กทม. ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 2 ธันวาคม 2563 | จำนวนเข้าชม 40 ครั้ง

กทม.แจงใช้วัสดุทาสีตีเส้นจราจรมาตรฐานเดียวกับกรมทางหลวง
           นายประพาส เหลืองศิรินภา รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวตามที่สื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตถึงสีที่ กทม. ใช้ทาตีเส้นทางข้ามหลายพื้นที่ มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากใช้งานได้ไม่ถึงเดือนก็ดำและไม่สะท้อนแสงแตกต่างจากถนนของกรมทางหลวง ว่า การจัดทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางในเขตกรุงเทพฯ และการปรับปรุงตีเส้นจราจร กทม. ดำเนินการตามมาตรฐาน มอก 542-2549 ซึ่งใช้วัสดุสีเทอร์โมพลาสติกเช่นเดียวกับกรมทางหลวง แต่ด้วยสภาพการจราจรที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่มีผลต่อสภาพของสีบนผิวจราจร โดยพื้นที่กรุงเทพฯ มีปริมาณการจราจรหนาแน่นตลอดเวลา ส่งผลให้รถเคลื่อนตัวช้า ทำให้เกิดแรงเสียดทานต่อผิวจราจรมาก ก่อให้เกิดรอยดำของยางรถยนต์ รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ เช่น ฝุ่น ควันไอเสีย ไอน้ำมันจากรถยนต์ โดยเฉพาะบริเวณตลาด ทางแยกที่มีการจราจรขัดติด มีรถจอดเป็นเวลานาน มีรถขนถ่ายสินค้าอาหาร น้ำขยะเปียกชื้นเมื่อผสมกับคราบน้ำมันจากเครื่องยนต์จึงทำให้สีเครื่องหมายจราจรและเส้นจราจรหมองคล้ำ ซึ่งถนนของกรมทางหลวงที่อยู่ในเขตเมือง เช่น ถนนรามอินทรา ถนนงามวงศ์วาน ก็มีสภาพสีที่ผ่านการใช้งานเช่นเดียวกับ กทม. ส่วนความหนานูนของสี ซึ่งใช้สีเทอร์โมพลาสติกที่ต้องใช้ความร้อนในการหลอมละลาย ก่อนทาลากสีลงบนผิวถนนและรอให้แห้ง แต่ในประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ในช่วงเวลากลางวันบนผิวถนนจะมีอุณหภูมิสูงมาก ซึ่งมีผลต่อสี ประกอบกับเมื่อ มีสิ่งสกปรก คราบน้ำมัน มลภาวะไปยึดเกาะตัวสี และการกดทับของล้อรถยนต์ในสภาพการจราจรติดขัดจะส่งผล ให้สียุบเรียบลง อย่างไรก็ตาม สำนักการจราจรและขนส่งได้ประสานสำนักงานเขต ล้างทำความสะอาดเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อความสะอาดและความคมชัดของเครื่องหมายจราจร ทั้งยังช่วยป้องกันการลื่นไถลบนผิวทาง ทางข้าม และขจัดฝุ่นละอองมลภาวะในเขตเมืองด้วย

 

ขยายเส้นทางเรือไฟฟ้าในคลองแสนแสบจากวัดศรีบุญเรือง-เขตมีนบุรี
            นายประพาส เหลืองศิรินภา รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. กล่าวกรณีในสื่อสังคมออนไลน์ชื่นชมโครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และขอให้ขยายเส้นทางไปในคลองอื่น ๆ ว่าในอนาคต กทม. มีแผนขยายเส้นทางให้บริการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในคลองแสนแสบจากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ไปจนถึงเขตมีนบุรี ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร คาดจะเปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2564 สำหรับเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมมีเรือพลังงานไฟฟ้าให้บริการจำนวน 8 ลำ ระยะทาง 5 กิโลเมตร จำนวน 11 ท่า ประกอบด้วย ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ท่าเรือหัวลำโพง ท่าเรือนพวงศ์ ท่าเรือยศเส ท่าเรือกระทรวงพลังงาน ท่าเรือแยกหลานหลวง ท่าเรือนครสวรรค์ ท่าเรือราชดำเนินนอก ท่าเรือประชาธิปไตย ท่าเรือเทเวศน์ และท่าเรือตลาดเทวราช มีความถี่ในการให้บริการทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 – 19.00 น. ขณะนี้ให้บริการฟรีไม่เก็บค่าโดยสารเป็นระยะเวลา 6 เดือน จากนั้นจะเริ่มเก็บค่าโดยสารในอัตราไม่เกิน 10 บาทตลอดสาย โดย กทม. จะประเมินผลความพึงพอใจและพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อนำมาปรับปรุงการเดินเรือให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร นอกจากนี้ จะประชาสัมพันธ์การให้บริการพร้อมแจ้งเหตุขัดข้องกรณีไม่สามารถเดินเรือได้ เช่น ช่วงเวลาน้ำขึ้น-ลง ผ่านป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณท่าเรือ สื่อออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ของสำนักการจราจรและขนส่ง และเฟซบุ๊กของโครงการระบบขนส่งมวลชนทางน้ำของกรุงเทพมหานคร หรือ โทร. 090 090 0725 เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง