กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 จำนวน 2 ข่าว

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 7 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 35 ครั้ง

-กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตอย่างเคร่งครัด
     นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. เปิดเผยว่า กทม. ได้กำหนดมาตรการควบคุม กำกับ ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจ ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตเพื่อให้การจัดระเบียบทางเท้าและที่สาธารณะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประกอบด้วย 1) ให้สำนักงานเขตจัดระเบียบและบังคับการตามอำนาจหน้าที่ต่อผู้ฝ่าฝืนกฎหมายโดยเฉพาะผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด 2) ให้สำนักเทศกิจ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบการดำเนินการจัดระเบียบและการบังคับการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขต หากสำนักงานเขตใดปล่อยให้มีการฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายหรือผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครตรวจพบการกระทำความผิดดังกล่าว ให้สำนักเทศกิจหรือหัวหน้าผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี แจ้งเป็นหนังสือพร้อมรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานเขตดำเนินการแก้ไข หากสำนักงานเขตเพิกเฉยหรือละเลยให้มีการฝ่าฝืนกระทำความผิดในพื้นที่เดิม หลังจากได้รับหนังสือเตือนให้ดำเนินการแก้ไขมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ให้สำนักเทศกิจจัดทำรายงานพิจารณาเสนอปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อโยกย้ายผู้เกี่ยวข้องตามสายการบังคับบัญชา และ 3) ให้สำนักเทศกิจ สืบสวน สอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมติดตามพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เทศกิจหรือผู้ปฏิบัติงานด้านเทศกิจ ทั้งทางตรงและทางลับ เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต ประพฤติมิชอบหรือประพฤติไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อมเสียต่อตำแหน่งหน้าที่และ กทม. เมื่อตรวจสอบพบว่าข้อร้องเรียนมีมูล ให้รายงานปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อสับเปลี่ยนสายงานและดำเนินการทางวินัย ทั้งนี้ กทม. ได้นำมาตรการดังกล่าวมาใช้บังคับ เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตอย่างจริงจัง เพื่อให้พื้นที่กรุงเทพฯ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างยั่งยืน

 

-ชี้แจงการจัดสรรงบประมาณโครงการเตาเผาขยะ
     นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวกรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกต ระบุสำนักสิ่งแวดล้อมได้จัดทำเรื่องขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย โดยระบบเตาเผามูลฝอยของ กทม. ซึ่งมีลักษณะการใช้งบประมาณที่เร่งรีบในการดำเนินการ อีกทั้งมีการใช้งบประมาณสูงกว่าต่างจังหวัดค่อนข้างมาก อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานว่า การจ้างที่ปรึกษาฯ ศึกษาความเหมาะสมของโครงการกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผาขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและอ่อนนุช และการจัดทำข้อเสนอโดยคำแนะนำและพิจารณากลั่นกรองโครงการของคณะกรรมการกลางจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยและคณะกรรมการกลางฯ โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโครงการดังกล่าว ดำเนินการเพื่อมอบหมายให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการกำจัดมูลฝอยโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 34/1 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ. 2560
ด้านงบประมาณสำหรับดำเนินการโครงการ สำนักสิ่งแวดล้อมได้รับอนุมัติจัดสรรงบกลางและเห็นชอบผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากสภากรุงเทพมหานคร กรณีความจำเป็นเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งได้กำหนดแผนแม่บทการบริหารจัดการมูลฝอยของประเทศ พ.ศ.2559 - 2564 ให้การแก้ไขปัญหามูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว มุ่งเน้นการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง จัดการมูลฝอยแบบศูนย์รวมกำจัดมูลฝอยโดยเทคโนโลยีแบบผสมผสานด้วยการแปรรูปเป็นพลังงานหรือการใช้เทคโนโลยีกำจัดมูลฝอยเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบกับ มติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เห็นชอบหลักการอัตราและเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) โดยมีแผนการรับซื้อไฟฟ้าภายในปี 63 ซึ่งกรณีความจำเป็นเร่งด่วนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการฯ
ส่วนปัจจัยหรือฐานในการประมาณราคาที่ทำให้ค่ากำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผาของ กทม. มีความแตกต่างจากท้องถิ่นอื่น ได้แก่ 1) ลักษณะมูลฝอยของ กทม. เป็นมูลฝอยสดที่ยังไม่ผ่านกระบวนการแปรสภาพเป็น RDF 2) การดำเนินโครงการตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง การกำจัดมูลฝอยและการจำหน่ายไฟฟ้า 3) อัตราการรับซื้อไฟฟ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีกำลังการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ ราคารับซื้อไฟฟ้า 5.80 บาทต่อหน่วย ส่วน กทม. กำลังการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า 10 เมกะวัตต์ อัตราการรับซื้อไฟฟ้า 3.66 บาทต่อหน่วย 4) น้ำที่ใช้ในโครงการเป็นน้ำประปา ไม่สามารถใช้แหล่งน้ำตามธรรมชาติได้ จึงมีต้นทุนสูง 5) อัตราค่ากำจัดมูลฝอยคงที่ตลอดอายุสัญญา 20 ปี ไม่มีการปรับราคาค่าจ้างเพิ่ม ซึ่งต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น และ 7) รูปแบบการลงทุนของกรุงเทพมหานครเป็นแบบ BOT (Build Operate Transfer) ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นเป็นแบบ BOO (Build Own Operate) เป็นต้น

 

ปรับปรุงสะพานข้ามแยกคลองตันเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน
           นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. เปิดเผยตามที่ในสื่อสังคมออนไลน์วิจารณ์กรณีเกิดอุบัติเหตุบนสะพานข้ามแยกคลองตันบ่อยครั้ง มีผู้แสดงความคิดเห็นระบุ สะพานดังกล่าวห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้น แต่มักมีผู้ฝ่าฝืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มความเข้มงวด กวดขันจับปรับผู้ฝ่าฝืนและเร่งตรวจสอบลักษณะโครงสร้างทางวิศวกรรมและสภาพทางกายภาพของสะพานดังกล่าวว่า สะพานข้ามแยกคลองตัน มีลักษณะเป็นโค้งผสมต่อเนื่องรูปตัวเอส โดยออกแบบตามข้อจำกัดของเขตทางของถนนด้านล่าง จากข้อจำกัดดังกล่าวจึงได้กำหนดความเร็วของยานพาหนะที่ใช้สะพานได้อย่างปลอดภัยไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ได้มีมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรบนสะพานฯ ได้แก่ มีป้ายแขวนขนาดใหญ่ห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป รถสามล้อ รถเข็น รถจักรยานและรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพาน ส่วนพื้นทางบนสะพานก่อนถึงทางโค้ง มีสัญลักษณ์เป็นตัวอักษรแจ้งเตือนทางโค้ง มีเส้นชะลอความเร็ว และมีป้ายเตือนทางโค้งด้านข้างราวสะพานมีแถบเพิ่มกดารยึดเกาะระหว่างล้อรถกับผิวจราจรด้วยสีโคลด์พลาสติกเป็นแถบสีแดง อย่างไรก็ตาม กทม. จะเพิ่มเติมสัญลักษณ์เตือนผู้ขับขี่บนสะพานด้วยป้ายเตือนทางโค้งรูปแบบ LED ไฟกระพริบ อีกทั้ง จะดำเนินการทำผิวพื้นทางบนสะพานใหม่โดยใช้สีโคลด์พลาสติกตลอดแนวช่วงโค้งบนสะพานเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานการยึดเกาะระหว่างรถกับถนน รวมถึงรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจรและเครื่องหมายเตือนต่าง ๆ

          นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. ในส่วนของสำนักการโยธา ได้พิจารณาออกแบบเพิ่มจำนวนป้ายเตือน สัญญาณไฟกระพริบ ป้ายบังคับจำกัดความเร็ว เส้นชะลอความเร็ว (Rumble Strip) และปรับปรุงสัญลักษณ์จราจรที่มีอยู่เดิมให้เห็นเด่นชัดขึ้น รวมถึงปรับปรุงรูปแบบราวสะพาน ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรบนสะพานข้ามแยกคลองตัน นอกจากนั้น ยังมีแผนการสำรวจ ตรวจสอบสะพานข้ามแยกที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. ทุกๆ 1 เดือน หากตรวจพบความชำรุดเสียหายจะขอจัดสรรงบประมาณดำเนินการจัดซ่อมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน

 

 

นำร่อง 20 จุด วิน จยย.รับจ้างไม่ให้กีดขวางทางสัญจร
           นายศุภกฤต บุญขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงการใช้งานจุดจอดแท็กซี่อัจฉริยะให้เป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์รับจ้างว่า วินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่ได้รับการจดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวน 5,410 วิน ที่ตั้งวินรถจักรยานยนต์ มีทั้งที่จอดในที่สาธารณะ ที่เอกชน ผิวจราจร และบนทางเท้า สำหรับวินฯ ที่จอดบนทางเท้า เป็นการอนุโลมให้จอดจากการพิจารณาของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทหาร(มณฑลทหารบกที่ 11) และฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขตพื้นที่ มีการกำหนดจุดจอดที่ชัดเจนโดยการตีเส้นบนทางเท้า อย่างไรก็ตาม การกำหนดจุดจอดบนทางเท้าเป็นการอนุโลมเพียงชั่วคราว สำนักเทศกิจ จึงวางแนวทางการแก้ไขปัญหาวินฯ ที่จอดบนทางเท้า โดยพิจารณาให้วินฯ ที่ตั้งอยู่ใกล้จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ ย้ายลงมาจอดบริเวณพื้นที่ทางเว้าของจุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ แต่จะไม่ให้มีผลกระทบต่อการจอดของรถแท็กซี่ หากบริเวณที่ตั้งวินฯ ไม่มีจุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ ประกอบกับทางเท้าบริเวณนั้นมีความกว้างพอ จะทำการเว้าทางเท้าเพื่อย้ายจุดที่ตั้งวินฯ ลงมาจอด โดยจะไม่ให้มีผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน ทั้งนี้ จากการสำรวจร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง พบว่ามีทางเท้าที่สามารถเว้าทางเท้าได้ จำนวน 97 จุด ในพื้นที่ 21 สำนักงานเขต ซึ่งในเบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการนำร่อง จำนวน 20 จุด ในเดือน พ.ย. 2562 และจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนครบทุกจุด