กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2563

เผยแพร่โดย : วิทยา บาริศรี | 24 มิถุนายน 2563 | จำนวนเข้าชม 19 ครั้ง

เข้มงวดมาตรการป้องกันโควิด-19 ในระบบขนส่งสาธารณะ รองรับผ่อนคลายการรักษาระยะห่างทางสังคม
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อาจพิจารณาแนวทางผ่อนคลายมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในขนส่งสาธารณะทุกระบบว่า กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมแนวทางปฏิบัติในการผ่อนคลายมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอส อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ประสานกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เพื่อเน้นย้ำให้เข้มงวดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงดำเนินมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดทั้งมาตรการสำหรับผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะใช้บริการ การคัดกรองผู้ใช้บริการโดยตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ มีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยทำเครื่องหมายเว้นระยะทั้งบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารและบนชานชาลา เพิ่มความถี่และเพิ่มขบวนรถในการให้บริการ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์แนะนำการป้องกันโรค ส่วนผู้ปฏิบัติงานให้ตรวจวัดอุณหภูมิ เพื่อคัดกรองก่อนเข้าปฏิบัติงานและต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาปฏิบัติงาน ตลอดจนทำความสะอาดทั้งในขบวนรถและบริเวณสถานีรถไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ สำหรับระบบขนส่งสาธารณะและระบบขนส่งทางน้ำที่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด

 

เตรียมจัดทำช่องเว้าให้รถสาธารณะจอดรถรับ-ส่งผู้โดยสารใต้สถานีบีทีเอสสายสีเขียว 16 สถานี 22 จุด
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวกรณีประชาชนร้องเรียนมีรถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสารบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่งผลให้การจราจรติดขัดว่า กรุงเทพมหานครได้หารือกับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางจัดทำช่องเว้าสำหรับรถสาธารณะจอดรถรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยจะดำเนินการโครงการนำร่องในปี 2563 จำนวน 16 สถานี 22 จุด แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบที่ 1 ปรับปรุงเป็นช่องเว้าบริเวณทางเท้าใกล้สถานีรถไฟฟ้า ขนาด 3.50x13.00 เมตร ในสถานีสยาม บางจาก และวงเวียนใหญ่ จำนวน 3 จุด รูปแบบที่ 2 ปรับปรุงเป็นช่องเว้าบริเวณทางเท้าใกล้สถานีรถไฟฟ้า ขนาด 1.50x10.00 เมตร ในสถานีหมอชิต อารีย์ สนามเป้า ราชเทวี ชิดลม เพลินจิต บางจาก ปุณณวิถี อุดมสุข ราชดำริ กรุงธนบุรี และวงเวียนใหญ่ จำนวน 15 จุด และรูปแบบที่ 3 ปรับปรุงช่องเว้าที่มีอยู่เดิมให้เป็นไปตามรูปแบบที่ 1 และ 2 ในสถานีหมอชิต สะพานควาย สุรศักดิ์ และสนามกีฬาแห่งชาติ จำนวน 4 จุด ซึ่งการปรับปรุงช่องเว้าดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไปใช้เป็นจุดจอดรับส่งชั่วคราว สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลขน รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อจัดระเบียบการจราจรบริเวณสถานีรถไฟฟ้า สำหรับสถานีอื่น ๆ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต กรุงเทพมหานครจะดำเนินการสำรวจและพิจารณาความเหมาะสมของรูปแบบและตำแหน่งการจัดทำช่องเว้าสำหรับรถสาธารณะจอดรถรับส่งผู้โดยสาร ตลอดจนจะขอจัดสรรงบประมาณดำเนินการในระยะต่อไป

 

กทม.รณรงค์สร้างจิตสำนึกไม่ทิ้งขยะลงคลอง - เพิ่มความถี่จัดเก็บขยะในชุมชนริมคลองลาดพร้าว
         นายอนุชิต พิพิธกุล ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กทม. กล่าวกรณีสื่อมวลชนเสนอข่าวคลองลาดพร้าว ในพื้นที่เขตห้วยขวางและเขตจตุจักรเต็มไปด้วยขยะลอยเกลื่อนจำนวนมาก ทั้งที่มีการจัดเก็บขยะอย่างสม่ำเสมอว่า สำนักงานเขตห้วยขวาง มีแนวทางรณรงค์ประชาสัมพันธ์ลดปริมาณขยะในคลองและป้องกันไม่ให้ขยะกีดขวางทางระบายน้ำ โดยจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ “ทิ้งเป็นที่เก็บเป็นเวลา” ตามแนวคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ และจัดกิจกรรมอนุรักษ์คลองลาดพร้าว พร้อมรับฟังปัญหาการทิ้งขยะในที่ประชุมคณะกรรมการชุมชนและทางกลุ่ม Line ประธานชุมชนเป็นประจำทุกเดือน ขณะเดียวกันฝ่ายเทศกิจได้ลงพื้นที่แจกประกาศสำนักงานเขต เรื่องห้ามเทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย น้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนนหรือในทางน้ำแก่ประชาชนในชุมชน พร้อมขอความร่วมมือประธานชุมชนประกาศห้ามทิ้งขยะลงคลองผ่านเสียงตามสาย หากตรวจพบการกระทำความผิด จะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที นอกจากนี้ ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ยังได้จัดเก็บขยะทั่วไปในชุมชนริมคลองทุกวันและทุกวันพุธของสัปดาห์จะจัดกิจกรรมนัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ตามชุมชนที่อยู่ริมคลอง อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตฯ จะเพิ่มความถี่การจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ในชุมชนที่อยู่ริมคลองทั้งหมดต่อไป
นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตจตุจักรได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะรณรงค์ขอความร่วมมือประชาชนในชุมชนและสร้างจิตสำนึกคนในชุมชนไม่ทิ้งขยะลงคลอง ป้องกันไม่ให้มีขยะกีดขวางทางระบายน้ำ จัดกิจกรรมนัดเวลาทิ้งขยะชิ้นใหญ่ตามบ้านเรือนประชาชน และกำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้าจัดเก็บขยะตามบ้านเรือนประชาชนริมคลองลาดพร้าวตามวันและเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองลาดพร้าว ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน จัดทำน้ำหมักชีวภาพและรณรงค์ให้ใช้บ่อดักไขมัน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำและป้องกันน้ำเน่าเสีย ขณะเดียวกันฝ่ายเทศกิจได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ในชุมชนริมคลองลาดพร้าว และปิดประกาศสำนักงานเขตจตุจักร เรื่องขอความร่วมมือไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้น ในปีงบประมาณ 2563 คลองลาดพร้าว เป็นคลองเป้าหมายในการดำเนินการโครงการ Best Service ของสำนักงานเขตจตุจักร ภายใต้ชื่อ “โครงการประชาร่วมใจ คืนความสดใสคลองลาดพร้าว” เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำคลองลาดพร้าว ไม่ให้มีขยะในคลอง รวมทั้งให้คลองลาดพร้าวเป็นคลองที่สวยงาม ร่มรื่น ทั้งนี้ สำนักงานเขตจตุจักร จะดำเนินการตามแผน ที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงลดปัญหาขยะในคลองลาดพร้าวอีกด้วย