กทม.แจงร่าง TOR โครงการเตาเผาขยะอ่อนนุช-หนองแขม เป็นไปตามกฎหมาย

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 17 พฤศจิกายน 2561 | จำนวนเข้าชม 667 ครั้ง

 

           นายชาตรี วัฒนเขจร รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ชี้แจงถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อกำหนดในร่างขอบเขตงาน (TOR) โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม รวม 2 โครงการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ทั้งในส่วนของการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน การกำหนดระยะเวลาการรับฟังคำวิจารณ์ของผู้ประกอบการ การกำหนดค่าจ้างดำเนินการกำจัดมูลฝอยของโครงการในอัตรา 900 บาทต่อตัน และการกำหนดคะแนนการพิจารณา

 

*จ้าง มจพ. เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ จัดทำร่าง TOR โครงการเตาเผาขยะ

          กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้จ้างที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม (IEE) ของโครงการ ซึ่งในข้อกำหนดของงานจ้างที่ปรึกษาฯ ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 และตามข้อกำหนดของการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยได้นำผลการศึกษาเสนอขอความเห็นชอบโครงการต่อคณะกรรมการกลางการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยของกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเรียบร้อยแล้ว

 

*เปิดร่าง TOR แจงข้อกำหนดประเด็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

          ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 และร่าง TOR ได้กำหนดประเด็นด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอรายละเอียดการดำเนินการไว้แล้ว เช่น จะต้องติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อบำบัดน้ำเสียในโครงการน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วให้เป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษ ในส่วนของมลพิษทางเสียงและการสั่นสะเทือนจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งตามที่กฎหมายอื่นกำหนด นอกจากนี้ยังต้องมีระบบป้องกันมลพิษทางอากาศ รวมทั้งการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในบริเวณโครงการอย่างน้อย 1 จุด และภายนอกโครงการอย่างน้อย 4 จุด ทุกๆ 6 เดือน ประกอบกับ TOR ยังได้กำหนดให้ ก่อนดำเนินการก่อสร้างโครงการและระหว่างดำเนินการบริหารจัดการโครงการ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนด ข้อบังคับ กฎเกณฑ์ ประกาศ ระเบียบของทางราชการ ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ทั้งที่มีขึ้นเพื่อบังคับทั้งในปัจจุบันและที่จะมีขึ้นเพื่อบังคับใช้ในอนาคต

 

*รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการผ่านเว็บไซต์ตามระเบียบกระทรวงการคลัง

          ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ 4 วัน นั้น เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 46 ออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ต้องนำร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ประกาศทางเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ให้สามารถตรวจสอบและท้วงติง ในระยะเวลาที่กำหนด เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความคิดเห็น และสามารถท้วงติงไปยังหน่วยงานได้โดยตรงกรณีไม่เห็นพ้องต่อร่าง TOR ที่กำหนดไว้ โดยเปิดเผยตัว

 

*ปรับลดค่าจ้างกำจัดมูลฝอยเหลือ 900 บาทต่อตันถูกกว่าอัตราที่ที่ปรึกษาโครงการฯ กำหนด

           นอกจากนี้ กรณีค่าจ้างดำเนินการกำจัดมูลฝอยของโครงการนั้น จากผลการศึกษาโดยที่ปรึกษาโครงการฯ ได้คำนวณค่าความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ที่เอกชนจะสามารถลงทุนได้ในหลายอัตรา โดยได้แนะนำค่าจ้างดำเนินการกำจัดมูลฝอย (Tipping Fee) ในอัตรา 1,000 บาทต่อตัน ซึ่งจะได้ค่าอัตราผลตอบแทนภายในเท่ากับ 9.10 แม้ว่าจะทำให้เอกชนมีกำไรในการบริหารจัดการเตาเผาขยะน้อยกว่าที่ประมาณการ แต่กทม.ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก จึงได้ปรับลดค่าจ้างดำเนินการกำจัดมูลฝอยเหลือ 900 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่ยังสามารถบริหารจัดการได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร

 

*เตาเผาขยะกทม.ราคาสูง เพราะใช้เทคโนโลยีเหมาะกับลักษณะขยะในกรุงเทพฯ

          การดำเนินโครงการเตาเผาขยะของกทม. มีราคาแตกต่างจากเตาเผาขยะของหน่วยงานอื่นๆ นั้น เนื่องจากมีรายละเอียดการดำเนินการที่แตกต่างกัน โดยของหน่วยงานอื่นจะมีการปรับอัตราค่าจ้างตามอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นประมาณ 3% ต่อปี ขณะที่กทม.เป็นอัตราตายตัว ไม่มีการปรับลดตามอัตราเงินเฟ้อ อีกทั้งมีความแตกต่างของเทคโนโลยีระบบเตาเผา และการกำจัดเถ้า ซึ่งเตาเผาของกทม.เหมาะกับการเผาขยะจากบ้านเรือนซึ่งเป็นขยะสด ขยะเปียกที่มีความชื้นสูง ขณะที่หน่วยงานอื่นเป็นการเผาขยะเก่าในบ่อฝังกลบ ซึ่งมีความชื้นน้อยกว่าและองค์ประกอบของขยะไม่เหมือนกัน รวมทั้งการที่เอกชนบางแห่งเป็นเจ้าของเตาเผาในที่ดินเอกชน ไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นของราชการเมื่อสิ้นสุดโครงการเหมือนของกรุงเทพมหานคร

          นอกจากนี้ เงื่อนไขของการขายไฟฟ้าจากโครงการของกทม. ซึ่งเป็นโครงการขนาดเล็ก (SPP) จะสามารถขายไฟฟ้าให้กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ในอัตรา 3.66 บาทต่อหน่วย ทำให้มีรายได้จากการขายไฟต่ำกว่าโครงการที่มีขนาดเล็กมาก (VSPP) ที่สามารถขายไฟฟ้าได้ในอัตรา 5.80 บาทต่อหน่วย ทำให้มีรายได้ต่ำกว่าของหน่วยงานอื่นประมาณ 40% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อค่าจ้างกำจัดมูลฝอย (Tipping Fee) ประกอบกับผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับความเสี่ยงในการขายไฟฟ้าเองอีกด้วย

 

*ใช้เกณฑ์คุณภาพ 90-10 เพื่อให้ได้เทคโนโลยีขั้นสูง ในราคาที่เหมาะสม

          สำหรับเกณฑ์พิจารณาด้านเทคนิคและราคา นั้น กทม.ให้น้ำหนักการพิจารณาด้านคุณภาพและราคา 90-10 เนื่องจากต้องการได้เตาเผาขยะที่มีคุณภาพและใช้เทคนิคขั้นสูง ซึ่งผู้ผลิตและผู้ประกอบการจะต้องมีประสบการณ์ เพื่อไม่ให้โครงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน หากใช้เกณฑ์ราคามากกว่าคุณภาพ โดยเน้นราคาต่ำสุด อาจจะได้เทคโนโลยีที่ไม่ดี ไม่ได้คุณภาพ และไม่ได้ผู้ที่มีประสบการณ์ ความชำนาญ และความเข้าใจในการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้การพิจารณาผลการประกวดราคาได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ซึ่งมีทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 5 คน

 

 

อัลบั้มภาพ