กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 21 พฤษภาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 29 ครั้ง

         

เน้นย้ำวิธีปฏิบัติตนลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19
         นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการสร้างความตระหนักและเน้นย้ำวิธีปฏิบัติตนในบ้านพักอาศัยและในสถานที่ทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลตามมาตรการ physical distancing และ social distancing โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีพื้นที่จำกัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ มีผลอย่างยิ่ง เช่น งดการกอด การใช้ช้อนส่วนตัวในการตักอาหาร หรือหากพื้นที่จำกัดมาก ๆ ควรงดการรับประทานอาหารร่วมกัน งดการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในบ้านร่วมกันโดยเฉพาะกิจกรรมที่มีการพูดคุย หัวเราะเสียงดัง เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค รวมทั้งเน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชนในการป้องกันตนเองและปฏิบัติตนตามมาตรการเว้นระยะห่างในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ใช้แอลกอฮอล์เจล รวมถึงการเว้นระยะห่างทางกายภาพ ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

 

 

เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการก่อสร้าง/การใช้งานทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ
         นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตสาเหตุที่ทำให้ทางเท้าในกรุงเทพฯ ทรุดโทรมเร็ว เป็นเพราะประชาชนใช้งานไม่ถูกวัตถุประสงค์หรือเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานว่า สำนักการโยธา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของทางเท้า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงคนเข้าสู่โครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะ จึงได้จัดทำมาตรฐานทางเท้า เพื่อทุกคนในสังคมขึ้นทดแทนมาตรฐานทางเท้าเดิม โดยได้กำหนดลักษณะหรือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ทางเท้าได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างของชั้นพื้นฐานทางเท้า ประกอบด้วย ชั้นคอนกรีตหยาบ ชั้นปูนทรายสำเร็จรูป และใช้กระเบื้องคอนกรีตสำหรับปูพื้น เพื่อควบคุมคุณภาพการก่อสร้างให้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดปัญหาระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง อีกทั้งลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน นอกจากนั้น ยังได้เข้มงวดตรวจสอบการก่อสร้างทางเท้าของบริษัทผู้รับเหมาและตรวจสอบสภาพทางเท้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยกำชับต้องมีการเว้นทางเท้าให้ประชาชนสามารถเดินได้ในขณะทำงานและต้องมีการกั้นพื้นที่การทำงานให้ชัดเจน และหากทางเท้าแคบขณะปรับปรุง ประชาชนต้องลงเดินบนถนน จะต้องดำเนินการกั้นแนวทางเดินบนถนนให้ปลอดภัย ซึ่งหากไม่ดำเนินการหรือทำให้ประชาชนเดือดร้อนจะสั่งหยุดงาน เพื่อแก้ไขทันที ส่วนกรณีมีหน่วยงานสาธารณูปโภคอื่นเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ ได้กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

         นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวว่า สำนักเทศกิจ คำนึงถึงความสะดวกปลอดภัยของผู้ใช้ทางเท้า และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง รวมถึงการมุ่งสร้างวินัยที่ดีของผู้ขับขี่รถให้ยึดถือปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้น้อยลง จึงได้กำหนดโครงการกวดขัน จับ ปรับ ผู้ขับขี่ หรือจอดรถบนทางเท้าสาธารณะ โดยสำนักเทศกิจ ร่วมกับทุกสำนักงานเขตจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ตรวจตรา กวดขัน จับกุมผู้ฝ่าฝืนในแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด ซึ่งจากการเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่เทศกิจ ส่งผลให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้ใช้ทางเท้าได้รับความสะดวก มีความปลอดภัย และผู้ใช้ยวดยานในเขตเมืองมีวินัยด้านจราจรดีขึ้น ทั้งนี้จะขยายผลการดำเนินการ โดยจะใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบ ติดตามดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อให้จำนวนผู้ฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้าลดลงอย่างต่อเนื่อง