ปิดดีล BTS เหมาสายสีเขียวตั๋ว 15-65 บ. แลกยืดสัมปทาน

เผยแพร่โดย : ธนรัตน์ เทียนประทีป | 8 สิงหาคม 2562 | จำนวนเข้าชม 30 ครั้ง

 

          กทม.ปิดดีลเจรจารถไฟฟ้าสาย สีเขียว ยืดสัมปทานบีทีเอส 30 ปี นับหนึ่ง 2573-2602 พร้อมจ้างเดินรถต่อขยาย 10 ปี แลกรับหนี้ สายสีเขียวแสนล้าน เก็บค่าตั๋วใหม่ 15-65 บาท ผู้ว่าฯ กทม.ย้ำลดค่า โดยสาร 15 บาทตลอดสายยาก "บิ๊กตู่" กดปุ่มเปิดฟรี "หมอชิตเซ็นทรัลลาดพร้าว" 9 ส.ค.นี้ รฟม.เด้งรับ "ศักดิ์สยาม" หาช่อง ลดค่าโดยสารสายสีม่วงเร่งคลอดตั๋วร่วม EMV
          ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังรัฐบาลชุดที่แล้วมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (ม.44) เรื่องการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้ง เส้นทางหลักช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน มี บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) รับสัมปทาน
          ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสินบางหว้า และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการเอง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่ กทม.รับโอนจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งปัจจุบัน กทม.จ้างบีทีเอสเดินรถส่วนต่อขยายให้ถึงปี 2585
          เพื่อให้มีมาตรการแก้ปัญหาให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นโครงข่าย เดียวกัน อำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้โดยสาร และมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม เป็นธรรม ไม่เป็นภาระแก่ประชาชน
          โดยให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เจรจากับบีทีเอสผู้รับสัมปทานรายเดิม อาทิ หลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสาร อัตราค่าโดยสาร เป็นต้น
          ขยายสัมปทานบีทีเอส 30 ปี
          ล่าสุด นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังเจรจากับบีทีเอสมาตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปที่เป็นหลักการแล้ว รอลงรายละเอียดเพื่อ ยกร่างสัญญาส่งให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบ ก่อนที่จะนำผลเจรจาเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติและเซ็นสัญญาร่วมทุนกับบีทีเอสต่อไป
          "มีข้อสรุปจะขยายอายุสัญญาให้บีทีเอส เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยแก้ไขในสัญญาเดิม แต่ให้เริ่มนับหนึ่งในปี 2573 หลังสัญญาเดิมสิ้นสุดแล้ว ส่วนค่าโดยสารก็เคาะแล้ว สูงสุดไม่เกิน 65 บาท เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด"
          จ้างเดินรถส่วนต่อขยายถึงปี'72
          รายงานข่าวแจ้งว่า ผลเจรจาหลัก ๆ ที่ได้ข้อยุติ ในส่วนของเส้นทางหลักจะขยายอายุสัญญาเดิมให้บีทีเอสออกไปอีก 30 ปี จากปี 2573-2602 สำหรับส่วนต่อขยายทั้งช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง, ตากสิน-บางหว้า, แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะจ้างบีทีเอสเดินรถให้ถึงปี 2572 จากนั้นถึงจะนำไปรวมกับเส้นทางหลักเป็นสัมปทานเดียวกันและเริ่มต้นสัมปทานใหม่
          เคาะราคาใหม่ 15-65 บาท
          รายงานข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับอัตราค่าโดยสารผลการเจรจาจะปรับจากอัตราค่าโดยสารในปัจจุบันที่บีทีเอสเก็บ 16-44 บาท และ กทม.เก็บส่วนต่อขยายเดิม 15 บาท และส่วนต่อขยายหมอชิต-คูคตเก็บ 15-60 บาท และแบริ่ง- สมทุรปราการอีก 15-39 บาท รวมเป็น 158 บาท จะเก็บให้เป็นระบบอัตราค่าโดยสารตามระยะทางตลอดสาย คิดค่าแรกเข้าครั้งเดียว 15 บาท เก็บสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และปรับค่าโดยสารขึ้นทุก 2 ปี ตามดัชนีผู้บริโภค (CPI)
          "ส่วนต่างค่าโดยสาร กทม.จะรับภาระแทนประชาชนในส่วนของส่วนต่อขยาย เพราะปัจจุบัน กทม.ก็รับภาระอยู่แล้วจาก ราคา 15 บาทตลอดสายของส่วนต่อขยาย โดยขอจัดสรรงบประมาณของ กทม.เองจ้างบีทีเอสเดินรถให้อยู่แล้วปีละกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยืนยันว่าราคาใหม่จะไม่กระทบต่อผู้ใช้บริการเดิม ซึ่งบีทีเอสก็ยอมรับข้อเสนอนี้แล้ว และโครงสร้างราคาใหม่จะเริ่มใช้หลังเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าไม่น่าจะเกิน เดือน ก.ย.-พ.ย.นี้"
          ต่อขยายคูคต-ปากน้ำขาดทุน
          รายงานข่าวกล่าวอีกว่า ทั้งนี้การเจรจากับบีทีเอสอยู่บนพื้นฐานการร่วมลงทุน PPP net cost ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 โดยบีทีเอสจะร่วมลงทุนงานระบบกว่า 3 หมื่นล้านบาท และงานโยธาและค่าเวนคืนของสายสีเขียวส่วนต่อขยายใหม่ 2 ช่วงที่รับจาก รฟม.แทน กทม. วงเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท ทาง บีทีเอสจะรับภาระหนี้ไปก่อน
          โดยจัดหาแหล่งเงินมาชำระหนี้คืนให้เป็นระยะเวลา 10 ปี เนื่องจาก กทม.ยังไม่มีรายได้ และจากผลการศึกษาส่วนต่อขยายทั้ง 2 ช่วงนี้จะขาดทุน 10 ปี คิดเป็นมูลค่า 21,133 ล้านบาท โดย กทม.จะนำรายได้ที่จะได้รับส่วนแบ่งจาก บีทีเอสในปี 2573 และนำทรัพย์สินโครงการที่หมดสัญญาจากบีทีเอสไประดมทุนหาเงินมาชำระคืนภายหลัง
          บีทีเอสรับหนี้แสนล้านแทน กทม.
          นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. BTSC เปิดเผยว่า ได้เจรจากับคณะกรรมการมาหลายรอบแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ 100% คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
          "การเจรจาครั้งนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน มูลค่าโครงการ 1 แสนล้านบาท ซึ่งบีทีเอสจะได้การขยายสัมทานเป็นการตอบแทน แต่ก็มีความเสี่ยงด้านผู้โดยสารและราคาเพราะ กทม.ไม่มีการอุดหนุนรายได้ให้ ซึ่ง บีทีเอสจะต้องหาเงินมาลงทุนแทน กทม.ก่อนเพื่อชำระหนี้ค่างานโยธา เวนคืนที่ดิน งานระบบ และค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่หายไปจากการเก็บอัตราสูงสุด 65 บาท ซึ่งค่าโดยสารที่เรารับข้อเสนอเพราะเห็นว่าสามารถทำได้และเป็นการลดภาระประชาชน ส่วนนโยบายจะให้ลด 15-20 บาทตลอดสายคงจะยาก และ รัฐจะต้องมาอุดหนุน ซึ่งปัจจุบันบีทีเอส มีตั๋วเที่ยวที่ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวถูกอยู่แล้ว"
          นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า หลังได้ข้อยุติกับ กทม.แล้ว ระหว่างที่กระทรวงมหาดไทยนำร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ และเสนอ ครม. อนุมัติ ทางบีทีเอสจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) และประชุมผู้ถือหุ้นควบคู่กันไปด้วย คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้
          รอบิ๊กตู่ส่งซิกนั่งฟรีสายสีเขียว
          พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของวันที่ 9 ส.ค.นี้จะเปิดบริการสายสีเขียวช่วงหมอชิต-คูคต จำนวน 1 สถานี จากหมอชิต-ห้าแยกลาดพร้าว โดยช่วงเช้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิด โดยจะเปิดให้ใช้บริการฟรีไปจนกว่าการเจรจากับบีทีเอส เรื่องสัมปทานจะแล้วเสร็จ คาดว่าไม่เกิน เดือน ก.ย.นี้
          ทั้งนี้รอฟังนโยบายจากนายกรัฐมนตรีวันที่ 9 ส.ค.นี้ จะให้ใช้บริการไปถึงเมื่อไหร่ และภายในเดือน ธ.ค.นี้จะเปิดเพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 สถานี รัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานี ม.เกษตรศาสตร์ และพร้อมเปิดให้บริการตลอดเส้นทางในเดือน ธ.ค. 2563 เร็วกว่า แผนเดิมที่กำหนดในเดือน ก.ค. 2564
          "ค่าโดยสาร กทม.กำลังเจรจากับ บีทีเอสเพื่อร่วมลงทุนสายสีเขียวทั้งระบบ มีคณะกรรมการตามคำสั่ง ม.44 เป็นผู้เจรจา จะได้ข้อสรุปในเดือน ส.ค.นี้ กทม.มีกำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุดต้องไม่เกิน 65 บาท และเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว ซึ่งโครงสร้างราคาใหม่ผู้ใช้บริการจะได้นั่งรถไฟฟ้ามีระยะทางยาวขึ้น แต่เสียค่าโดยสารที่ถูกลง ส่วนนโยบายจะให้ลดค่าโดยสารเหลือ 15-20 บาท ตลอดสายคงจะยาก เพราะรัฐต้องอุดหนุนงบประมาณ ยืนยันว่าราคา 65 บาทนั้นก็ถูกและลดภาระประชาชนอยู่แล้ว"
          คีรีหนุนนโยบายลดค่าโดยสาร
          นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า การเจรจากับ กทม.เรื่องร่วม ลงทุนรถไฟฟ้าสายสีเขียว อยู่บนพื้นฐาน ที่ กทม.ไม่มีอะไรให้เลย นอกจากสัมปทาน ที่จะหมดสัญญาในอีก 10 ปีข้างหน้า ส่วนหนี้รับมาจาก รฟม.ก็ต้องมารวมเป็น ก้อนเดียวกันเพื่อเจรจาและได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปทั้งอายุสัมปทานจะกี่ปี แต่ยังไงก็ต้องนับจากสัมปทานเดิมที่จะสิ้นสุดปี 2572 อยู่แล้ว จะนำสัมปทานเดิมไปรวมกับสัมปทานใหม่คงไม่ได้ เพราะเราเป็นผู้ลงทุน 100%
          "รัฐมีนโยบายจะลดค่าครองชีพประชาชน ผมก็สนับสนุนนโยบายนี้ เพราะทำธุรกิจก็ต้องช่วยประชาชนด้วย แต่ก็ต้องมานั่งหารือร่วมกัน ให้เอกชนเขาสามารถอยู่ได้" นายคีรีกล่าว
          รฟม.เร่งคลอดตั๋วร่วม EMV
          นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กำลังศึกษาลดค่าโดยสารของสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) ตามที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้นโยบายให้เสนอภายใน 1 เดือนนี้
          ปัจจุบันสายสีม่วงที่เก็บค่าโดยสาร 14-42 บาท มีรายได้ 400 ล้านบาท/ปี ขาดทุนเดือนละ 3 ล้านบาท ซึ่ง รฟม.ต้องของบประมาณจากรัฐมาจ่ายค่าจ้างเดินรถให้ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ประมาณ 1,100 ล้านบาท/ปี หากจะลดค่าโดยสารอีกรัฐจะต้องอุดหนุนงบประมาณเพิ่ม
          ส่วนสายสีน้ำเงินที่ BEM รับสัมปทานอยู่ คงจะเจรจาให้ลดราคายาก อย่างไรก็ตาม คงจะต้องรายงานข้อเท็จจริงให้รัฐมนตรีทราบ ส่วนจะมีนโยบายยังไง ก็มาพิจารณา เพิ่มภายหลัง ทั้งนี้ รฟม.จะเร่งนำระบบตั๋ว ร่วม EMV มาใช้ให้ได้ภายใน 6 เดือนนี้ เริ่มจากสายสีม่วงกับสีน้ำเงินก่อน