สภากทม. ร่วมประชุมสภาแห่งเอเชีย ครั้งที่ 4 "การเปิดศักราชใหม่ และพลังของสภาท้องถิ่น"

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 8 ธันวาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 42 ครั้ง

นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง นำคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมสภาแห่งเอเชีย ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ "การเปิดศักราชใหม่ และพลังของสภาท้องถิ่น" ซึ่งจัดโดย Taiwan Councilors Forum (TCF) เพื่อเป็นเวทีสำหรับหารือแนวทางที่จะส่งเสริมการบูรณาการระหว่างสภาท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชีย และสภาเมืองต่างๆทั่วโลก โดยมีประเทศต่างๆจำนวน 9 ประเทศ เข้าร่วมการประชุม ณ ชั้น 9 หอประชุมสภาเมืองไทเป ไต้หวัน

นายนิรันดร์ ได้กล่าวปาฐกถาในการเปิดการประชุมสภาแห่งเอเชีย ครั้งที่ 4 ว่า สภาท้องถิ่นของประเทศไทย ทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 7,852 แห่ง โดยจัดตั้งขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด แบ่งเป็นสภาท้องถิ่น 7,850 แห่ง และท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จัดตั้งขึ้นในเมืองสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา โดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางการปกครองของประเทศไทย จัดตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2528 เพื่อให้การบริหารราชการกรุงเทพมหานครมีความเหมาะสมคล่องตัวสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้โดยสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามหลักการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยกำหนดให้การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกรุงเทพมหานคร มีงบประมาณเป็นของตัวเองและบางส่วนรัฐบาลสนับสนุน ข้อได้เปรียบสำคัญของราชการส่วนท้องถิ่นคือเป็นสังคมที่ใกล้ชิดกับประชาชน รู้ปัญหาอุปสรรค และความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี สำหรับเมืองพัทยา ซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ. ศ. 2542 ทั้งนี้เนื่องจากเขตสุขาภิบาลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้เจริญก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และเป็นสถานที่พักตากอากาศที่มีชื่อเสียง ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมมาพักผ่อน การที่ท้องถิ่นนี้ได้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม สิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการควบคุมการก่อสร้างอาคารพร้อมกันด้วย รัฐบาลในสมัยนั้นจึงได้จัดระเบียบการปกครองในท้องถิ่นนี้ใหม่ ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม และเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันได้คำนึงหลักแห่งการปกครองตนเองโดยให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการปกครองตามหลักการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วย

ในช่วงบ่ายของการประชุม นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ร่วมอภิปรายแบบคณะ ในหัวข้อ “การพลิกฟื้นภูมิภาค กับพลังชีวิตของประชาชน” โดยกล่าวว่า การขยายตัวของประชากรโลกที่อาศัยในเขตเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประเทศไทยมีผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยอิงตามพื้นที่เขตเทศบาล มีการเคลื่อนย้ายเพื่อเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองเป็นจำนวนมาก คนไทยและแรงงานข้ามชาติมีการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้นอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดปัญหาที่มีความซับซ้อนทั้งทางสังคมและสุขภาพเพิ่มขึ้น กลไกการบริการด้านการป้องกันควบคุมโรคที่มีอยู่ไม่สามารถตอบสนองกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น นายพรเทพ ได้แนะนำหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี ด้วยการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ จัดการความเครียด สร้างนิสัยในการนอนหลับอย่างเพียงพอ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ ฝึกจิตและฝึกสมาธิ บำรุงรักษาให้ร่างกายมีสมรรถนะ และศักยภาพที่แข็งแรง ตลอดจนลดละเลิกสิ่งเสพติด ซึ่งการอภิปรายในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก

————-

อัลบั้มภาพ