แนะวิธีดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยง เลี่ยงปัญหาจากฝุ่น PM2.5

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 8 พฤศจิกายน 2562 | จำนวนเข้าชม 34 ครั้ง



           นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่บางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีค่าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด คือ 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ประกอบด้วย 1. เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ 2. กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจ โรคหืด โรคปอด โรคถุงลมอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเยื่อบุตาอักเสบ และโรคผิวหนัง และ 3. ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ได้แก่ ตำรวจจราจร คนกวาดถนน พ่อค้า แม่ค้าที่ขายของอยู่ริมฟุตบาท ซึ่งเมื่อได้รับฝุ่นละอองมากๆ ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้และส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ดังนั้นอยากให้ทุกคนและผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 และดูแลสุขภาพของตนให้แข็งแรงอยู่เสมอ ดังนี้ อยู่ภายในบ้านไม่ออกนอกบ้านถ้าไม่จำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 ปิดประตูหน้าต่างป้องกันฝุ่นละออง หากจำเป็นต้องออกจากบ้านให้ใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง N95 หรือใช้ผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดๆ ปิดจมูกและปาก หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย และทำงานหนักที่ออกแรงมากๆ เพราะการหายใจเร็วในระหว่างออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายรับฝุ่นละอองเข้าไปมากขึ้น ดื่มน้ำ ทานอาหารให้เหมาะสมและพักผ่อนให้เพียงพอ โดยผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการทรุดให้รีบพบแพทย์

          สำหรับดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) แบ่งออกเป็นดังนี้ ปริมาณฝุ่น PM2.5 มีค่า 0 – 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศดีมาก เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยว ปริมาณฝุ่น PM2.5 มีค่า 26 – 37 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศดี สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยวได้ตามปกติ ปริมาณฝุ่น PM2.5 มีค่า 38 – 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหากมีอาการ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ปริมาณฝุ่น PM2.5 มีค่า 51 – 90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการ ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ และปริมาณฝุ่น PM2.5 มีค่า 91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ขึ้นไป คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทุกคนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงพื้นที่มลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์


-------------------------- (พัทธนันท์...สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ