แนะป้องกันโรคติดต่อและภัยที่เกิดในฤดูหนาว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 17 พฤศจิกายน 2561 | จำนวนเข้าชม 52 ครั้ง

 

          นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า ช่วงฤดูหนาวอากาศเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคสำคัญที่สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็กเล็กอายุ 0 – 4 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง ซึ่งโรคและอาการสำคัญที่พบบ่อยในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ 1. โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ทางการไอ จาม อาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บหรือแสบคอ สำหรับไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกระดูกและกล้ามเนื้อมาก หรืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย 2. โรคติดเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) อาการสำคัญเหมือนโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ และมีอาการคัดจมูก ผู้ป่วยมักหายเองได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเกี่ยวกับหัวใจและปอด และผู้ป่วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หากพบว่ามีไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ไอ มีเสมหะ หายใจเร็วและแรง หอบเหนื่อย หรือมีเสียงวี๊ดขณะหายใจ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ 3. โรคปอดบวม การติดต่อเหมือนโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ อาการสำคัญ คือ มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส ไอ หอบ หายใจเร็ว 4. โรคหัด อาการสำคัญคล้ายไข้หวัด แต่จะมีเยื่อบุตาแดง ผื่นแดง มักขึ้นตามไรผมและซอกคอ ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงจากการไอ จาม สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลายผู้ป่วย เป็นต้น 5. โรคสุกใส อาการสำคัญ คือ มีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและปวดเมื่อยตามตัว ร่วมกับมีตุ่มมีน้ำใสและคัน 6. โรคมือ เท้า ปาก อาการสำคัญ คือ มีไข้ 2 – 4 วัน เบื่ออาหาร มีแผลคล้ายแผลร้อนในที่ปาก ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้มและมีผื่นเป็นจุดแดง ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำพองใส แดง บริเวณที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ต้นขา หรือที่ก้น ไม่มีอาการคัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 10 วัน 7. โรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็ก ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กมีอายุต่ำกว่า 2 ปี ติดต่อโดยการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน อาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหรือถ่ายเหลวบ่อยครั้ง โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรง และ 8. อันตรายจากการดื่มสุราแก้หนาว ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ไม่ได้เพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย แต่จะทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง จึงรู้สึกร้อนวูบวาบ ใบหน้าดูแดงระเรื่อ หากดื่มแอลกอฮอล์เป็นจำนวนมากจะมีผลต่อประสาทส่วนกลางอาจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้หากนั่งดื่มสุราขณะผิงไฟอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เสื้อผ้า ผิวหนังพุพองจากความร้อน เปลวไฟ หรือไฟไหม้บ้านได้

 

          ทั้งนี้จึงควรดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคติดต่อและและภัยที่เกิดในฤดูหนาว ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้ 1. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ 2. หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำให้สะอาด หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ 3. ดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อม กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลอย่างถูกต้อง ดูแลรักษาและทำความสะอาดอาคาร สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ เป็นประจำและสม่ำเสมอด้วยน้ำยาทำความสะอาด 4. หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัดหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก 5. หากป่วยเป็นโรคสุกใส ควรตัดเล็บให้สั้นหลีก เลี่ยงการเกาตุ่มน้ำเพื่อป้องการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการซื้อยาสมุนไพรหรือยาเขียวมารับประทานเอง และควรหยุดเรียนหรือหยุดงานประมาณ 1 สัปดาห์ 6. เด็กที่เป็นโรคอุจจาระร่วง อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำรุนแรง ควรให้รับประทานอาหารเหลวบ่อยๆ เช่น น้ำข้าวต้ม น้ำแกงจืด และให้ดื่มนมแม่ เป็นต้น 7. สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้อง
กรณีพบผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าว ควรเฝ้าสังเกตอาการ หากพบว่ามีไข้สูง เหนื่อยหอบ ชายโครงบุ๋ม ท้องร่วง หรือสงสัยว่าป่วยเป็นโรคติดต่อและมีอาการรุนแรง ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว
----------------------------- (พัทธนันท์...สปส./ปชส.สนอ. รายงาน)