เห็นชอบตั้ง คกก.วิสามัญพิจารณาปรับปรุงข้อบัญญัติ กทม.ฯ อนุญาตให้ รพ.ศิริราช ก่อสร้างอาคารสูงได้ เพิ่มศักยภาพการให้บริการแก่ประชาชน

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 29 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 179 ครั้ง

            (29 ม.ค.63) เวลา 10.00 น. นายกิตติ บุศยพลากร รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2563 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อารารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง

            นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ภายในบริเวณฝั่งธนบุรีตรงข้ามบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ ในท้องที่แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด แขวงอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่..) พ.ศ. ... เนื่องจากข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ภายในบริเวณฝั่งธนบุรีตรงข้ามบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ ในท้องที่แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด แขวงอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2535 มีบทบัญญัติบางประการที่สมควรปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน และเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสาธารณประโยชน์แก่ประชาชน รองรับการขยายตัวของประชากรและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต และสนองตอบความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงระบบการบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าวภายในบริเวณที่ 1 (พื้นที่ในบริเวณระหว่างทิศเหนือจดกึ่งกลางคลองวัดระฆัง ทิศใต้จดคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้ ทิศตะวันออกจดแนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกจดคลองบ้านขมิ้นฝั่งตะวันตกและแนวถนนโครงการอรุณอมรินทร์) และบริเวณที่ 2 (พื้นที่ในบริเวณระหว่างทิศเหนือจดคลองบางกอกน้อยฝั่งเหนือ ทิศใต้จดถนนพรานนก ทิศตะวันออกจดแนวกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกจดถนนอรุณอมรินทร์) เพื่อให้อาคารสาธารณูปโภค อาคารสาธารณูปการ สามารถก่อสร้างได้

          รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า บริเวณที่กำหนดอนุญาตให้ก่อสร้างตามร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ คือ พื้นที่บริเวณโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งตามกฎหมายผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ และมีข้อกำหนดการก่อสร้างอาคารห้ามปลูกสร้างอาคารสูงกว่า 16 เมตร แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราชได้ขยายการให้บริการและจำเป็นต้องก่อสร้างอาคารสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ประกอบกับกรุงเทพมหานครได้สำรวจแล้วและมีความเห็นว่าควรอนุญาตแต่เฉพาะการก่อสร้างโรงพยาบาลศิริราชตามร่างข้อบัญญัตินี้เท่านั้น

           ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบในหลักการร่างข้อบัญญัติฯ และให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ภายในบริเวณฝั่งธนบุรีตรงข้ามบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ ในท้องที่แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด แขวงอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่..) พ.ศ. ... จำนวน 13 ท่าน

 

สภาฯ ลงมติเห็นชอบจ่ายขาดเงินสะสมเพื่อใช้ในโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร

          จากนั้น พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอขอความเห็นชอบจ่ายขาดเงินสะสมของกรุงเทพมหานคร จำนวน 140,600,000 (หนึ่งร้อยสี่สิบล้านหกแสนบาท) พร้อมเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พ.ศ. ... ด้วยกรุงเทพมหานครมีความจำเป็นต้องจ่ายรายจ่ายพิเศษจากเงินสะสมจ่ายขาดเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากการฟื้นฟูและพัฒนาคลองเปรมประชากรเป็นโครงการที่สำคัญเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีการออกแบบวางแผนการพัฒนาพื้นที่ริมคลองตามแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลอง และการพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานระบบคลองและพัฒนาชุมชนริมคลองเปรมประชากร พร้อมได้อนุมัติให้ดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากร จากถนนเทศบาลสงเคราะห์ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร และผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2-3 แล้ว ในวงเงินงบประมาณโครงการทั้งสิ้น 1,406 ล้านบาท ซึ่งกรุงเทพมหานครต้องตั้งงบประมาณสมทบเงินอุดหนุนรัฐบาลตามสัดส่วนร้อยละ 50 เป็นเงิน 703 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (63-65) แบ่งเป็น ปีงบประมาณ 63 วงเงิน 140.6 ล้านบาท ปีงบประมาณ 64 วงเงิน 379 ล้านบาท และปีงบประมาณ 65 วงเงิน 183.4 ล้านบาท ทั้งนี้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 มีไม่เพียงพอที่จะจัดสรร กรุงเทพมหานครจึงต้องขอความเห็นชอบจ่ายขาดเงินสะสมกรุงเทพมหานครดังกล่าว ทั้งนี้ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง เงินสะสม พ.ศ. 2562 ข้อ 12 กำหนดไว้ว่า “การจ่ายขาดเงินสะสมเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยได้รับความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร และให้ทำได้ในกรณีที่เป็นกิจการที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวกับการบริการชุมชนและสังคม หรือเป็นกิจการซึ่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง หรือเป็นกิจการที่เป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร หรือตามที่มีกฎหมายกำหนด และให้คำนึงถึงฐานะเงินสะสมของกรุงเทพมหานครด้วย”

         ทั้งที่ประชุมสภา กทม. มีมติเห็นชอบจ่ายขาดเงินสะสมของกรุงเทพมหานคร จำนวน 140,600,000 ตามที่กรุงเทพมหานคร เสนอ และเห็นชอบหลักการร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พ.ศ. ... โดยให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ จำนวน 20 ท่าน

 

อัลบั้มภาพ