รายงานพิเศษ: 'ทางเลือกทางรอดประเทศไทย ยุค New Normal'

เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 29 มิถุนายน 2563 | จำนวนเข้าชม 12 ครั้ง

 

          'New Normal' ชีวิตวิถีใหม่ที่คนกรุงเทพฯต้องปรับตัวในภาวะโควิด-19


          แนวทางที่หลายๆ คนจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงไวรัสโควิด-19 ตัวนี้ออกมาระบาด ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตเราไปอีกนาน หรือจนกว่าจะมียารักษาเมื่อยังต้องเดินหน้าใช้ชีวิตก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิต


          กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นการให้บริการประชาชน แน่นอนว่าในทุกการบริการนั้นมีผลกระทบกับประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ มาดูกันว่าอะไรบ้างที่ประชาชนต้องรู้หากต้องติดต่อกับหน่วยงานกทม.มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ง่ายกับวิถีชีวิตใหม่อย่างไร


          นางศิลปสวยระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานครเกริ่นว่า การปรับเปลี่ยนชีวิตให้เข้ากับวิถีชีวิติใหม่ หรือ New Normal นั้น ประชาชนอาจมองในช่วงแรกเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อเราปรับตัวได้ก็จะกลายเป็นวิถีชีวิตปกติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิถีชีวิตที่ทำให้เราปลอดภัยแต่ยืนยันว่าการให้บริการประชาชนยังคงเดิมเพียงปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ปลอดภัยทั้งต่อตัวผู้ให้บริการและผู้รับบริการ


          ในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น ได้ปรับรูปแบบการให้บริการประชาชนที่จะติดต่อกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ที่เรียกว่า"บริการ BMA Q" ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นจองคิวออนไลน์ บริการงานทะเบียนและงานขออนุญาตต่างๆ ภายในศูนย์BFC 50สำนักงานเขต โดยประชาชนทำการจองคิวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความสะดวกในการวางแผนการเดินทาง ลดความแออัดของสถานที่ และไม่ต้องรอคิวนานๆ สอดคล้องกับการใช้ชีวิตแบบNew Normalตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19


          วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยาก หลังจากจองคิวผ่านแอพพลิเคชั่นBMA Q แล้ว ท่านจะได้รับคิวอาร์โค้ด (QR code)ยืนยัน เพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมตรวจเอกสารให้เรียบร้อย จากนั้นจะได้รับบัตรคิวใหม่เพื่อรอเรียกใช้บริการตามลำดับการจองคิว แต่หากมาถึงช้ากว่าเวลานัดหมาย15นาที คิวนั้นจะถูกยกเลิกทันที


          สำหรับบริการจองคิวออนไลน์ของBMA Qจะมี2รูปแบบคือรูปแบบที่1 บริการจองคิวล่วงหน้าได้ถึง 10วันทำการระหว่างเวลา08.00-12.00 น. และ 13.00-15.00น .ซึ่งจะรับจองช่วงเวลาละ 5 คนรวมแล้ว30คนต่อวัน


          ข้อดีคือเมื่อไปถึงสำนักงานเขตและได้รับการตรวจสอบว่ามีเอกสารครบถ้วน ประชาชนจะได้รับบัตรคิวใหม่ โดยเป็นลำดับต่อจากผู้ที่รับบริการอยู่ในเวลาปัจจุบันทันที


          ส่วนรูปแบบที่ 2  เป็นบริการบัตรคิวทั่วไป เพื่อใช้บริการในวันเดียวกันโดยจะสามารถเช็กจำนวนผู้รอรับบริการของสำนักงานเขตที่ใกล้ที่สุด หรือเขตที่มีผู้ใช้บริการน้อยที่สุดได้ ณ เวลานั้นๆ ได้ เพื่อเลือกช่วงเวลาที่จะสะดวกไปใช้บริการ


          สำหรับประชาชนที่ไม่ได้นัดหมายหรือจองคิวล่วงหน้า ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถทำอะไรได้  โดยยังสามารถใช้บริการต่างๆ ของสำนักงานเขตได้ตาม ลำดับปกติเช่นเดิม เพียงเท่านี้เขตก็สามารถควบคุมจำนวนประชาชนที่มาติดต่อรับบริการในแต่ละช่วงเวลาได้ ประชาชนก็ไม่ต้องมารวมตัวกันจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันประชาชนก็เริ่มปรับตัวและหันมาใช้รูปแบบจองคิวล่วงหน้าออนไลน์มากขึ้น


          แล้วในส่วนของการบริการด้านการแพทย์สาธารณสุขในสังกัดของกรุงเทพมหานครมีการเตรียมการอย่างไรบ้าง


          นางศิลปสวยย้ำว่า โรงพยาบาลกทม.วิถีใหม่ "มุ่งลดความแออัด เพิ่มความสะดวกสบายให้คนใข้และผู้ใช้บริการ" ไม่ให้มีความเสี่ยงสัมผัสโรคอุบัติใหม่ โดยเฉพาะโรคโควิด-19  โดยมีแนวทางพัฒนาระบบให้บริการ นำเทคโนโลยี ระบบไอที


          มาใช้ในทุกส่วน ทั้งการนัดพบแพทย์ การรับยาและการชำระเงิน รวมถึงเร่งเพิ่มหน่วยบริการให้ทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล สามารถใช้บริการทางการแพทย์ได้ใกล้บ้านช่วยลดความหนาแน่นในการตรวจรักษาภายในโรงพยาบาล


          ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง ได้มีมาตรการต่างๆ ในการให้บริการด้วยความสะดวกรวดเร็ว โดยมีโครงการ โทรนัด BFC พบ แพทย์ใน 60 นาที ซึ่งที่ผ่านมายังมีการใช้ระบบนี้ไม่มากนัก ต้องกระตุ้นให้ใช้กันมากขึ้นอีกทั้งระบบจองคิวออนไลน์ ผ่าน BMA Q   ที่ขณะนี้ให้ใช้เฉพาะบริการที่สำนักงานเขตซึ่งจะนำโรงพยาบาล กทม.เข้าระบบด้วย


          โทรนัด BFC พบแพทย์ใน 60 นาทีและ ระบบจองคิวออนไลน์ ผ่าน BMA Q จะช่วยลดความหนาแน่นที่ห้องตรวจ และห้องฉุกเฉิน โดยคัดกรองคนไข้ก่อนไปโรงพยาบาล แบ่งกลุ่มเป็นเคสนัดพบแพทย์และเคสผู้ป่วยใหม่


          การตรวจรักษาจะแยกคนไข้ทางเดินหายใจกับคนไข้ปกติ แยกส่วนให้บริการเฉพาะคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI Clinic) จัดระบบเข้า-ออกทางเดียว ขณะนี้มีที่โรงพยาบาลเจริญ กรุงประชารักษ์ กำลังทำใน 5 โรงพยาบาลขนาดใหญ่


          นอกจากนี้ กำลังพัฒนาระบบให้บริการ ตรวจรักษาทางไกลผ่านเครือข่าย อินเตอร์เน็ต Tele Medicine ขอรับคำปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร นำร่องที่โรงพยาบาลสิรินธร  โดยอยู่ระหว่างจัดทำระบบคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์โดยเอกชนเสนอทำโปรแกรมให้ในระยะแรก น่าจะได้ใช้งานในปี2563 นี้ อย่างไรก็ดี ระบบTele Medicine จะใช้ได้ในคนไข้บางกลุ่มเท่านั้น


          ในการรับยา มีโครงการรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านซึ่งได้เชิญร้านยาเข้าร่วมแล้วหลายร้าน และมีบริการส่งยาทางไปรษณีย์แผนอนาคตจะมีบริการเจาะเลือดที่บ้านด้วยรถหน่วยบริการเคลื่อนที่ รวมถึงการชำระเงิน ด้วยตู้ชำระเงินเอง ด้านคนไข้ในมีระบบป้องกันในทุกส่วนบริการ และจัดทำห้องเฉพาะคนไข้กลุ่มพิเศษในทุกโรงพยาบาล รองรับกรณีการระบาดของโรค


          รวมถึงพัฒนาหุ่นยนต์บริการทาง การแพทย์นำมาใช้ในโรงพยาบาล กทม. ด้วยการพัฒนาระบบการให้บริการในโรงพยาบาล กทม. เข้าสู่ระบบออนไลน์ เรามีแผนปรับปรุงพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งโควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งให้พัฒนาเร็วขึ้น ซึ่งโรงพยาบาล กทม.ต้องพัฒนาตาม อนาคตจะใช้บริการผ่านสมาร์ทโฟนทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้ในกรุงเทพฯ 90% น่าจะใช้งานแล้ว


          "โรงเรียน" อีกสถานที่ที่มองข้ามไม่ได้ เพราะกรุงเทพมหานครมีโรงเรียน ในสังกัดถึง 437 โรงเรียน ปลัด กทม. กล่าวว่าโรงเรียนในสังกัด กทม.จะพร้อมเปิดในวันที่1 กรกฎาคม 2563 โดยระหว่างนี้ได้กำชับโรงเรียนต่างๆในสังกัดกทม.ประสานการปฏิบัติงานให้กับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตเพื่อร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโรงเรียนเช่น ห้องเรียน ห้องน้ำ ห้องพยาบาล โรงอาหาร ตลอดจนให้โรงเรียนแต่ละแห่งจัดโต๊ะเรียนและโต๊ะรับประทานอาหารของนักเรียนให้มีการเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร (Physical Distancing)


          นอกจากนี้ มีการใช้นวัตกรรมต่างๆสำหรับการเว้นระยะห่างระหว่างนักเรียนเช่น ฉากกั้นระหว่างโต๊ะเรียน โต๊ะรับประทานอาหาร รวมทั้งได้กำชับให้โรงเรียนเตรียมจัดตั้งจุดคัดกรองนักเรียนด้วยการวัดอุณหภูมิก่อนเข้าโรงเรียน


          รวมทั้งกำชับให้โรงเรียนแต่ละแห่งใช้แอพพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มที่ทางราชการกำหนดเช่น "ไทยชนะ" เพื่อบันทึกการเข้า-ออกของแต่ละบุคคลที่เข้า-ออกพื้นที่โรงเรียนให้ติดตั้งจุดทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือในบริเวณต่างๆของโรงเรียนให้เพียงพอต่อการใช้งานเพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนสามารถล้างมือได้บ่อยๆ


          มีการจัดตารางการเรียนการสอนที่เหมาะสม  อาทิ งดการเรียนการสอนในพื้นที่แออัด จัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ตามแนวทางของสำนักการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 4 ช่องทาง หรือ 4 Onได้แก่ Online, On air, Onhand และOn site ตามความเหมาะสมของนักเรียนและเนื้อหาการเรียนรู้


          นี่จะเป็นแนวทางที่หลายคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสู้โควิด-19 ระบบออนไลน์จะเข้ามาช่วยทำให้เราต้องปรับตัวเพื่อก้าวผ่านวิกฤติ นอกเหนือจากการปรับพฤติการด้านการป้องกันเฉพาะบุคคล จนกลายเป็นความปกติใหม่ที่ชัดเจนในสังคมไปอีกระยะเวลาหนึ่ง


          การแพทย์วิถีใหม่  NEW NORMAL

          ภาวะวิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกชนิดที่เรียกว่าอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ได้สร้างผลกระทบต่อผู้คนมากมาย ทั้งผู้ที่เจ็บป่วย และถึงแม้ว่าจะไม่เจ็บป่วยก็ล้วนแต่ได้รับผลกระทบข้างเคียงกันไม่มากก็น้อย
          อย่างไรก็ตาม ขณะที่ยังต้องรอวัคซีนป้องกันเพื่อหยุดยั้งโรค การดำเนินชีวิตของผู้คนต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่ที่เรียกกันว่า เป็นวิถีใหม่หรือ new nor mal   รวมทั้งเรื่องการให้บริการทางการแพทย์
          นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุโควิดจะอยู่กับเราสักช่วง 1-2 ปี  ซึ่งกรมการแพทย์ได้เตรียมปรับระบบบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุข ให้มีระบบการแพทย์สมัยใหม่ นิวนอร์มอลเมดิคอล เซอร์วิสเซส
          ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งบุคลากรและประชาชน ที่เรียกว่า 2 P Safety
          ทั้งช่วยลดความแออัดของการใช้บริการในโรงพยาบาล
          รวมทั้งช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้เกิดความเสมอภาคในการรับบริการ
          อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต้องอาศัย 2 กลวิธีที่สำคัญ คือ กรมการแพทย์ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ปรับระบบช่องทางการให้บริการทางการแพทย์
          รวมทั้ง จะมีดิจิทัลโซลูชั่น โดยนำเรื่องดิจิทัลเข้ามาใช้ เช่น ในกรณีผู้ป้วยเรื้อรัง โรคเบาหวาน ความดัน  จะปรับผู้ป่วยเป็น 3 ประเภท ผู้ป่วยสีเขียว สีเหลือง สีแดง
          โดยสีเขียว สำหรับผู้ป่วยควบคุมได้ดี กินยาแล้วไม่มีอาการแทรกซ้อน ก็จะนัดให้มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพียงปีละ 1-2 ครั้ง  ทั้งนี้ หากผู้ป่วยอยากพบแพทย์ต้องการปรึกษากับแพทย์ ก็จะมีระบบ Telemedicineเข้ามาช่วย  ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมารพ.บ่อยช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้
          สีเหลือง จะเป็นผู้ป่วยที่อาจจะคุมอาการได้ไม่ดีนัก นอกเหนือจากระบบเทเลเมดิซีนก็อาจจะให้รับบริการใกล้บ้าน ที่รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือให้อสม.ไปเยี่ยมที่บ้าน
          ส่วนสีแดง ประเภทที่ต้องมารพ.ทั้งนี้ เนื่องจากคนไข้กลุ่มสีเขียว สีเหลืองไม่ต้องมารพ.ก็จะทำให้ รพ.ไม่แน่น  โดยจะใช้ระบบดิจิทัล  นัดคิวมาจากบ้านเลยผ่านออนไลน์  พอมาถึงรพ.มีแอพฯให้ใช้รวมทั้งมีบริการส่งยาทางไปรษณีย์  ซึ่งจะทำให้สามารถมีเวลาให้บริการประชาชนได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการเติมคุณภาพการบริการให้คนไข้
          รวมทั้งนอกจากการแพทย์วิถีใหม่ยังมีการผ่าตัดวิถีใหม่ ทันตกรรมวิถีใหม่โดยจะเปลี่ยนจากการดูแลจาก รพ.เป็นหลัก เป็นการดูแลได้ทุกที่ ทุกเวลาและอย่างเสมอภาค เท่าเทียม
          "...ประชาชนอาจมองในช่วงแรกเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อเราปรับตัวได้ก็จะกลายเป็นวิถีชีวิตปกติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิถีชีวิตที่ทำให้เราปลอดภัย แต่ยืนยันว่าการให้บริการประชาชนยังคงเดิม..."