จำลองสถานการณ์สารแอมโมเนียรั่วไหล ซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเพิ่มศักยภาพบุคลากร

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 22 สิงหาคม 2561 | จำนวนเข้าชม 184 ครั้ง

          (22 ส.ค. 61) นายชาลี วชิรศรีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินทางการแพทย์เต็มรูปแบบประจำปี 2561 ตามโครงการระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย ซึ่งกรุงเทพมหานครโดยศูนย์เอราวัณและโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดขึ้น ณ ลานชุมชนวัดไผ่เงิน เขตบางคอแหลม เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจในอำนาจหน้าที่ และขั้นตอนการปฎิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัย อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างกัน เพื่อช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          สำหรับการซ้อมแผนฯ เป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินในการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานครที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี มุ่งให้ประชาชนได้รับบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยขั้นวิกฤติทั้งในสถานการณ์ปกติหรือสาธารณภัยและภัยพิบัติ ตลอดจนการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีความพร้อมปฎิบัติการเมื่อเกิดเหตุการณ์เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับวันนี้เป็นการจำลองสถานการณ์อุบัติภัยสารเคมีแอมโมเนียรั่วไหลจากเหตุไฟไหม้โรงงานน้ำแข็ง โดยมีหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตบางคอแหลม โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลตากสิน ศูนย์เอราวัณ สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร โรงพยาบาลเลิศสิน โรงพยาบาลบางปะกอก 1 โรงพยาบาลบางปะกอก 9 โรงพยาบาลพระราม 2 โรงพยาบาลสุขสวัสดิ์ โรงพยาบาลบางมด โรงพยาบาลประชาพัฒน์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร มูลนิธิสยามรวมใจ กู้ชีพกูบแดง กู้ชีพหงส์แดง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมซ้อมแผน

          ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจึงได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินเพื่อเป็นการทดสอบและประเมินความพร้อมในการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินตามหลักการ ขั้นตอนปฎิบัติ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้ ไม่เกิดความสับสนขณะปฎิบัติการ สามารถช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการประเมินศักยภาพและความพร้อมการร่วมปฏิบัติงานเพื่อนำไปสู่การวางแผนพร้อมในการรับมือกับสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร
——————— (พัทธนันท์...สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ