กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 10 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 31 ครั้ง

ยืนยันประกวดราคาโครงการเตาเผาขยะ กทม. ตามขั้นตอนทางกฎหมาย
           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เปิดเผยตามที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดขยะมูลฝอย ตั้งข้อสังเกตการประกาศผลผู้ชนะการประกวดราคาโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชของ กทม. มิได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง และกรณีที่ กทม. ระบุการประกวดราคา 2 โครงการดังกล่าวยึดตามมาตรา 34/1 ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบโครงการดังกล่าวว่า โครงการกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผา ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและอ่อนนุชเป็นการมอบหมายให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการกำจัดมูลฝอย โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 และได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่การจ้างที่ปรึกษาฯ ศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ และจัดทำข้อเสนอโดยคำแนะนำและพิจารณากลั่นกรองของคณะทำงานพิจารณาโครงการร่วมทุนกับเอกชนตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (เฉพาะกิจ) และคณะกรรมการกลางจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 แล้ว กทม. จึงได้ดำเนินการคัดเลือกเอกชนโดยนำเฉพาะหลักเกณฑ์และวิธีการในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างมาใช้โดยอนุโลมเท่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการคัดเลือก กทม. ได้แจ้งผลการคัดเลือก พร้อมแจ้งสิทธิอุทธรณ์ไปยังผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 เนื่องจากตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ไม่ได้กำหนดขั้นตอนดังกล่าวไว้ โดยยืนยัน กทม. ไม่ได้เปลี่ยนการดำเนินการมาพิจารณาตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานนอกแต่อย่างใด

 

 

กทม.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ลงทะเบียนชุมชนเข้าโครงการบ้านมั่นคง – ออกแบบบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อย
          นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. กล่าวกรณีประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายฯ ยื่นหนังสือขอให้ กทม. ออกแบบบ้านคนจน เพื่อใช้ปลูกสร้างในโครงการบ้านมั่นคง ราคาไม่เกิน 150,000 บาท และขอให้ กทม. ลงทะเบียนชุมชนที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ 100 หลัง ที่อยู่ในโครงการบ้านมั่นคง เพื่อช่วยเหลือผู้ไร้ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ว่า สำนักพัฒนาสังคม ได้พิจารณาปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ.2555 ให้ครอบคลุมการพัฒนาชุมชนทุกด้าน รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาระเบียบกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน โดยมีผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคมเป็นประธาน ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดการประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ลงทะเบียนชุมชนที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ 100 หลัง โดยเงื่อนไขดังกล่าว จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทะเบียนเป็นชุมชนตามระเบียบกรุงเทพมหานคร คาดร่างระเบียบดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. 2562 จากนั้นจะเสนอสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานครพิจารณาต่อไป

         นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ขณะนี้สำนักการโยธาอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบบ้าน ราคาไม่เกิน 150,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างออกแบบและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยออกแบบเป็นลักษณะบ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูง 1 เมตร ขนาด 6 X 6.40 เมตร ภายในบ้าน ประกอบด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ ส่วนทำครัว และห้องน้ำ คาดจะดำเนินการออกแบบบ้านแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. 2562 ทั้งนี้ กทม. จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อขอรับแบบบ้านดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแบบในการขออนุญาตก่อสร้างบ้านต่อไป

 

 

กทม.เข้มงวดตรวจสอบซ่อมบำรุงถนน - บ่อพักบนผิวจราจรต่อเนื่อง
          นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ตามที่มีผู้วิจารณ์ปัญหาผิวจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสภาพชำรุด ทำให้เกิดอุบัติเหตุในการสัญจรบ่อยครั้ง สำนักการโยธามีมาตรการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของพื้นผิวจราจร รวมถึงบ่อพักในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยวางแผนการตรวจถนนทุกเส้นทางทั้งผิวจราจรและบ่อพักต่าง ๆ เพื่อบำรุงรักษาตามวงรอบทุก 15 วัน ซึ่งมีทั้งงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานสาธารณูปโภคอื่น ๆ เช่น การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ทั้งนี้ หากพบผิวจราจรชำรุดเป็นหลุมบ่อ สำนักการโยธาจะจัดหน่วยซ่อมเข้าดำเนินการทันที และหากบ่อพักชำรุด จะจัดซ่อมชั่วคราวและแจ้งหน่วยงานผู้รับผิดชอบบ่อพักที่ชำรุด เพื่อดำเนินการจัดซ่อมถาวรต่อไป

 

 

ตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริงนักเรียนเรี่ยไรเงิน – เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมครู รร.กทม.
          นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กทม. กล่าวกรณีผู้ใช้ทวิตเตอร์เผยแพร่ภาพและข้อความกลุ่มนักเรียนถือกล่องรับบริจาคเรี่ยไรเงินจากประชาชน อ้างว่าต้องการนำเงินไปบริจาคบ้านเด็กอ่อน โดยมีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมระบุเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร โดยครูสอนดนตรีและผู้ควบคุมวงโยธวาทิต เป็นผู้สั่งให้นักเรียนออกเรี่ยไรเงินดังกล่าว หากไม่ทำตามจะถูกลงโทษว่า ในเบื้องต้นผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ ได้ชี้แจงให้คณะผู้บริหาร กทม. ทราบถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นการเรี่ยไรของนักเรียน ในกิจกรรมอาสา ชมรมโยธวาทิต ซึ่งจะออกเรี่ยไรในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. - 1 ต.ค. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้รับไปซื้อสิ่งของบริจาคให้บ้านเด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา ปากเกร็ด ซึ่งมีกำหนดส่งมอบของบริจาคในวันที่ 23 ต.ค. 2562 ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักร แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวและรายงานผลโดยเร็วที่สุด ซึ่งสำนักงานเขตจตุจักร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมกำหนดให้รายงานผลภายใน 30 วัน

          นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว สำนักการศึกษา ได้เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมครูในโรงเรียนทั้งการใช้ความรุนแรงกับนักเรียนและการจัดกิจกรรมของชมรมต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย 1) ตรวจสอบพฤติกรรมครูในโรงเรียน โดยในการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครู มีการประเมินด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และมาตรฐานวิชาชีพ ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง เพื่อให้ครูเกิดความตระหนักและปฏิบัติอยู่ในระเบียบ 2) ในการประเมินเพื่อเลื่อนหรือมีวิทยฐานะ ต้องนำประเด็นการถูกตรวจสอบด้านวินัยเป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมิน 3) การประเมินด้านวินัย คุณธรรมจริยธรรมในทุกกระบวนการประเมิน ควรมีการประเมินสามเส้า คือ การประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อนร่วมงาน การประเมินโดยผู้บริหาร และ 4) การจัดกิจกรรมชมรมภายในโรงเรียน ให้ครูผู้รับผิดชอบจัดทำแผนการจัดกิจกรรมตลอดปีการศึกษา เสนอต่อผู้อำนวยการสถานศึกษา เพื่อขออนุมัติและรายงานผลการจัดกิจกรรมทุกภาคเรียน โดยประเมินผลการจัดกิจกรรมจากนักเรียนและผู้ปกครองด้วย