กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 10 กันยายน 2563 | จำนวนเข้าชม 15 ครั้ง

ชี้แจงสำรวจพบประชาชนพึงพอใจการเปิดใช้งานสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์
          นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจสภาพสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ซอยหมู่บ้านชัยพฤกษ์ 33 เขตตลิ่งชัน เพื่อหาข้อยุติหลังเกิดความขัดแย้งระหว่างชาวชุมชนชัยพฤกษ์ 33 กับบริษัทเอกชนที่เข้ามาทำโครงการหมู่บ้านจัดสรรและสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ เชื่อมถนนฝั่ง จ.นนทบุรี มายังเขตตลิ่งชัน กทม. เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าของกิจการหมู่บ้านจัดสรรว่า ปัจจุบันสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่เขตตลิ่งชันและองค์การบริหารส่วนตำบลมหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี ได้เปิดใช้งานแล้ว และไม่พบว่ามีปัญหาการจราจรภายในซอยชัยพฤกษ์ 33 ขณะเดียวกันจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนฝั่งพื้นที่เขตตลิ่งชัน ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจและไม่มีกลุ่มประชาชนออกมาคัดค้าน มีเพียงบุคคลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนชุมชน กล่าวอ้างความเดือดร้อนและร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร กล่าวหาหน่วยงานกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งได้เคยมีการชี้แจงและแสดงหลักฐานให้คณะกรรมาธิการฯ ทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ สำหรับกรณีกลุ่มที่อ้างเป็นตัวแทนประชาชนยื่นฟ้องสำนักการโยธา กทม. และ อบต.มหาสวัสดิ์ ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้รื้อหรือทุบสะพานดังกล่าว เนื่องจากการก่อสร้างสะพานไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันศาลปกครอง ยังไม่มีคำสั่งให้กรุงเทพมหานครชี้แจงแต่อย่างใด
นายชูชาติ สุวรรณนที ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบร่วมกับ คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร หน่วยงานต่าง ๆ ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน พบว่าประชาชนมีการใช้สะพานจำนวนน้อย และไม่มีปัญหาจากยวดยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น

 

คืบหน้าจัดระเบียบการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ
         นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ รวมถึงจำนวนรถที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่สาธารณะว่า ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีนโยบายเก็บซากรถยนต์ที่จอดทิ้งตามถนนหรือที่สาธารณะ มีการจูงใจให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันแจ้งเบาะแส พร้อมรับส่วนแบ่งค่าปรับ โดยสำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต ได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจสำรวจซากรถที่จอดทิ้งในที่สาธารณะ ซึ่งการดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 พบจำนวน 400 คัน ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ได้สำรวจเพิ่มเติมพบซากรถอีก 126 คัน รวมทั้งหมด 526 คัน จึงได้ติดประกาศให้เจ้าของทำการเคลื่อนย้าย จากนั้นได้ตรวจสอบพบว่า เจ้าของได้เคลื่อนย้ายออกไปแล้ว 333 คัน และสำนักงานเขตได้เคลื่อนย้ายซากรถที่ไม่ปรากฏเจ้าของ 6 คัน รวมเคลื่อนย้ายแล้ว 339 คัน คงเหลืออยู่ในระหว่างดำเนินการอีก 187 คัน ซึ่งจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

           ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น สำนักเทศกิจยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดหาสถานที่จัดเก็บซากรถยนต์ส่วนกลาง โดยในเบื้องต้นได้สำรวจพื้นที่ว่างของกรุงเทพมหานคร ซึ่งพื้นที่ว่าง จะต้องมีขนาดกว้างพอสมควร สามารถรองรับซากรถได้จำนวนมาก และอยู่ในที่ตั้งที่เหมาะสม โดยในวันที่ 10 กันยายนนี้ สำนักเทศกิจจะนำข้อมูลรายละเอียดพื้นที่ที่ได้สำรวจเสนอต่อที่ประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสม และในระหว่างนี้หากมีการยก เคลื่อนย้ายซากรถ สำนักงานเขต ที่ดำเนินการจะนำไปเก็บรักษาไว้ในพื้นที่ของสำนักงานเขตที่มีที่ว่างเพียงพอ ส่วนกรณีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ยังไม่มี เช่น รถยนต์ยกหรือรถบรรทุกสำหรับเคลื่อนย้ายซากรถ จะนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาจัดซื้อหรือจัดหาให้กับฝ่ายเทศกิจทุกเขต เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน ขณะเดียวกันได้เพิ่มช่องทางแจ้งเบาะแส เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่กรุงเทพฯ โดยสามารถแจ้งเบาะแสของซากรถต่อเจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น www.bangkok.go.th/reward Line @ : ebn 6703 w Facebook สำนักเทศกิจ หรือแจ้งโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่เทศกิจกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สำนักเทศกิจ ได้ตระหนักถึงการจัดระเบียบเมือง จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจทุกเขต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร สถานประกอบการ ตลอดจนผู้ใช้ยวดยานพาหนะไม่ให้ตั้งวาง กองวัสดุสิ่งของ เพื่อจับจองพื้นที่บริเวณผิวจราจร สำหรับเป็นที่จอดรถของตน โดยเฉพาะในถนนสายหลัก สายรอง หรือในซอย ทางลัด ทางเชื่อมต่าง ๆ จะต้องไม่ตั้งวาง กองสิ่งของในลักษณะที่กีดขวางทางสัญจร ส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทั้งนี้ จะดำเนินการจัดระเบียบเมือง สำรวจ ตรวจสอบวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกวางทิ้งไว้บนพื้นที่สาธารณะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กีดขวางทางสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องต่อไป

 

แก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคารรุกล้ำลานจอดรถ-เทปูนกีดขวางพื้นที่ขึ้นลงสะพานลอย
           นายสมบัติ วรสินวัฒนา ผู้อำนวยการเขตบางเขน กทม. กล่าวกรณีมีผู้ร้องเรียนขอให้ กทม. เร่งรัดตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการก่อสร้างอาคารรุกล้ำพื้นที่ลานจอดรถและเทปูนกีดขวางพื้นที่ขึ้นลงสะพานลอยคนข้ามบริเวณโครงการหลักสี่สแควร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ว่า สำนักงานเขตบางเขน ได้ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบว่ามีการดัดแปลงอาคารโดยมิได้รับอนุญาต จำนวน 2 หลัง เจ้าของอาคาร 2 ราย จึงได้มีหนังสือแจ้งเจ้าของอาคารทั้ง 2 ราย ให้รื้อถอนอาคารออก พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานตรวจสอบกรรมสิทธิ์ผู้ครอบครองฯ ต่อมาได้มีคำสั่งให้เจ้าของอาคารระงับการดัดแปลงอาคาร คำสั่งห้ามเข้าห้ามใช้ฯ อาคาร และคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร รวมถึงได้แจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน พร้อมติดตามผลคดีเป็นระยะๆ มาโดยตลอด จากนั้นสำนักงานเขตฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประมาณราคาค่ารื้อถอน และมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของอาคารทำการรื้อถอนอาคาร ซึ่งเจ้าของอาคารได้มีหนังสือขอขยายเวลาในการรื้อถอนโดยอ้างว่าอยู่ระหว่างหาผู้รับเหมาและหาสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ แต่สำนักงานเขตฯ ได้มีหนังสือแจ้งเจ้าของอาคารไม่อนุญาตให้ขยายเวลารื้อถอนอาคาร ทั้งนี้ ปัจจุบันเจ้าของอาคารยังไม่รื้อถอนอาคารออก สำนักงานเขตฯ จึงได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของอาคารเร่งรื้อถอนอาคารภายใน 30 วัน พร้อมทำหนังสือแจ้งความดำเนินคดีต่อสถานีตำรวจนครบาลบางเขน ให้ดำเนินการกรณีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นห้ามเข้าห้ามใช้ฯ อาคาร และกรณีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคารออกด้วยแล้ว หากครบกำหนดแล้วเจ้าของอาคารไม่รื้อถอนอาคารออก สำนักงานเขตฯ จะเข้ารื้อถอนอาคารดังกล่าวตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป