กทม.ชี้แจงข่าวร้องเรียน ประจำวันอังคารที่ 12 มกราคม 2564

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 12 มกราคม 2564 | จำนวนเข้าชม 45 ครั้ง

จัดจุดทิ้งขยะหน้ากากอนามัยกว่า 1,000 จุด - ขอความร่วมมือแยกทิ้งไม่ปะปนกับขยะครัวเรือน
          นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวกรณีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แนะนำการจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม อาทิ จัดให้มีจุดทิ้งและจุดรวบรวมเฉพาะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ประชาสัมพันธ์การเก็บขน การรวบรวมขยะ และการกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องว่า ที่ผ่านมาสำนักสิ่งแวดล้อมได้จัดหาถังรองรับหน้ากากอนามัย (สีส้ม) พร้อมถุงขยะสีแดงสำหรับใส่หน้ากากอนามัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการทิ้งให้แก่ประชาชน โดยตั้งวางที่สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสังกัด กทม. ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) โรงเรียนสังกัด กทม. ศูนย์กีฬา กทม. ศูนย์เยาวชน กทม. สถานีดับเพลิง สวนสาธารณะ และสถานที่สาธารณะที่เหมาะสม โดยมีจุดให้บริการกว่า 1,000 จุด พร้อมควบคุมดูแลไม่ให้ทิ้งมูลฝอยประเภทอื่น ๆ มาปะปน สำหรับหน้ากากอนามัยที่จัดเก็บได้ รวมถึงมูลฝอยติดเชื้อจากสถานพยาบาล สถานที่กักตัวของรัฐ และโรงแรมทางเลือกสำหรับผู้กักตัว จะนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและหนองแขม ขณะเดียวกันได้กำชับผู้ปฏิบัติงานเก็บขนมูลฝอยให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกครั้งที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเก็บหน้ากากอนามัยให้ใช้คีมคีบขยะแทนการใช้มือหยิบจับ เพื่อป้องกันอันตรายจากการสัมผัสเชื้อโรคและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19


            นางป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวถึงการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วว่า สำนักอนามัยได้รณรงค์สร้างความเข้าใจและเน้นย้ำการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกวิธีแก่ประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ การสัมภาษณ์รายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมถึงการให้ความรู้กับประชาชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว เพื่อขอความร่วมมือไม่ทิ้งหน้ากากอนามัยปะปนกับมูลฝอยทั่วไปในครัวเรือน โดยทิ้งหน้ากากอนามัยใส่ถุงที่ปิดสนิท มัดปากถุงให้แน่น เขียนหรือติดหน้าถุงว่า “หน้ากากอนามัย” แยกทิ้งให้กับรถเก็บขนมูลฝอยของสำนักงานเขต หรือทิ้งในถังรองรับหน้ากากอนามัยเฉพาะ (สีส้ม) ในจุดที่ กทม. กำหนด เช่น สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัด กทม. และแหล่งชุมชุนชนที่ กทม.นำถังขยะสำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วไปตั้งวางไว้ เพื่อให้รถขยะของ กทม. จัดเก็บรวบรวมและนำไปกำจัดให้ถูกต้องตามขั้นตอนการกำจัดขยะติดเชื้อ โดยการเผาในเตาเผาขยะติดเชื้อที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม หรือศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชต่อไป

 

เดินหน้าจัดการขยะพลาสติก - บูรณาการความร่วมมือลดและคัดแยกมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง
               นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวกรณีมีการตั้งข้อสังเกตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work From Home) ส่งผลให้ขยะพลาสติกจากฟู้ดเดลิเวอรีเพิ่มขึ้น เห็นควรดำเนินการแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจังว่า ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนดำเนินมาตรการคัดแยกและใช้ประโยชน์มูลฝอยที่แหล่งกำเนิด ประกอบด้วย มูลฝอยอินทรีย์ นำไปใช้เลี้ยงสัตว์ หมักทำปุ๋ย หรือทำน้ำหมักชีวภาพ มูลฝอยรีไซเคิล แยกขาย เพื่อเป็นรายได้ มูลฝอยทั่วไป แยกทิ้งให้กับรถเก็บขนมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ส่วนมูลฝอยอันตรายได้รณรงค์ให้คัดแยกเป็นการเฉพาะ เพื่อนำไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาล สำหรับในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรุงเทพมหานครยังคงดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมูลฝอยพลาสติกได้ขอความร่วมมือประชาชน ลด ละ เลิกการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ช้อนส้อม ถุงพลาสติก เลือกใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิล ขณะเดียวกันได้รณรงค์ให้หน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร ลด ละ เลิก ใช้โฟม และพลาสติกอย่างจริงจัง ได้แก่ การงดจ่ายถุงพลาสติกใส่ยาสำหรับผู้ป่วยที่มารับบริการในโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุข รวมทั้งเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากถุงนมเป็นกล่องนม

                ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้น ยังได้รณรงค์ส่งเสริมการดำเนินการตามหลัก 3 ช (3 R) ประกอบด้วย ลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) พร้อมจัดระบบแยกทิ้งและเก็บรวบรวมแยกประเภท โดยตั้งถังรองรับมูลฝอยในที่สาธารณะ 2 ประเภท ได้แก่ ถังสีเหลือง สำหรับทิ้งมูลฝอยรีไซเคิล และถังสีน้ำเงิน สำหรับทิ้งมูลฝอยทั่วไป รวมถึงปรับปรุงรถเก็บขนมูลฝอยให้มีช่องสำหรับใส่มูลฝอยรีไซเคิลและมูลฝอยอันตรายแยกออกจากมูลฝอยทั่วไป ตลอดจนบูรณาการร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายดำเนินโครงการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) แยกประเภทขยะตามการใช้ประโยชน์ เช่น ขายเป็นวัสดุรีไซเคิล หรือบริจาคให้หน่วยงานต่าง ๆ โดยดำเนินการร่วมกับ 7 องค์กร และ 1 ชุมชนในพื้นที่เขตคลองเตย เพื่อคัดเลือกต้นแบบที่เหมาะสม ซึ่งในปี 2564 มีแผนขยายการดำเนินงานในพื้นที่เขตคลองเตยและสำนักงานเขตอื่นอีก 1 แห่ง อีกทั้งจัดให้มีจุดตั้งถังรับบริจาคพลาสติกชนิดอ่อน ถุง และฟิล์มพลาสติกใช้แล้ว เช่น ถุงน้ำแข็ง ฟิล์มหุ้มขวดน้ำ ถุงขนมปัง ถุงหูหิ้ว ที่สำนักงานเขต ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) เพื่อให้การใช้พลาสติกเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงลดปริมาณมูลฝอยที่เข้าสู่ระบบกำจัดของกรุงเทพมหานครอีกด้วย

 

 เตรียมปรับภูมิทัศน์ 3 คลองในเขตพระนครให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว - กวดขันจัดระเบียบพื้นที่ริมคลองหลอด
               นายสุรเดช อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตพระนคร กทม. กล่าวกรณีในสื่อออนไลน์ชื่นชมการพัฒนาคลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) บริเวณบ้านหม้อ-หลังกระทรวงมหาดไทย จากแหล่งเสื่อมโทรมกลายเป็นสถานที่สวยงาม พร้อมตั้งข้อสังเกตการพัฒนาดังกล่าวสวยงามเฉพาะริมคลอง แต่ด้านในยังเป็นแหล่งเสื่อมโทรม ทั้งยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างว่า สำนักงานเขตพระนครได้วางแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์คลองสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มีความสะอาด สวยงามและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน โดยมีแผนดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองภายในพื้นที่เขตพระนครให้เป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวของประชาชน จำนวน 3 คลอง คือ คลองคูเมืองเดิม คลองรอบกรุง และคลองผดุงกรุงเกษม โดยจะพัฒนาทั้ง 3 คลอง รวมถึงสร้างจุดพักผ่อน ชมวิว และเช็คอิน อย่างน้อยคลองละ 1 จุด พร้อมติดตั้งป้ายอำนวยความสะดวกและไฟฟ้าส่องสว่าง ขณะเดียวกันได้จัดเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดและจัดเก็บขยะริมคลองเป็นประจำ รวมถึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ริมคลองปรับปรุงที่อยู่อาศัยของตนเองให้เรียบร้อยสวยงาม นอกจากนั้น ยังได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจกวดขันจัดระเบียบพื้นที่บริเวณคลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) และพื้นที่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้เป็นแหล่งเสื่อมโทรม รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรในบริเวณดังกล่าว