สภากทม.ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูล แก้ไขปัญหาการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ

24 กุมภาพันธ์ 2563 | จำนวนเข้าชม 61 ครั้ง

       

 

       (24 ก.พ.63) นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ ประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักการระบายน้ำ สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่เพื่อศึกษาและติดตามการแก้ปัญหาการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงคลองหลอดวัดราชบพิธ ณ บริเวณคลองหลอดวัดราชบพิธ เขตพระนคร

 

       คณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนที่พักอาศัยริมน้ำ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวและประชาชน งดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสียลงในแหล่งน้ำ รวมทั้งให้ชาวชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมเป็นกำลังหลักในการรักษาแหล่งน้ำ ทั้งนี้ ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีคู คลอง ลำราง ลำกระโดง จำนวนทั้งหมด 1,889 แห่ง โดยสำนักการระบายน้ำ ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 213 แห่ง สำนักงานเขต ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 1,676 แห่ง ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่พัฒนาทำความสะอาดคลอง ปรับภูมิทัศน์พื้นที่ริมคลองให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะอาดสวยงาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ อันเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและรักษาแหล่งน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง

       นายไพฑูรย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของคณะกรรมการวิสามัญฯ ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่อยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งริมคลองสายหลัก ซึ่งเชื่อมต่อสู่แม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ พื้นที่ฝั่งธนบุรีจากสะพานพระพุทธยอดฟ้าถึงวัดกัลยาณมิตร พื้นที่ฝั่งพระนคร ตั้งแต่บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองตลาด ผ่านโรงเรียนราชินีสิ้นสุดที่บริเวณท่าช้าง จากท่าช้างผ่านท่ามหาราชสู่บริเวณท่าพระจันทร์ พื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บริเวณท่าเตียน คลองหลอดวัดเทพธิดาราม โดยวันนี้เป็นการลงพื้นที่บริเวณคลองหลอดวัดราชบพิตร ซึ่งเป็นอีกคลองหนึ่งที่เชื่อมกับคลองคูเมืองเดิม เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันรักษาสภาพภูมิทัศน์ริมคลองให้มีความใส สะอาด สวยงาม ปราศจากขยะ รวมทั้งขอความร่วมมือ งดทิ้งขยะ น้ำเสียคงแม่น้ำ คู คลอง ติดตั้ง ถังดักไขมัน และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ซึ่งในปัจจุบันได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี น้ำใสสะอาด ปราศจากขยะ ภูมิทัศน์สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์อีกด้วย อย่างไรก็ดี การรณรงค์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ และประชาชน ในการแสดงความรับผิดชอบร่วมกันในการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางการคมนาคมทางน้ำสายหลัก ของกรุงเทพมหานครทั้งในอดีตและปัจจุบัน และเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง ทั้งในด้านการเดินทางและวิถีการดำรงชีวิต นอกจากนี้แม่น้ำเจ้าพระยายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง ประกอบกับในปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการเส้นทางหลักในการไปสู่แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำอื่นๆ จำนวนมาก กรุงเทพมหานครจึงขอเชิญชวนประชาชน และทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนให้แม่น้ำเจ้าพระยาคืนสู่ ความสะอาดสดใสและเป็นธรรมชาติ อันจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น "แหล่งมรดก ทางวัฒนธรรมระดับโลก” เพื่อให้กองทุนโบราณสถานโลกประกาศให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 28 สายน้ำประวัติศาสตร์ที่เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ต่อไป

-----------------------

 

 

อัลบั้มภาพ