แนะหัวหน้าฝ่ายฯ พบปะ รับฟังปัญหาจากผู้ใต้บังคับบัญชา ให้เจ้าหน้าที่จัดเก็บขยะตรงเวลา ไม่ตกค้าง พร้อมประชาสัมพันธ์ประชาชนลดขยะพลาสติกและมูลฝอยต่างๆ

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 11 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 35 ครั้ง

              (10 ก.ย. 62) เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขต ครั้งที่ 2/2562 โดยมี ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ สำนักงานเขต และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 19 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง

             โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รับมอบหมวกผลิตจากขวดพลาสติกใช้แล้ว สำหรับบุคลากรด้านการรักษาความสะอาด กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 จำนวน 1,000 ใบ จาก นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

             กรุงเทพมหานครมีแนวทางการดำเนินการลดและคัดแยกขยะด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ รณรงค์การแยกขยะก่อนทิ้ง ติดตั้งถังขยะ 2 ประเภทตามที่สาธารณะ ได้แก่ ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไป ร่วมถึงมีบริการจุดรับขยะอันตรายในชุมชน โดยแผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2562 กำหนดเป้าหมายปริมาณขยะลดลง ร้อยละ 3 และเป้าหมายปริมาณมูลฝอยที่นำกลับมาใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปี 2560 จากการประเมินผลการดำเนินการ ณ เดือนกรกฎาคม 2562 พบว่าปริมาณมูลฝอยรวมเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครลดลงจากปี 2560 เฉลี่ยประมาณ 30 ตันต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 0.29 ซึ่งยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย และจากการประเมินผลการดำเนินการ ณ วันที่ 4 ก.ย. 62 ปริมาณมูลฝอยที่นำกลับมาใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น มีจำนวนเฉลี่ย 2,939 ตันต่อวัน ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามแผนที่กำหนด 2,662 ตันต่อวัน มติที่ประชุมได้เน้นย้ำให้สำนักงานเขตต่าง ๆ ทำการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนดำเนินการตามหลัก 3R ได้แก่ Reduce Reuse และ Recycle เพื่อลดปริมาณมูลฝอยที่ต้องกำจัดที่ปลายทาง และเพิ่มปริมาณมูลฝอยที่นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี พ.ศ. 2556 - 2575

 

           นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินโครงการ "วน" เพื่อการรวบรวมพลาสติกนำมารีไซเคิล ที่บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอโครงการในการประชุมผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อมและหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดฯ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ซึ่งโครงการ “วน” เป็นโครงการที่รับบริจาคพลาสติกชนิดอ่อน ถุงและฟิล์มพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น ห่อผ้าอนามัย ถุงน้ำแข็ง ฟิล์มหุ้มขวดน้ำ ถุงหูหิ้ว เป็นตัน นำกลับมารีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกและนำไปผลิตเป็นถุงใช้ซ้ำ (ถุงวน) ที่มีความหนามากกว่าถุงพลาสติกทั่วไป สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง และเมื่อใช้จนขาดหรือเก่าก็สามารถส่งกลับมารีไซเคิลกับโครงการได้อีก อันเป็นการใช้พลาสติกให้เกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะออกสู่สิ่งแวดล้อม สำหรับพลาสติกทุก 1 กิโลกรัมที่รับบริจาค โครงการจะตอบแทนเป็นเงิน 5 บาท เพื่อบริจาคให้กับองค์กรการกุศลที่ผู้เข้าร่วมโครงการต้องการให้ทางโครงการดำเนินการบริจาค โดยจ่ายเงินเป็นรายไตรมาส ด้วยการโอนเข้าบัญชีธนาคารและไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ การดำเนินการขณะนี้ สำนักสิ่งแวดล้อมได้กำหนดจัดประชุมชี้แจงโครงการ โดยแบ่งออกเป็น 7 ครั้ง คือ สำนักสิ่งแวดล้อม และ 6 กลุ่มเขต

          ด้านมูลฝอยอันตราย สำนักสิ่งแวดล้อมได้จัดสร้างอาคารเก็บกักมูลฝอยอันตรายที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง ได้แก่ อ่อนนุช หนองแขม และสายไหม โดยจัดหาภาชนะรองรับมูลฝอยอันตรายแยกประเภทภายในอาคารดังกล่าว ประกอบด้วย 1.หลอดฟลูออเรสเซนต์ 2.แบตเตอรี่/ถ่ายไฟฉาย 3.อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และ 4.ภาชนะบรรจุภัณฑ์ปนเปื้อน/อื่น ๆ เพื่อรองรับมูลฝอยอันตรายจากชุมชนที่สำนักงานเขตจัดเก็บก่อนขนส่งไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาล ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเขตดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องการแยะขยะอันตรายให้ประชาชนได้รับทราบและดำเนินการได้อย่างถูกต้อง สำหรับการดำเนินโครงการถนนอากาศสะอาดของกรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้รับความร่วมมือจาก ฝ่ายรักษาฯ และฝ่ายสิ่งแวดล้อมฯ 50 สำนักงานเขต ในการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุตามเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนิน 6 มาตรการ 12 กิจกรรม ประกอบด้วย 1.มาตรการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ ได้แก่ ตรวจวัดคุณภาพอากาศและรายงานให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง 2.มาตรการควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด ได้แก่ เข้มงวดตรวจจับควันดำและตรวจวัดมลพิษรถราชการ คุมเข้มปิดผ้าใบก่อสร้างและล้างล้อรถก่อนออกพื้นที่ และคุมเข้มผ้าใบปิดคลุมรถบรรทุกขณะวิ่งบนถนน 3.มาตรการทำความสะอาดถนน ได้แก่ เพิ่มความถี่ล้างถนนและดูดฝุ่น 4.มาตรการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ได้แก่ ปลูกต้นไม้ 5.มาตรการจัดจราจร ได้แก่ จัดระบบการจราจรให้คล่องตัว และ 6.มาตรการประชาสัมพันธ์และปลุกจิตสำนึก ได้แก่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลคุณภาพอากาศในพื้นที่ ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถสาธารณะ รณรงค์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ไม่ขับช่วยดับเครื่อง และส่งเสริมการใช้เตาปิ้งย่างไร้ควัน พร้อมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานโดยเปรียบเทียบข้อมูลคุณภาพอากาศ (PM10 และ PM2.5) กับจำนวนการดำเนินกิจกรรมตามโครงการถนนอากาศสะอาดของ 50 สำนักงานเขต ในเดือน เม.ย. 61 (ก่อนดำเนินกิจกรรม) และเดือน เม.ย. 62 (หลังดำเนินกิจกรรม) พบว่าการดำเนินโครงการถนนอากาศสะอาดของกรุงเทพมหานคร มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ เพราะตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองลดลง โดยมติที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ดำเนินกิจกรรมเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในระยะยาว

 

           ในส่วนของการปฏิบัติงานด้านการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังและขยะอุดตันหน้าตะแกรงระบายน้ำ จึงให้สำนักงานเขตดำเนินการจัดเก็บขยะ และเศษกิ่งไม้ ใบไม้ บริเวณหน้าตะแกรงระบานน้ำในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ให้ตัดแต่งกิ่งไม้ เพื่อป้องกันการหักโค่นหล่นทับประชาชนที่สัญจรผ่านหรือทรัพย์สินของประชาชน สำหรับจุดติดตั้งคอกกั้นขยะพับได้ ที่กรุงเทพมหานครได้รับมอบจากบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) จำนวน 600 ชิ้น ที่ประชุมมีมติให้นำคอกดังกล่าวมาตั้งในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวและย่านการค้าของกรุงเทพมหานครแทนคอกกั้นขยะเดิม หรือติดตั้งในจุดที่เหมาะสมเพิ่มเติม พร้อมดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบจุดพักขยะ โดยมีป้ายประชาสัมพันธ์ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน และแจ้งให้ประชาชนนำขยะมาทิ้งในคอกกั้นขยะตามวันและเวลาที่กำหนด ด้านการชะลอบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2562 เนื่องจากเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนเพื่อให้กรุงเทพมหานครมีระยะเวลาในการจัดทำระบบเพื่อรองรับการชำระเงินรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน จึงชะลอการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ. 2562 ออกไปอีก 1 ปี โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 63 โดยให้สำนักงานเขตตำเนินการดังนี้ 1.จัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราเดิม 2.ให้ฝ่ายรักษาฯ ใช้ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมเก็บขนมูลฝอย และใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมขนถ่ายสิ่งปฏิกูลแบบเดิม 3.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราเดิมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 63 และเตรียมพร้อมสร้างการรับรู้ เรื่อง ค่าธรรมเนียมตามข้อบัญญัติฯ ฉบับใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่ทราบ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมจะได้จัดทำต้นฉบับสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับใช้สื่อสารชี้แจงค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ให้ 4.จัดทำฐานข้อมูลผู้ชำระค่าธรรมเนียม พร้อมจำแนกประเภทอาคาร 14 ประเภท 5.การประเมินปริมาณมูลฝอยเพื่อกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม

            รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า งานของฝ่ายรักษาฯ เป็นงานที่มีความสำคัญมาก เพราะมีผลต่อสุขอนามัย และภาพลักษณ์ที่ดีในการท่องเที่ยว ดังนั้น หัวหน้าฝ่ายรักษาฯ ทุกท่านควรให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ ให้กำลังใจ พบปะพูดคุย รับฟังปัญหาต่าง ๆ เพราะความใส่ใจใกล้ชิดกับลูกน้องจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ขอให้หัวหน้าฝ่ายเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ ในเรื่องของความตรงต่อเวลาในการเก็บขยะ เก็บให้หมด ไม่ให้ตกหล่น เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ปฏิเสธงานในความรับผิดชอบ ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด ดูแลรักษาต้นไม้ หมั่นตรวจสอบถังขยะที่ชำรุดเสียหาย และเปลี่ยนให้พร้อมใช้งานเสมอ ทั้งนี้ ขอให้ระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัย หากพบวัตถุต้องสงสัยต่าง ๆ นอกจากนี้ ควรให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดด้วย

--------- (มุทิตา สปส. รายงาน)

อัลบั้มภาพ