กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2564

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 10 มิถุนายน 2564 | จำนวนเข้าชม 43 ครั้ง

กทม.เร่งตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าวคลัสเตอร์วงเวียนใหญ่ ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

            นายชาติชาย กุละนำพล ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กทม. กล่าวกรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริเวณคลัสเตอร์วงเวียนใหญ่ ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่ 3 แห่ง และมีแรงงานต่างด้าวทำงานจำนวนมาก ขอให้ภาครัฐและ กทม. เร่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดว่า สำนักงานเขตคลองสานร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 28 กรุงธนบุรี สำนักอนามัย กทม. เร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 และดำเนินการสอบสวนโรค โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการตลาด รวมถึงผู้นำชุมชนในพื้นที่ช่วยคัดกรองและค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเข้าสู่กระบวนการตรวจหาเชื้อ โดยไม่แบ่งแยกแรงงานที่มีใบอนุญาตทำงาน หรือไม่มีใบอนุญาต แต่พิจารณาจากการควบคุมโรคอย่างทันท่วงทีเป็นสำคัญ โดยสำนักอนามัยเป็นผู้ตรวจสอบสิทธิของผู้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 หากได้รับอนุญาตให้ตรวจได้ สำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุขจะดำเนินการตามมาตรการทันที เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ นอกจากนั้น ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้มาตรการป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ชุดตรวจร่วม ประกอบด้วย สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ตำรวจ และทหารกวดขันสถานประกอบการให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและแรงงานทราบข้อมูลการเข้าตรวจเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 ในสถานที่ที่ให้บริการของรัฐ

             นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า สำนักอนามัยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการตรวจสอบสิทธิผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวและนำเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว รวมทั้งป้องกันการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อไปในพื้นที่อื่น ๆ ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และขอความร่วมมือนายจ้างและสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวนำแรงงานต่างด้าวเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ตามแนวทางที่กำหนด รวมทั้งกำชับให้แรงงานต่างด้าวปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด

 

กทม.ตรวจสอบความแข็งแรงท่าเทียบเรือ เพิ่มความปลอดภัยการสัญจรทางน้ำ

             นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวกรณีผู้ให้บริการเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ เส้นทางท่าเรือวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ระบุขณะนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้พื้นทางเดินบริเวณท่าเรือทั้ง 27 แห่ง เปียกชื้นตลอดเวลา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม จึงเตรียมประสาน กทม. เพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณท่าเรือคลองแสนแสบ พร้อมทั้งตรวจสอบปริมาณน้ำในคลองว่า สำนักการจราจรและขนส่งได้ประสานสำนักงานเขตพื้นที่และกรมเจ้าท่า เพื่อตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของท่าเทียบเรือโดยสารในคลองแสนแสบ โดยสำนักงานเขตพื้นที่จะตรวจสอบและจัดส่งข้อมูลให้สำนักการจราจรและขนส่งเข้าตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ท่าเทียบเรือ หากพบสิ่งที่ไม่เหมาะสม เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย จะแจ้งผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือกรมเจ้าท่าดูแลประชาชนที่ใช้บริการขนส่งทางน้ำทั้งในคลองแสนแสบและแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยจากการสำรวจท่าเทียบเรือในคลองแสนแสบ พบว่าส่วนใหญ่ยังมีความปลอดภัยเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนใช้บริการขนส่งทางน้ำด้วยความระมัดระวังทั้งการก้าวขึ้น หรือลงเรือ เนื่องจากช่วงฝนตกอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ หากพบเห็นสิ่งที่อาจจะไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งมายังศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ กทม. 1555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

           นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สำนักการระบายน้ำ จะลดระดับน้ำในคลองแสนแสบตามแผนป้องกันน้ำท่วม เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนจากสถานีสูบน้ำต่าง ๆ ที่สูบระบายน้ำในพื้นที่ลงคลองแสนแสบ โดยมีเครื่องมือสำคัญในการลดระดับน้ำ คือ อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบตัดคลองลาดพร้าว และสถานีสูบน้ำ ซึ่งระดับน้ำที่ควบคุมจะต้องไม่ต่ำจนเกินไป เนื่องจากมีการเดินเรือโดยสาร แต่หากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งจะมีพายุ หรือสถานการณ์ฝนตกหนัก ทำให้ระดับน้ำในคลองแสนแสบมีระดับสูง จะประสานผู้ให้บริการเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ เพื่อหยุดการเดินเรือ หรือปรับแผนช่วงเวลาเดินเรือในช่วงดังกล่าว 

 

 

ช่วยเหลือเยียวยาผู้เช่าแผงค้าในตลาด กทม. ที่มีคำสั่งปิด

             นายพินิต อารยะศิลปธร ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวขอให้พิจารณาเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าในตลาดสดที่สำนักงานตลาด กทม. ดูแล ด้วยการลดค่าเช่าในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่เฝ้าระวัง และพิจารณางดเก็บค่าเช่าแผงให้ผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ที่ถูกสั่งปิดตามมาตรการควบคุมโรคของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครว่า สำนักงานตลาด กทม.ได้มีประกาศ เรื่อง มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เช่าแผงค้าและผู้เช่าอื่นภายในตลาดในกำกับดูแลของสำนักงานตลาด กทม. จำนวน 12 แห่ง โดยยกเว้นการจัดเก็บค่าเช่า หรือค่าบริการรายวัน และค่าบริการส่วนกลาง (ถ้ามี) จากผู้เช่าแผงค้าที่ถูกสั่งปิดกิจการตามประกาศ กทม. เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 15) และ (ฉบับที่ 16) จนกว่าจะยกเลิกคำสั่งปิด หากมีการเปิดสถานที่ก่อนวันที่ 31 ส.ค.64 ให้ชำระค่าเช่า หรือค่าบริการรายวันในอัตราร้อยละ 50 กรณีผู้เช่าที่ไม่ได้ถูกสั่งปิดตามประกาศฯ และสัญญาเช่าอื่น ๆ ให้ปรับลดค่าเช่าร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ส.ค.64 กรณีตลาดชุมชนที่จัดเก็บค่าบริการเป็นรายวันให้ปรับลดค่าบริการรายวัน ร้อยละ 50 ตั้งแต่วันประกาศจนถึงวันที่ 31 ส.ค.64 ให้ผู้ค้าและผู้เช่าตามสัญญาเช่าอื่น ๆ ที่มีหนี้ค้างชำระตั้งแต่เดือน มี.ค. - 31 ธ.ค.63 ให้เริ่มผ่อนชำระหนี้ค้างเป็นระยะเวลา 5 เดือนๆ ละ ร้อยละ 20 ของหนี้ค้างทั้งหมด เริ่มชำระตั้งแต่เดือน ก.ย.64 - ม.ค.65 โดยงดเว้นค่าปรับพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี)