ทุกภาคส่วนร่วมใจบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 2 กันยายน 2562 | จำนวนเข้าชม 87 ครั้ง

          นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งมีคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักงานเขตพื้นที่ และผู้แทนจากกองทัพเรือ กอ.รมน. กรมเจ้าท่า ร่วมประชุม ได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินการเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ช่วงสะพานพระปิ่นเกล้า ถึงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ทั้ง 2 ฝั่ง โดยทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน ดังนี้

1.ร่วมกันจัดเก็บมูลฝอย ผักตบชวา และวัชพืชในแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร และจัดตั้งจุดสกัดในแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงฤดูน้ำหลากเพื่อไม่ให้วัชพืชไหลเข้าเขตกรุงเทพมหานคร

2.พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สำคัญบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และทางเดินริมน้ำหน้าสำนักเทศกิจ

3.จัดตั้งกองอำนวยการร่วม และกำหนดจุดสังเกตการณ์สำหรับเฝ้าระวังเหตุ เพื่อดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ผู้สัญจรทางน้ำและนักท่องเที่ยว บริเวณท่าช้าง หรือจุดอื่นที่เหมาะสม โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขตพระนคร

4.จัดให้มีเรือตรวจการณ์ปฏิบัติงานเฝ้าระวังเหตุและสนับสนุนภารกิจจัดเก็บมูลฝอย พร้อมตรวจตราดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยทางน้ำ ตามรอบปกติ และกรณีเร่งด่วน

5.รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย และปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

6.ดำเนินการให้มีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

7.ร่วมมือกับกองทัพเรือรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ไม่ทิ้งขยะสิ่งปฏิกูล และไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

          สำหรับการดำเนินการจับปรับผู้กระทำผิด ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ และปลูกสร้างสิ่งรุกล้ำแม่น้ำลำคลองของเจ้าหน้าที่นั้น หากมีผู้ร้องเรียน และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการ คณะกรรมการวิสามัญฯ มีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ เนื่องจากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 ระบุว่า ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท ซึ่งกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบแล้ว การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 139 และ 173

         ทั้งนี้เพื่อให้การฟื้นฟูและปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สำคัญริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีความใส สะอาด สวยงาม ปราศจากขยะ ขอความร่วมมือประชาชนและหน่วยงาน ผู้ประกอบการที่มีอาคาร ที่พักอาศัย อยู่ริมน้ำ ไม่ทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสียลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของแผ่นดินต่อไป

 

อัลบั้มภาพ