กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 25 พฤศจิกายน 2563 | จำนวนเข้าชม 30 ครั้ง

 กทม.ชี้ใช้รถฉีดพ่นน้ำลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง - ตรวจวัดควันดำรถฉีดพ่นน้ำทุก 6 เดือน
           นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวกรณีนักวิชาการเตือนการใช้รถฉีดพ่นน้ำ เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย เป็นการสิ้นเปลืองน้ำ และไม่ได้ช่วยลดฝุ่น อีกทั้งเครื่องยนต์ของรถที่นำมาใช้ยังเป็นตัวก่อมลพิษว่า มาตรการฉีดล้างต้นไม้ใบไม้ การล้างถนน และการฉีดพ่นละอองน้ำจากอาคารสูงของกรุงเทพมหานคร แม้ไม่ได้เป็นการลดฝุ่นละออง PM2.5 โดยตรง แต่การฉีดล้างต้นไม้ใบไม้ ทั้งบริเวณริมถนนและสวนสาธารณะ เป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวในการดักจับฝุ่นละออง การล้างทำความสะอาดและดูดฝุ่นริมถนน เป็นการลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นขณะรถวิ่งผ่านและลดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่บริเวณริมถนน การฉีดน้ำบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เป็นการลดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย และการฉีดพ่นละอองน้ำจากอาคารสูง ช่วยให้ฝุ่นละอองสามารถรวมตัวกันได้ดีและตกลงสู่พื้นดินง่ายขึ้น นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้ตรวจวัดควันดำของรถที่ใช้ในการฉีดพ่นน้ำ ทุก 6 เดือน เพื่อควบคุมให้มีค่าควันดำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วย

 

 

ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่างพร้อมรับนักท่องเที่ยว
           นายสมบูรณ์ หอมนาน รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. กล่าวกรณีในสื่อสังคมออนไลน์ชื่นชมโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง และขอให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาเที่ยวที่คลองโอ่งอ่าง รวมทั้งเพิ่มที่นั่งเล่นและจุดทิ้งขยะว่า สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ได้มีแผนประชาสัมพันธ์การจัดงานถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง โดยเผยแพร่กิจกรรมการจัดงานระหว่างเวลา 16.00 - 22.00 น. เป็นประจำทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ พร้อมข้อความเชิญชวนทางเฟซบุ๊ก “Bangkok Tourism Division ส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร” รวมถึง www.bangkoktourist.com เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้เผยแพร่ข้อมูลการจัดงานผ่านเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ตลอดจนประสานงานสมาคม/องค์กรด้านการท่องเที่ยว อาทิ สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมโรงแรม สมาคมมัคคุเทศก์ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นายสุรเดช อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตพระนคร กทม. กล่าวว่า ในส่วนของเก้าอี้ หรือที่นั่งเล่นสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ปัจจุบันได้จัดเตรียมเก้าอี้ไม้ยาว จำนวน 20 ตัว ไว้บริการประชาชน โดยจะตั้งอยู่ในจุดที่ไม่กีดขวางการสัญจรของประชาชน อีกทั้ง ยังได้ตั้งวางถังขยะแบบห่วงตลอดแนวตั้งแต่สะพานดำสถิตย์ - สะพานภาณุพันธ์ - สะพานหัน -สะพานบพิตรพิมุข ทั้งหมด 7 จุด จุดละ 2 ห่วง โดยคำนึงถึงความสะดวกในการสัญจรของประชาชน ตลอดจนไม่ให้บดบัง Street Art และไม่ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่สวยงาม นอกจากนี้ยังจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดประจำอยู่ในพื้นที่ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตฯ จะพิจารณาจุดตั้งถังขยะเพิ่มเติม เพื่อบริการประชาชนต่อไป

           นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ กทม. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง ได้แบ่งพื้นที่การจัดงานเป็นสัดส่วนตามกิจกรรมย่อย ได้แก่ ชานแชะ ชานชิม ชานช็อป ชานวัฒนธรรม และชานเรือน พร้อมจุดนั่งพัก นั่งเล่น หรือจุดนั่งรับประทานอาหารสำหรับประชาชน ตามลักษณะของพื้นที่ ทั้งแบบถาวรและแบบชั่วคราว เป็นระยะทาง 750 เมตร ตลอดริมคลองโอ่งอ่าง ทั้งฝั่งเขตสัมพันธวงศ์ และเขตพระนคร ขณะเดียวกันได้จัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จัดระเบียบผู้ค้า อำนวยความสะดวก รวมถึงดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาและวันการจัดงานฯ อีกทั้งประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ของแต่ละสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

           นายพินิต อารยะศิลปะธร ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแผนการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาท่องเที่ยวที่คลองโอ่งอ่างโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุดยาวว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้จัดให้มีกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น ในเดือนพฤศจิกายน ได้เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวแต่งคอสเพลย์มาเดินเที่ยวโอ่งอ่าง อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดให้มีกิจกรรมพายเรือคายัคในคลองโอ่งอ่าง และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนได้แสดงความสามารถทางด้านศิลปะ ดนตรี และมายากล นอกจากนั้น ยังมีแผนจัดกิจกรรมบริเวณคลองโอ่งอ่างไว้บริการนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย

 

 

พิจารณาอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการ
           นายประพาส เหลืองศิรินภา รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. เปิดเผยถึงการพิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนว่า ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้พิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการ โดยจะจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราไม่เกิน 65 บาท ตลอดสาย ซึ่งจากผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 พบว่าหากคิดอัตราค่าโดยสารพื้นฐาน (Base Fare) ค่าโดยสารตามแนวเส้นทางหลัก 44 บาท ค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 1 คิด 15 บาท และค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 2 คิดจาก 15 + 3x (x= จำนวนสถานี) ทำให้ส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะมีอัตราค่าโดยสาร 60 บาท และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ จะมีอัตราค่าโดยสาร 39 บาท เมื่อรวมทั้ง 3 ส่วนแล้ว ดังนั้น อัตราค่าโดยสารพื้นฐาน (Base Fare) จะมีอัตราค่าโดยสารสูงสุด 158 บาท (44 + 15 + 60+39) การคิดอัตราค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย จึงเป็นอัตราที่เหมาะสม เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นหลัก