กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2562

เผยแพร่โดย : กฤษณะ กลุ่มกรุงธนเหนือ | 8 ตุลาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 26 ครั้ง

  -กทม.เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ พร้อมป้องกันอันตรายจากต้นไม้โค่นล้ม
     นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำของ กทม. เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนจากพายุงวงช้างที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สำนักการระบายน้ำ ได้ตรวจสอบระบบระบายน้ำ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ ให้พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกันได้เตรียมเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม การล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำและขุดลอกคูคลอง จัดเก็บขยะ วัชพืชที่ขวางทางน้ำ การพร่องลดระดับน้ำแก้มลิง คูคลอง จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภาคสนาม เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่สำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน         รวมถึงติดตามการรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
     นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดแนวทางการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของต้นไม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมกับสำนักงานเขต หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดยในพื้นที่สาธารณะได้สำรวจตรวจสอบความแข็งแรงของต้นไม้ใหญ่และวัสดุค้ำยันต้นไม้ เพื่อป้องกันกิ่งไม้ ลำต้น หัก ฉีกขาด และโค่นล้ม ส่วนต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เอกชน ได้ประสานเจ้าของพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากต้นไม้ใหญ่โค่นล้ม กิ่งหัก ทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งจัดหาวัสดุค้ำยันต้นไม้ที่สุ่มเสี่ยงต่อการโค่นล้มให้อยู่ในสภาพแข็งแรง รวมทั้งตัดแต่งต้นไม้ให้โปร่งและลดทอนความสูงลง ป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด
สำหรับกรณีเกิดเหตุต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะหักโค่นจากเหตุพายุฝนและลมกระโชก ได้จัดทีมเคลื่อนที่เร็วประจำหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนกรุงเทพมหานคร (BEST) พร้อมรถกระเช้า รถบรรทุก และเครื่องมืออุปกรณ์แก้ไขปัญหาต้นไม้โค่นล้ม นอกจากนี้ ยังได้ประสานสำนักงานเขต เพิ่มการตรวจสอบเฝ้าระวังดูแลต้นไม้ใหญ่ช่วงฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานด้วย

 

  -จัดระเบียบกลุ่มคนเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพฯ
     นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. เปิดเผยกรณีบริเวณเกาะกลางสะพานคลองบางซื่อ ถนนพหลโยธิน พบกลุ่มคนไร้บ้านเข้าไปพักอาศัย มีการตั้งวงดื่มเบียร์และทะเลาะวิวาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นระบุ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันจัดระเบียบอย่างจริงจัง ไม่ให้มีกลุ่มคนเร่ร่อนตามสถานที่ต่าง ๆ และดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้ดำเนินการจัดระเบียบคนเร่ร่อน ด้วยการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อดำเนินการร่วมกันตามบทบาทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน โดยมีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งมีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1) ศูนย์ฯ บ้านมิตรไมตรี เขตดินแดง 2) ศูนย์ฯ สายไหม เขตสายไหม 3) ศูนย์ฯ ห้วยขวาง เขตห้วยขวาง 4) ศูนย์ฯ ธนบุรี เขตธนบุรี และ 5) ศูนย์ฯ อ่อนนุช เขตประเวศ ขณะเดียวกัน กทม. โดยสำนักพัฒนาสังคม ยังได้ดำเนินโครงการ “บ้านอิ่มใจ” เป็นศูนย์คัดกรองช่วยเหลือคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน โดยจัดเป็นที่พักพิงชั่วคราว บริการปัจจัย 4 การฝึกอาชีพ จัดหางาน เพื่อคุ้มครองกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้รับความเป็นธรรม ความเสมอภาค ความมั่นคงในชีวิตและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพ

 

  -ความคืบหน้าโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน
     นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีหนังสือถึง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ให้เริ่มต้นการดำเนินการสอบถามผู้ได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการโทรคมนาคมใหม่ทุกราย เพื่อขอทราบปริมาณความจุของการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารที่ผู้รับใบอนุญาตแต่ละรายประสงค์จะใช้งาน จากนั้น บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้มีหนังสือถึงผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้งหมดใหม่อีกครั้ง โดยมีกำหนดยื่นความประสงค์ของปริมาณการใช้ท่อร้อยสายสื่อสารที่บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จะดำเนินการภายในวันที่ 9 ต.ค. 2562 เมื่อได้ข้อมูลปริมาณสายสื่อสารทั้งหมดแล้ว จะนำข้อมูลที่ได้เข้าหารือร่วมกับ กสทช. อีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปในการดำเนินงานแผนงาน และรายละเอียดการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้ กทม. เป็นเมืองที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ส่วนอัตราค่าใช้บริการท่อร้อยสายสื่อสาร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการหารือร่วมกับ กสทช. เพื่อให้ได้ค่าเช่าที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป