กทม.ชีั้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 30 มิถุนายน 2563 | จำนวนเข้าชม 19 ครั้ง

เสริมความสูงแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา - ป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าพื้นที่ชุมชน
          นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวกรณีคอลัมนิสต์เสนอบทความ ระบุในเดือน ก.ย. - ต.ค. 63 เป็นช่วงที่ต้องระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควรปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วม รวมถึงเพิ่มความสูงการกั้นน้ำให้มากขึ้นว่า กทม.ได้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำล้นตลิ่ง โดยเสริมความสูงของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ให้สูงขึ้นจากเดิมที่ +2.50 เป็น + 2.80 ถึง +3.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางให้สามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือที่ระบายผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมก่อนถึงฤดูน้ำหลาก โดยตรวจสอบความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ รวมถึงปรับปรุงแก้ไขจุดที่ชำรุดและรั่วซึม เรียงกระสอบทรายในบริเวณที่แนวป้องกันน้ำท่วมมีระดับต่ำ และประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานในการบริหารน้ำผ่าน กทม. ตลอดจนตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำให้พร้อมเร่งระบายน้ำกรณีมีน้ำรั่วซึมเข้ามาในพื้นที่

          ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ยังได้เตรียมการช่วยเหลือชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำท่วมที่อาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งปัจจุบันมี 17 ชุมชน 358 ครัวเรือน โดยวางแนวกระสอบทรายเป็นแนวชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน อีกทั้งได้ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ ปากคลองชักพระ และปากคลองพระโขนงแล้วเสร็จ ความยาวรวม 78.93 กิโลเมตร และยังมีแนวฟันหลอที่ต้องใช้การเรียงกระสอบทรายในช่วงน้ำหลากและน้ำทะเลหนุนสูงอีก 5.5 กิโลเมตร ซึ่ง กทม. มีแผนปรับปรุงแนวฟันหลอดังกล่าวทั้งหมดจำนวน 28 แห่ง ให้เป็นแนวป้องกันถาวรต่อไป

 

กทม.ประสาน รฟม.เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู
          นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. เปิดเผยถึงมาตรการด้านความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงจากแคราย-มีนบุรีว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงจากแคราย-มีนบุรี ระยะทางประมาณ 36.5 กม. ก่อสร้างในพื้นที่รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร คือ ถนนสีหบุรานุกิจ ระยะทางประมาณ 1.5 กม. ส่วนที่เหลือก่อสร้างในถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ได้แก่ ถนนติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา ระยะทางประมาณ 34.5 กม. ซึ่งสำนักการโยธาได้ประสานการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการด้านความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงตรวจสอบการจัดการพื้นที่ ปิดปากบ่อ/หลุม และช่องเปิดต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จัดแนวแบริเออร์ให้เป็นระเบียบ มีความมั่นคงแข็งแรง โดยเฉพาะบริเวณจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทาง จัดทำป้ายเตือน/ป้ายทางเบี่ยง/ทางเลี่ยง ติดตั้งไฟส่องสว่าง ตลอดจนจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ให้เรียบร้อย ไม่กีดขวางการจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้เส้นทาง ทั้งนี้ สำนักการโยธาได้จัดการประชุมร่วมกับสำนักงานเขตตามแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานเขตหลักสี่ บางเขน บึงกุ่ม คันนายาว มีนบุรี กรมทางหลวง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมที่ปรึกษาและผู้รับจ้าง เป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อกำกับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ตลอดจนติดตามความก้าวหน้าโครงการฯ รับฟังผลกระทบจากการก่อสร้างและแนวทางในการแก้ไขปัญหาจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

 

ติดตั้งราวเหล็กกันตกตลอดแนวริมคลอง - แจ้งเตือนผู้ปกครองระวังเด็กจมน้ำ
         นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวกรณีจากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยที่อายุต่ำกว่า 15 ปี โดยสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำสาธารณะในชุมชนที่ไม่มีการจัดการแหล่งน้ำให้ปลอดภัยว่า ที่ผ่านมาสำนักการระบายน้ำได้ติดตั้งราวเหล็กกันตกตลอดแนวริมคลองไปพร้อมกับการก่อสร้างเขื่อนริมคลอง นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งบันไดเหล็กหน้าเขื่อนในคลอง เพื่อให้ประชาชนสามารถขึ้นลงได้โดยสะดวก ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อตรวจสอบราวกันตกตลอดแนวคลองให้อยู่ในสภาพแข็งแรงและมีความปลอดภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมคลอง รวมถึงผู้สัญจรผ่านไปมาให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลเด็กเล็กไม่ให้พลัดตกลงคลอง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นราวกันตกที่มีสภาพไม่แข็งแรงหรือสูญหายสามารถแจ้งมาที่สำนักการระบายน้ำ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ Website http:// dds.bangkok.go.th Facebook : http://www.facebook.com/bkk.best Twitter : http://twitter.com /bkk_best/bkk best ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. Line ID : @bkk_best และแอปพลิเคชัน กทม. Connect หรือแจ้งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ 0 2248 5115 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

แจงก่อสร้างสะพานข้ามคลอง ซ.พหลโยธิน 54/1 ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ
         นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นำชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตและทุบสะพานข้ามคลองจากซอยพหลโยธิน 54/1 ไปยังแปลงที่ดินของเอกชน ซึ่งอยู่ระหว่างถมดินพัฒนาเป็นหมู่บ้านจัดสรรว่า สะพานที่ขออนุญาตข้ามคลองลาดพร้าว เป็นที่ราชพัสดุ โดยได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งการพิจารณาอนุญาตให้ก่อสร้างสะพานดังกล่าว สำนักการโยธาได้พิจารณาตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการขออนุญาตก่อสร้างสะพาน พ.ศ.2549 และตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 พ.ศ.2543 และได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ยังได้มีหนังสือยกสะพานให้เป็นสาธารณะแก่ประชาชนทั่วไปให้สามารถใช้ประโยชน์ได้โดยไม่มีการปิดกั้น ตลอดจนเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

          นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวว่า ในการขออนุญาตก่อสร้างสะพาน ข้ามคลอง ผู้ขอจะต้องยื่นขออนุญาตที่สำนักการโยธา จากนั้นสำนักการโยธาจะส่งเรื่องให้สำนักการระบายน้ำพิจารณาด้านการระบายน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบแบบที่ขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลองดังกล่าว พบว่าค่าระดับท้องสะพาน และช่องว่างระหว่างศูนย์กลางเสาสะพานช่วงกลาง ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ
นายยอดขวัญ จุณณะปิยะ ผู้อำนวยการเขตสายไหม กทม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบการก่อสร้างสะพานข้ามคลองลาดพร้าวดังกล่าว พบว่าเป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาตจากสำนักการโยธา กทม. ประกอบกับที่ดินที่ก่อสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมธนารักษ์

 

เพิ่มความปลอดภัยทางข้ามหน้าโรงเรียน พร้อมรับเปิดเทอม 1 ก.ค.
          นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวถึงการเพิ่มความปลอดภัยบริเวณทางข้ามหน้าโรงเรียน รองรับวันเปิดภาคเรียนของโรงเรียนและสถานศึกษาในวันที่ 1 ก.ค.นี้ว่า สำนักการจราจรและขนส่ง ได้จัดทำทางข้ามให้ชัดเจน (ทางข้ามสีแดง) จัดทำเส้นเตือนชะลอความเร็วก่อนถึงทางข้าม เครื่องหมายจำกัดความเร็วบนพื้นทาง ติดป้ายเตือนเขตโรงเรียน และป้ายเตือนชะลอความเร็ว ขณะเดียวกันได้จัดทำเครื่องหมายจราจรต่าง ๆ บนผิวจราจร ให้มีความชัดเจน ติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน ป้ายแนะนำในจุดต่าง ๆ และจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งบำรุงรักษาป้ายต่าง ๆ ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพดี สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงจัดเตรียมหน่วยบริการเร่งด่วน “หน่วย BEST” สำหรับตรวจสอบและแก้ไขป้ายจราจรที่ชำรุด ตลอดจนบำรุงรักษาสัญญาไฟจราจรทางแยกและสัญญาณไฟจราจรคนข้ามถนนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปกติ อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อรับแจ้งเหตุสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง

 

เขตดอนเมืองแก้ไขปัญหารถบรรทุกทำดินตกหล่นบนผิวจราจร
          นายสุชีพ อารีประชาภิรมย์ ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง กทม. กล่าวกรณีผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณถนนเดชะตุงคะ แขวงทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากรถบรรทุกดินที่ขับผ่านเข้าออกจากสถานที่ก่อสร้างในบริเวณดังกล่าว ทำเศษดินตกหล่นบนผิวจราจร ฝุ่นฟุ้งเต็มถนนว่า ถนนเดชะตุงคะที่มีสภาพชำรุด เป็นพื้นที่ภายในกองทัพอากาศ ไม่ได้เป็นถนนสาธารณะ ผู้ที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว จะต้องมีบัตรผ่านเข้าออกของกองทัพอากาศ อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตดอนเมือง ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 โดยกวดขันผู้ประกอบการรถบรรทุกให้จัดสิ่งปกคลุม ไม่ทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย ซึ่งหากพบการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว จะดำเนินการจับปรับตามกฎหมาย ส่วนความผิดตามกฎหมายอื่น ได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้บังคับการตามกฎหมายต่อไป