กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 4 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 25 ครั้ง

สจส.แก้ปัญหาความเดือดร้อนจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง
           นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. เปิดเผยกรณีประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง รวมทั้งผู้ที่สัญจรไปมา ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาสภาพการจราจรติดขัดจากการวางเครื่องจักรกีดขวาง รวมทั้งมีการก่อสร้างในเวลากลางคืน ซึ่งระดับเสียงดังจากกิจกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในชุมชนใกล้เคียงว่า สำนักการจราจรและขนส่ง มีแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง เพื่อป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านฝุ่นละออง มลพิษทางเสียงและการจราจร ประกอบด้วย การเพิ่มความถี่ฉีดพรมน้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกชั่วโมง กวาดล้างผิวจราจรและทางเท้าบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้าง ช่วงเวลากลางคืน ใช้ผ้าใบปิดคลุมวัสดุก่อสร้างและรถขนดินประเภทดิน หิน ทราย เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจาย ส่วนปัญหาการตั้งเครื่องจักรกีดขวางการจราจร เนื่องจากต้องมีการติดตั้งชิ้นงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น Segment ทางวิ่งรถไฟฟ้า จึงได้กำชับให้ดำเนินงานในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาด้านการจราจรให้ประชาชน สำหรับเสียงรบกวนจากการก่อสร้างในเวลากลางคืน ได้ปรับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังมาดำเนินการในช่วงกลางวัน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเสียงดังโดยแจกใบปลิวในบริเวณใกล้เคียง ขณะเดียวกันได้ใช้เครื่องมือเพื่อลดเสียงจากกิจกรรมที่จำเป็นต้องทำในเวลากลางคืน เช่น ใช้วัสดุยางและไม้ ลดเสียงดังในการตอกชิ้นส่วนที่เป็นเหล็ก นอกจากนี้ ได้เพิ่มความเข้มงวดติดตามและควบคุมการดำเนินงานของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมถึงประชุมหารือและประเมินผลมาตรการลดผลกระทบจากการก่อสร้างดังกล่าวร่วมกันทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้างและผู้ที่สัญจรไปมาในบริเวณแนวเส้นทางโครงการฯ

 

 

กทม.เดินหน้ามาตรการเชิงรุกแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง
          นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ประกอบด้วย มาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กทม. ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ นั้น ที่ผ่านมา กทม. ได้เร่งบูรณาการความร่วมมือเพื่อดำเนินมาตรการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยอาศัยกลไกคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ใน กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและปริมณฑล พร้อมมีศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ใน กทม. และปริมณฑลรองรับการบูรณาการความร่วมมือ

          สำหรับมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 กทม. ได้ยกระดับการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิดอย่างเข้มข้น โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด กทม. ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ ดูแลบำรุงรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งาน ตรวจสภาพเครื่องยนต์ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด กำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อไม่ปฏิบัติงาน ลดการใช้รถเครื่องยนต์ดีเซล ตรวจวัดมลพิษรถราชการทุก ๖ เดือน กรณีพบมลพิษเกินมาตรฐานให้แก้ไขทันที พร้อมทั้งให้ดำเนินการจัดเก็บขนมูลฝอยในถนนสายหลักและถนนสายรองให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 04.00 น. ของทุกวัน เพื่อลดปัญหาการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน นอกจากนั้น ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า อาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือให้ติดตั้งระบบฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเพื่อป้องกันฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ส่วนโครงการก่อสร้างที่ไม่ได้จัดทำรายงาน EIA ให้ปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง เช่น การล้างทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทุกวัน เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง รวมทั้งการควบคุมฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

          นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักการโยธา ได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมดูแลพื้นที่โครงการก่อสร้างในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการกำชับกวดขันให้ผู้รับเหมาฉีดน้ำทำความสะอาดล้อรถบรรทุกหรือรถอื่นๆ ก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้าง รวมถึงการล้างทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทุกวัน เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง ขณะเดียวกันได้ร่วมกับสำนักงานเขตตรวจติดตาม ดูแลโครงการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร ให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขในการก่อสร้าง และจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคาร และบริเวณรอบสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง

 

 

กทม.แก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด
          นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวกรณีชาวชุมชนเกาะแครายพัฒนา เขตคันนายาว แจ้งปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างในซอยดับชำรุด ตั้งแต่ช่วงต้นซอย ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เกรงว่าบริเวณดังกล่าวอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรมว่า สำนักการโยธา มีแนวทางการจัดซ่อมไฟฟ้าชำรุด ดังนี้ 1) สำนักการโยธาจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจัดซ่อมเองกรณีชำรุดไม่มากหรือดำเนินการจ้างซ่อมหากเกิดกรณีชำรุดมาก และ 2) แจ้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้ประเมินราคาค่าซ่อม ซึ่งภายหลังจาก กฟน. ประเมินราคาค่าซ่อมและส่งให้สำนักการโยธา หากสำนักการโยธาตอบตกลง กฟน. จะเข้าดำเนินการจัดซ่อมต่อไป ทั้งนี้ ในการแจ้งเหตุไฟฟ้าชำรุดไปยัง กฟน. อาจมีขั้นตอนที่ทำให้เกิดการล่าช้า ซึ่งขณะนี้ กทม. และ กฟน. อยู่ระหว่างร่วมกันปรับปรุงบันทึกข้อตกลง เพื่อให้การดำเนินการจัดซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พ.ศ.2560
นางช่อทิพย์ สิทธิพูล ผู้อำนวยการเขตคันนายาว กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังการไฟฟ้ามีนบุรี ซึ่งการไฟฟ้าได้เข้ามาแก้ไขเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งได้แจ้งประธานชุมชนรับทราบการแก้ไข ขณะนี้สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ