรรจุให้ผู้สอบแข่งขันทราบทันทีเมื่อวันที่ 30 เม.ย.64 เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ที่ต้องเดินทางมารายงานตัว ประกอบกับหากผู้ใดไม่มารายงานตัวในวันที่กำหนดจะต้องถูกยกเลิกบัญชีสอบ ซึ่งจะทำให้เสียสิทธิ ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถใช้วิธีการอื่น เช่น การรายงานตัวผ่านระบบออนไลน์ เพราะการส่งตัวผู้สอบแข่งขันได้ไปบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ต้นสังกัดต้องตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลก่อนไปปฏิบัติงานในหน่วยงาน อีกทั้งไม่สามารถทยอยเรียกบรรจุได้ เนื่องจากการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญกำหนดให้เป็นวันเดียวกัน เพราะจะมีผลต่อการนับอายุราชการ อาจเกิดความไม่เท่าเทียมกันในภายหลัง อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครจะพิจารณาเรียกบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการ กทม. สามัญโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่สอบแข่งขันได้ต่อไป

 

กทม.เคร่งครัดดูแลตลาดไม่ให้เป็นพื้นที่เสี่ยงแพร่ระบาดโควิด-19
           นายพินิต อารยะศิลปธร ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือน เม.ย.64 พบการติดเชื้อในตลาดประมาณ 6.4% จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือควบคุมป้องกันโรคว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาดที่อยู่ในกำกับดูแลของสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานครทั้ง 12 แห่ง โดยฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในตลาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งกำชับเน้นย้ำผู้ค้า ผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ และผู้ที่เข้าไปใช้บริการในตลาดต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่อเข้าไปใช้บริการ จัดจุดคัดกรองบริเวณประตูทางเข้า-ออก จุดบริการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล มีมาตรการเว้นระยะห่าง ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด ทำความสะอาดพื้น พื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ และจัดเก็บขยะมูลฝอยให้เรียบร้อยทุกวัน เพื่อความปลอดภัยของผู้ประกอบการค้าและประชาชนผู้เข้าไปใช้บริการในตลาด นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือผู้ค้าและประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ให้แสดงตน ไม่ปกปิดข้อมูล เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโรคและกักกันตัว เพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน