สภากทม.เห็นชอบโครงการถนนหมายเลข 11 แก้ไขปัญหาการจราจรในศูนย์ราชการ

เผยแพร่โดย : นิกรณ์ สมศรี | 27 มกราคม 2564 | จำนวนเข้าชม 295 ครั้ง

            (27 ม.ค.64) นายคำรณ โกมลศุภกิจ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

             ที่ประชุมวันนี้ได้เห็นชอบ ญัตติ กรุงเทพมหานครขอความเห็นชอบให้ดำเนินโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนประชาชื่น จากการประปานครหลวงถึงถนนแจ้งวัฒนะ (ถนนหมายเลข 11) นอกเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะสอดคล้องกับโครงการถนนหมายเลข 10 ในพื้นที่เขตหลักสี่ เชื่อมต่อศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กับถนนประชาชื่น ระยะทาง 1,800 เมตร  สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ศูนย์ราชการได้อย่างเป็นระบบ และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แต่เนื่องจากเป็นโครงการนอกเขตกรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเทศบาลนครปากเกร็ดและจังหวัดนนทบุรีก่อน ซึ่งขณะนี้เทศบาลนครปากเกร็ดและจังหวัดนนทบุรีได้ยินยอมให้กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการดังกล่าวได้ตามวัตถุประสงค์แล้ว จึงได้เสนอสภากรุงเทพมหานครเพื่อขอความเห็นชอบตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 93 (2)  สำหรับโครงการถนนหมายเลข 11 จะก่อสร้างเป็นถนน ค.ส.ล. ขนาด 4 ช่องจราจร เขตทางกว้าง 30 เมตร พร้อมระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบระบายน้ำ ป้ายและเครื่องหมายจราจรและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง ระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,300 เมตร

            นอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง เงินสะสม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...  เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และลดความซ้ำซ้อนในขั้นตอนการพิจารณาจ่ายขาดเงินสะสม สอดคล้องกับหลักการของความจำเป็นหรือเร่งด่วนเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติดังกล่าว กำหนดแปรญัตติ 5 วัน

 

ตั้งคกก.วิสามัญศึกษาแนวทางขับเคลื่อนพ.ร.บ.ควบคุมอาหารสำหรับทารกและเด็ก

            จากนั้น นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ได้เสนอญัตติเรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครได้เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาเรื่องดังกล่าว

             นายพรเทพ กล่าวว่า ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คำแนะนำเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ควรได้กินนมแม่อย่างเดียว และกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กอย่างมีคุณภาพ จึงตั้งเป้าหมายในปี 2568 ให้มีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน อย่างน้อยร้อยละ 50  อย่างไรก็ดีผลสำรวจในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร พบว่า ปี 61-63 มีสถิติอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน เพียงร้อยละ 24.12 ร้อยละ 25.52 และร้อยละ 26.90 ตามลำดับ ประกอบกับสถานประกอบการยังมีการจัดสวัสดิการสำหรับหญิงหลังคลอดน้อย และมีการโฆษณาการทำการตลาดของผู้ประกอบการอาหารสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็กที่โน้มน้าวชักชวนให้กลุ่มมารดาหลังคลอดที่มีอุปสรรคในการให้นมแม่หลังคลอดมาใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วนขัดขวางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

            นายพรเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 ซึ่งได้ประกาศใช้ ส่งผลให้มีมาตรการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กที่เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติดังกล่าวและการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกฎหมาย จึงได้เสนอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนในครั้งนี้


-------------------------

อัลบั้มภาพ