กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2563

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 12 พฤศจิกายน 2563 | จำนวนเข้าชม 32 ครั้ง

กทม.เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู
          นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวถึงมาตรการเชิงรุกในการแจ้งเตือนและแนะนำข้อปฏิบัติแก่ประชาชนในการเฝ้าระวังสุขภาพ ตลอดจนวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 ว่า สำนักอนามัยได้กำชับให้ศูนย์บริการสาธารณสุขจัดเตรียมเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) พร้อมรับสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน โดยในสถานการณ์ปกติ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) อยู่ในระดับไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเอง จากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) แก่ประชาชน ส่วนในสถานการณ์ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินมาตรฐานมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และเฝ้าระวังแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยบุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข และเมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) อยู่ในระดับ 50 - 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะออกหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ รวมถึงจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ ตลอดจนติดตามเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) อยู่ในระดับ 76 - 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 วัน


          นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูว่า สำนักสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดมาตรการเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม กำกับ ดูแล แหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 อาทิ เข้มงวดการตรวจจับรถยนต์ควันดำทุกประเภท ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน ตรวจสอบสถานประกอบการไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ควบคุมบริเวณก่อสร้างให้มีรั้วทึบ มีผ้าใบปิดคลุมการก่อสร้างให้มิดชิด ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชนและทุกภาคส่วนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่เผาขยะ เศษใบไม้ หรือสิ่งใดที่อาจทำให้เกิดควันหรือหมอกควันมากขึ้น ขณะเดียวกันได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบภารกิจพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” นอกจากนี้ยังมีมาตรการเชิงรุกในการแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM2.5 วันละ 3 รอบเวลา คือ 07.00 12.00 และ 15.00 น. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ www.bangkokairquality.com, www.air4bangkok.com, www.prbangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม

          Facebook : กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ และแอปพลิเคชัน AirBKK พร้อมทั้งให้คำแนะนำการเฝ้าระวังสุขภาพและวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว สามารถป้องกันดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงที นายประพาส เหลืองศิรินภา รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักการจราจรและขนส่ง ได้ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อลดปัญหามลพิษอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต และช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ) จำนวน 61 สถานี ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกสถานีได้ประมาณเดือนธันวาคม 2563 ขณะเดียวกันได้ส่งเสริมการเดินเรือในคลอง เช่น คลองภาษีเจริญ และคลองผดุงกรุงเกษม โดยในคลองผดุงกรุงเกษมมีเรือไฟฟ้าให้บริการ ซึ่งจะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง ตลอดจนร่วมมือกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ส่งเสริมการใช้จักรยานในการเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน นอกจากนั้น ยังได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างการตระหนักรู้ร่วมกันในผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ที่เกิดจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

 

สร้างอาคารศูนย์ฝึกวิชาชีพเขตจตุจักร ขยายโอกาสเข้าถึงการฝึกอาชีพของ กทม.
          นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กทม. กล่าวกรณีมีผู้ร้องเขตจตุจักร เตรียมสร้างอาคารฝึกวิชาชีพ 5 ชั้น ติดกับตัวบ้านของผู้ร้อง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า อีกทั้งมีการตั้งข้อสังเกตถึงการก่อสร้างสถานที่ราชการในพื้นที่ชุมชน ควรมีการทำประชาพิจารณ์ เพื่อสอบถามความต้องการของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ก่อนว่า พื้นที่ว่างดังกล่าว เป็นที่ดินของกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 96 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ซอยเทศบาลรังรักษ์เหนือ 11 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร ยังไม่มีการใช้ประโยชน์ ประกอบกับ ศูนย์ฝึกอาชีพเขตจตุจักร ยังไม่มีอาคารถาวรสำหรับทำการเรียนการสอนวิชาชีพสาขาต่าง ๆ จึงมีแนวคิดใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว ก่อสร้างศูนย์ฝึกอาชีพเป็นอาคารถาวร โดยได้เชิญคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณางบประมาณ พ.ศ.2563 ที่รับผิดชอบสำนักงานเขตจตุจักร ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าการก่อสร้างอาคาร ควรก่อสร้างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จึงได้ออกแบบเพิ่มจากอาคาร 4 ชั้น เป็นอาคาร 5 ชั้น และวางผังให้สอดคล้องกับจำนวนวิชาชีพที่เปิดสอน อีกทั้งผนังอาคารทั้งซ้ายและขวาได้ออกแบบเป็นผนังทึบ เพื่อลดผลกระทบด้านเสียง ทั้งนี้ เนื่องจากอาคารดังกล่าว มีพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 4,000 ตารางเมตร จึงไม่เข้าข่ายที่จะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2555 และไม่ถือว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่จะต้องจัดให้มีที่จอดรถ เนื่องจากมีพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร ทั้งยังเป็นอาคารราชการที่ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ จึงอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผันหรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2550 ที่ไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้าง ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกอาชีพแล้วเสร็จจะเกิดประโยชน์และเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงการฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานครอย่างทั่วถึง
          ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการก่อสร้าง สำนักงานเขตจตุจักร ได้ทำสัญญาจ้างก่อสร้างเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 มีกำหนดแล้วเสร็จ 560 วัน โดยระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย การป้องกันฝุ่น ป้องกันเสียง และไม่มีการปฏิบัติงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งให้วิทยากรและผู้เรียนไม่ควรนำรถส่วนตัวมาจอดที่อาคารศูนย์ฝึกอาชีพหรือบริเวณใกล้เคียง เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดและกีดขวางเส้นทางเดินรถภายในซอย หากมีความจำเป็นต้องนำรถส่วนตัวมา สำนักงานเขตจตุจักรจะประสานโรงเรียนประชานิเวศน์ ขอใช้พื้นที่ เพื่อจอดรถในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนั้น ยังได้กำหนดเข้าร่วมประชุมชี้แจงการก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกอาชีพให้กับคณะกรรมการหมู่บ้านประชานิเวศน์ ผู้แทนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่ก่อสร้างอาคาร รวมทั้งผู้ร้อง ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น. ณ ศาลาอเนกประสงค์สวนป่าประชานิเวศน์ ถนนเทศบาลนิมิตรใต้ ซอย 7 เขตจตุจักร
นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า การก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกอาชีพ 5 ชั้น ในพื้นที่เขตจตุจักร เป็นการก่อสร้างอาคาร เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการและเป็นอาคารที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับชุมชนในบริเวณซอยดังกล่าวในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563