อนุทิน'หนุน-ฉีดชาวบ้าน' อปท.ซื้อวัคซีน

เผยแพร่โดย : ศิวพงษ์ กลุ่มกรุงเทพตะวันออก | 13 มกราคม 2564 | จำนวนเข้าชม 26 ครั้ง

 

          ทน.รังสิตพร้อมทุ่ม90ล.สทท.ชงช่วยรบ.จ่าย50%'เซนเนก้า-ซิโนแวค'ยื่นขออย.รับรองใช้ในไทยป่วยโควิดพุ่งอีก287ราย
          'อนุทิน'ยินดีหนุน อปท.ซื้อวัคซีนช่วยคนละไม้ละมือ ส่วน อย.เผย 2 บ.ยื่นขอไฟเขียวแล้ว ครม.เคาะ 5.8 พันล้าน รับมือระบาดใหม่  นนทบุรีสั่งปลดล็อกตลาดบางใหญ่


          ศบค.เผยติดเชื้อใหม่287ราย
          เมื่อวันที่ 12 มกราคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทย ที่โรงพยาบาล (รพ.) สนาม จ.อุบลราชธานี ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 287 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 278 ราย แบ่งเป็นตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 153 ราย และผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 125 ราย กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค (Quarantine) 9 ราย ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 10,834 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,659 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 2,964 ราย รักษาหายแล้ว 6,732 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 28 ราย เหลือรักษาอยู่ 4,035 ราย ผู้เสียชีวิตคงที่ 67 ราย


          "กราฟรายสัปดาห์ยังคงเดิม มีความชันขึ้นสูง จึงต้องขอแรงทุกคนช่วยกันดึงลงให้เป็นแนวราบให้ได้ คน 100% เท่านั้นที่จะช่วยทำให้โรคนี้หายไปจากประเทศของเราได้" นพ.ทวีศิลป์กล่าวและว่า ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและบริการ 153 ราย พบกลุ่มก้อนใหญ่ใน จ.สมุทรสาคร 51 ราย อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ดังนั้น โรคนี้จะทำให้เกิดปัญหา อาการหนักถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนกรุงเทพมหานคร 31 ราย และมีรายงานจากจังหวัดเดิมๆ เช่น อ่างทอง 6 ราย สมุทรปราการ 9 ราย ผู้ป่วยอยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค พบใน ระยอง 2 ราย กรุงเทพฯ 1 ราย ชลบุรี 9 ราย และสมุทรปราการ 2 ราย" นพ.ทวีศิลป์กล่าว


          พบเพิ่มร้อยเอ็ด-กระจาย59จว.
          โฆษก ศบค.กล่าวว่า การคัดกรองเชิงรุกในชุมชน จ.สมุทรสาคร ยังพบถึง 125 ราย แบ่งเป็น คนไทย 4 ราย และชาวต่างชาติ 121 ราย เนื่องจากมีทั้งหอพัก โรงงาน ตลาด มีคนอยู่เป็นพันเป็นหมื่นคน การจำแนกรายจังหวัดเป็นแผนที่ประเทศพบผู้ป่วยใน 59 จังหวัด โดยที่เพิ่มขึ้นมาคือ จ.ร้อยเอ็ด หญิงไทย อายุ 48 ปี เป็นพนักงานในร้านคาราโอเกะ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่วนพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ได้แก่ สีแดง พบผู้ป่วยมากกว่า 50 ราย มี 10 จังหวัด ประกอบด้วย สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง กรุงเทพฯ สมุทรปราการ จันทบุรี นนทบุรี นครปฐม อ่างทอง และปทุมธานี


          "โดยจะตั้งข้อสังเกตคนในจังหวัดเหล่านี้ เวลาจะเดินทางไปจังหวัดอื่น อาจถูกตรวจสอบ ขอทราบเหตุผลในการเดินทาง และขณะนี้ จ.อุบลราชธานี ประกาศว่าผู้เดินทางจาก อ.บางบัวทอง และ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อเดินทางมาแล้วจะต้องกักกันโรค 14 วัน แต่ผมมาจาก อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงสามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้ สีส้มพบผู้ป่วยน้อยกว่า 50 ราย มี 12 จังหวัด สีเหลืองพบผู้ป่วยไม่เกิน 10 ราย มี 37 จังหวัด และสีขาวยังไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน มี 18 จังหวัด" นพ.ทวีศิลป์กล่าว


          นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สธ.มีข้อสั่งการให้ทุกเขตสุขภาพจัดเตรียมโรงพยาบาล (รพ.) สนาม เพื่อรองรับการระบาดโควิด-19 โดยในเขตสุขภาพที่ 10 ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ตั้งเป็น รพ.สนาม รองรับผู้ติดเชื้อราว 100-1,000 ราย มีความพร้อมมากพอสมควร ได้รับข่าวจาก รพ.สนาม ที่อื่นมาก่อนหน้านี้ ประชาชนในพื้นที่ไม่มีความเข้าใจเหมือนอย่างที่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี หลายที่ไม่ต้อนรับ แต่วันนี้มาเห็นที่อุบลฯ ยินดีต้อนรับคนที่จะมาพักในกรณีที่เกิดการระบาดมากๆ เป็นการเตรียมพร้อมของคนในจังหวัดและดูแลกันอย่างดี ต้องขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่


          สธ.วิเคราะห์5คลัสเตอร์ป่วยลด
          ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีทรัพย์ ศิระประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ในการระบาดรอบใหม่ มีผู้ป่วยสะสม 6,597 ราย การจำแนกผู้ติดเชื้อรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัด คือ สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ จันทบุรี นนทบุรี นครปฐม อ่างทอง และปทุมธานี แนวโน้มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ระดับประเทศเฉลี่ย 200 รายต่อวัน สมุทรสาครคงที่เฉลี่ย 100 รายต่อวัน ส่วนในชลบุรี ระยอง กรุงเทพฯ มีแนวโน้มลดลง และสมุทรปราการในวันนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการติดเชื้อในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งหมด 59 จังหวัด ที่เพิ่มมาใหม่ คือร้อยเอ็ด
          นพ.ทวีทรัพย์กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เริ่มชะลอตัวเลข เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากอยู่ในสมุทรสาคร กรุงเทพฯ

สมุทรปราการ ระยอง จันทบุรี ชลบุรี นนทบุรี อ่างทอง และเชียงใหม่ ที่เป็นการติดเชื้อจำนวนมาก ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะติดเชื้อแบบกระจาย ไม่แพร่ระบาดวงกว้าง ซึ่งหากมองภาพในสมุทรสาครติดเชื้อสะสม 3,194 ราย พบว่านับตั้งแต่ 15 ธันวาคม ตรวจพบครั้งที่ตลาดกลางกุ้ง และค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ทำให้พบผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างชาติจำนวนมาก หลังจากนั้นมีการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง ทำให้เจอผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นและนำเข้าสู่ระบบบริการได้ สถานการณ์ในปัจจุบันผู้ติดเชื้อใหม่ไม่เพิ่มขึ้นและยังไม่ลดลง


          ศรีราชายังพบติดจากบ่อน
          "นนทบุรีที่ผู้ติดเชื้อจากสมุทรสาครเดินทางเข้าจังหวัด มีความเชื่อมโยงกับแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในตลาด และผู้สัมผัสเชื้อจากสถานบันเทิง เป็นการแพร่ระบาดในวงกว้าง แต่ในวันนี้ไม่มีรายงานผู้ป่วยใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังต้องค้นหาผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ภาพรวมทั้ง 3 พื้นที่ แนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่คงตัวและลดลง สำหรับชลบุรียังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จากบ่อนพนันและติดเชื้อต่อเนื่องใน อ.ศรีราชา ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการค้นหาให้กว้างขึ้น คาดว่าในอีกระยะหนึ่งจะพบผู้ติดเชื้อน้อยลง" นพ.ทวีทรัพย์กล่าว


          นพ.ทวีทรัพย์กล่าวว่า ภาพรวมโควิด-19 รอบใหม่ แม้ว่าจะพบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก แต่แนวโน้มเริ่มคงตัว ไม่เพิ่มขึ้นแล้ว เนื่องจากสามารถค้นหาและควบคุมจุดแพร่ระบาดที่สำคัญด้วยการติดตามผู้สัมผัส ปัจจัยเสี่ยงในการระบาดวงกว้าง เกิดจาก 1.สถานที่แออัด มีคนจำนวนมากและใกล้ชิดกัน เราจึงต้องให้ความสำคัญและเข้มงวดสูงสุด 2.แรงงานข้ามชาติที่ทำงานในไทย ความเป็นอยู่แออัด เราต้องดำเนินการค้นหาและให้ความรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้การระบาดขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่านี้


          ครม.เคาะ5.8พันล.รับมือ
          ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบจากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขอให้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องสถานพยานบาลให้มีศักยภาพในการรักษาพยาบาล รวมถึงการควบคุม ป้องกัน และฟื้นฟูประชาชนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการเตรียมความพร้อมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการจัดการทรัพยากรในการบำบัด รักษา และควบคุมโรคของหน่วยงานใน สธ. ให้พร้อมในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่ง ครม.เห็นชอบในกรอบวงเงิน 5,816 ล้านบาทเศษ นอกจากนี้ ยังต้องมีเงินเพิ่มเติมที่จะเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อเฝ้าระวัง กำกับ และควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในกรอบวงเงิน 429 ล้านบาทเศษ โดยให้กระทรวงสาธารณสุขขอรับการจัดสรรแหล่งเงินเพื่อเป็นการดำเนินการจากแหล่งเงินอื่นๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงินกู้ นอกจากนี้ อนุมัติงบประมาณตามที่กระทรวงกลาโหมได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย ครม.ได้อนุมัติงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 473,150,000 บาท โดยจะใช้หลักๆ คือ สถานที่กักตัวของรัฐ ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าบุคลากร ค่าเช่าที่ การแพทย์ และค่ายานพาหนะ


          'อนุทิน'ชี้รธน.ใหญ่กว่าพรบ.
          นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสรุปการคิดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศและกระทำผิดกฎหมายว่า ตนไม่ได้เสนอเรื่องนี้ใน ครม. และไม่ต้องรายงานนายกรัฐมนตรี แต่ให้ไปดูตามข้อกฎหมาย โดยจะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ที่ตนพูดมายังไม่ได้ให้ปฏิบัติ แต่ให้มาช่วยกันคิดในการบริหารค่าใช้จ่ายว่าจะเอาเงินมาจากไหน ซึ่งต้องไปดูว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นอย่างไร และทำให้คนไม่ไปคิดกันว่าถ้าเข้ามาเมืองไทยแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ เพราะคิดว่าเมื่อป่วยแล้วรักษาฟรี ผู้สื่อข่าวถามว่า จะขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไปบริหารจัดการ เราไม่ได้พูดว่าจะไม่รักษาพยาบาล เพียงแต่ว่าหลังจากรักษาแล้วจะดำเนินการอย่างไร ตนต้องบริหารงบประมาณการรักษาพยาบาล เพราะในวันนี้งบของกระทรวงสาธารณสุขใช้ไปกับการจัดการโควิด-19 เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้พูดถึงการลงทุนหรือภารกิจอื่นๆ เลย แต่ไม่ได้หมายความว่างบประมาณเราไม่พอ เพราะงบในการดูแลประชาชนไม่มีวันไม่พอ แต่หมายถึงว่าเมื่อเราได้อะไรมาแล้วต้องบริหารให้ได้ประสิทธิภาพ ตอนนี้มีผู้ลักลอบเข้ามา โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย ผู้ที่ลักลอบที่เข้ามาซึ่งไม่มีเจ้าภาพหรือนายจ้างเข้ามา เราจะรักษาเท่าไหร่ก็ได้เลยหรือ มันไม่ถูกต้อง จึงต้องบริหารจัดการให้ดี และขอชี้แจงทำความเข้าใจว่าหากเข้ามาแล้วเจ็บป่วยมันไม่ได้ มันต้องมีค่าใช้จ่ายและผิดกฎหมายด้วย ส่วนคนไทยที่ลักลอบเข้ามาและทำผิดกฎหมาย ก็มีกฎหมายตรงนั้นที่เขาต้องรับผิดชอบ ส่วนสิทธิที่เขาต้องได้รับการรักษาบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อกับรัฐธรรมนูญขัดกัน ถ้าตนไม่ทักก็ไม่มีใครเข้าไปดู โดย พ.ร.บ.โรคติดต่อระบุว่าผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศต้องดูแลตนเอง แต่รัฐธรรมนูญระบุว่าคนไทยต้องได้รับสิทธิการรักษา แน่นอนว่ารัฐธรรมนูญใหญ่กว่า พ.ร.บ.จบประเด็น ไม่ต้องถามกันอีกแล้ว แต่ต้องไปดำเนินคดีในความผิดอื่นๆ ในฐานะลักลอบเข้าเมือง หากมีค่าปรับถือว่าบ้านเมืองจะได้ค่าปรับตรงนี้แทนค่ายา ตนคิดง่ายๆ อย่างนี้ก่อน แต่ไม่รู้ว่าหลุดออกไปแล้วถูกตีความกันไปมากมายได้อย่างไร


          ลั่นต้องรักษา-ไม่ปล่อยตาย
          เมื่อถามถึงกรณีคนไทยจากท่าขี้เหล็ก เมียนมา ลักลอบเข้าเมืองทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งรักษาหายแล้ว จะดำเนินคดีตามหลังหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สธ.มีหน้าที่รักษา ซึ่งมีคนถามว่าเมื่อรักษาหายแล้วจะดำเนินคดีหรือไม่ ตนจึงขอพูดดังๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินคดี สมควรทำหรือไม่ หรือจะไม่ทำก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข


          "กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่รักษาให้หาย แต่ต้องบอกว่าคนพวกนี้แอบออกไป แอบเข้ามา และมีของฝากมาด้วย ทำให้เกิดการแพร่ระบาดมาถึงขนาดนี้ ถ้าไม่มีคนเตือนแล้วจะทำอย่างไร ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำ กระทรวงสาธารณสุขทำตามหน้าที่แล้วทุกอย่าง ไม่ต้องกังวลเรื่องมนุษยธรรมอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องมาถามว่าถ้าเกิดเจอคนป่วยต่อหน้าแล้วจะไม่รักษาเขาหรือ ผมรักษาหมด ไม่ปล่อยให้ใครตายหรอก" นายอนุทินกล่าว


          ยินดีอปท.ซื้อวัคซีนให้ปชช.
          นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการที่จะนำวัคซีนมาบริการกับประชาชนโดยทั่วไปอยู่แล้ว ถ้าท้องถิ่นมีงบประมาณและต้องการดูแลประชาชน สิ่งที่ใช้ก็ต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียน โดยผ่านการอนุมัติจากกระทรวง ถือว่าเป็นเรื่องดีหากท้องถิ่นมีความจำนง ที่ช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล โดยงบประมาณรัฐบาล ต้องนำรายชื่อมาตรวจคัดกรองกัน เพราะฉีดซ้ำไม่ได้อยู่แล้วเป็นการช่วยกันคนละไม้ละมือ อย่างไรก็ตาม เป็นการพูดถึงหลักการทั่วไปก่อนยังไม่ได้ลงรายละเอียด ถือว่าเป็นเรื่องร่วมกันทำงาน เพราะถึงอย่างไรก็เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดิน อยู่ที่ว่าจะเอามาจากกระเป๋าใบไหนเท่านั้น ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้วเห็นว่า วัคซีนต่างประเทศทุกยี่ห้อไม่มีปัญหา และสามารถมาขอขึ้นทะเบียนจากทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยได้ และโดยหลักการเราเปิดกว้างเพียงขอให้ปลอดภัย หากบริษัทจะมาขึ้นทะเบียนกับ อย.ไว้ก่อน เพื่อให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำมาฉีดให้กับคนที่มีฐานะหรือฉีดได้


          เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แล้วหรือยังในกรณีแถลงข่าวออกมาโดยเหมือนยังไม่ได้หารือกันภายในก่อน แทนที่จะมาคุยผ่านโซเชียล ทำให้ดูเหมือนมีปัญหาภายใน ศบค. นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหาและ นพ.ทวีศิลป์ก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนโดยตรง เวลาเขาทำหน้าที่ เขาก็แถลงตามตัวอักษรของกฎหมาย แต่เมื่อมีกระแสออกมาอีกทางหนึ่งก็ต้องรีบบอกกันว่า ไม่ควรใช้กฎเกณฑ์แบบนั้น เราต้องเอาความสบายใจของประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่ได้มีปัญหาใดๆ เมื่อวันที่ 11 มกราคม ก็ยังนั่งพูดคุยกัน ต่างคนต่างให้กำลังใจกัน


          ชงจ่ายคนละครึ่งเข้าถึงวัคซีน
          นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐเร่งรัดในการกระตุ้นให้นำวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เข้ามาฉีดให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดก่อน อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนในพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะผู้ประกอบการและแรงงานในภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากถือเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง ในการเป็นด่านหน้า ต้อนรับและให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย โดยจากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวด้วยกัน พบว่า หลายคนมีความพร้อมและยินดีมากที่นำเงินส่วนของภาคเอกชน มาจ่ายคนละครึ่งกับรัฐบาล ในการนำวัคซีนต้านไวรัสเข้ามาฉีดให้กับผู้ประกอบการและแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวก่อน เพื่อช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมาอีกครั้ง ลดความเสี่ยงในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น


          "ภาคธุรกิจไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลมาช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องการทำงานร่วมกับรัฐบาลด้วย จึงมองว่าแนวคิดการจ่ายคนละครึ่งในการนำวัคซีนต้านไวรัสเข้ามาฉีดให้ภาคการท่องเที่ยวก่อน จะเป็นการฟื้นความเชื่อมั่น และสร้างแรงกระเพื่อมในการเดินทางมากขึ้นได้ เพราะต้องยอมรับว่า ธุรกิจท่องเที่ยวไม่มีรายรับเข้ามาเลยในขณะนี้ ถูกกระทบตั้งแต่การระบาดรอบแรก จนถึงการระบาดรอบปัจจุบันที่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น" นายชำนาญกล่าว


          2บ.ยื่นขออนุมัติวัคซีนอย.แล้ว
          นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า เหตุใดวัคซีนโควิด-19 ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานด้านอาหาร และยาของต่างประเทศยังต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทยอีก ขอชี้แจงว่าการที่ต้องมาขึ้นทะเบียนที่ อย.อีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าผู้รับอนุญาตนำเข้าวัคซีนโควิด-19 คือใคร และสามารถติดตามตรวจสอบได้หากวัคซีนนั้นมีปัญหาเชิงคุณภาพหรือความปลอดภัย ผู้รับอนุญาตนำเข้าต้องรับผิดชอบต่อวัคซีนของตน เนื่องจากวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียงหลังจากการฉีดได้ ดังนั้น ในการขึ้นทะเบียนจึงกำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องนำเสนอข้อมูลความปลอดภัย แผนการใช้ และการแก้ปัญหาเมื่อเกิดผลข้างเคียงใดๆ ขึ้น โดยต้องมีเอกสารชี้แจงรายละเอียดมายืนยันพร้อมการขึ้นทะเบียนกับ อย.


          "ปัจจุบันมีบริษัทมายื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 กับ อย.จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาประเมินข้อมูล คาดว่าจะสามารถอนุมัติทะเบียนได้เร็วๆ นี้ และวัคซีนของบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค โดยมีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้รับอนุญาตในการขึ้นทะเบียน จึงขอเชิญบริษัทที่สนใจมายื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 อย.พร้อมอำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนอย่างเต็มที่" นพ.ไพศาล กล่าว และว่า กรณีโรงพยาบาลเอกชนสามารถซื้อวัคซีนที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จากผู้รับอนุญาต หรือมาขอเป็นผู้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนเองได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าวัคซีนที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย. มีความปลอดภัย มีคุณภาพ มีประสิทธิผลป้องกันโรค และเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค


          เชียงใหม่ติดเพิ่มอีก2ราย
          ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับนายทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีมติให้ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการผับ บาร์ คาราโอเกะทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 จากเดิมมีคำสั่งให้ปิดบริการตั้งแต่วันที่ 6-19 มกราคม


          นายทรงยศกล่าวว่า วันนี้พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย เป็นผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยรายที่ 65 เป็นรายที่ 68 ของจังหวัด หญิงไทย อายุ 50 ปี แม่บ้าน ภูมิลำเนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับรักษาตัวห้องแยกความดันลบโรงพยาบาลนครพิงค์ และรายที่ 69 ของจังหวัด ชายชาวไต้หวัน อายุ 67 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว ภูมิลำเนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รักษาตัวห้องแยกความดันลบโรงพยาบาลนครพิงค์ โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค เพื่อติดตามผู้สัมผัส เร่งสอบสวนสรุปไทม์ไลน์ พร้อมค้นหาต้นตอของการติดเชื้อ


          ที่ จ.พิษณุโลก รายงานข่าวแจ้งว่า จังหวัดพิษณุโลกพบผู้ติดเชื้อรายแรกของจังหวัด เป็นชาย พนักงานขับรถขนส่งสินค้าเอกชนแห่งหนึ่งที่ จ.หนองบัวลำภู เดินทางกลับบ้านภรรยาที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563-4 มกราคม 2564 จากนั้นเดินทางกลับ จ.หนองบัวลำภู ต่อมามีอาการป่วย จึงเดินทางกลับบ้านภรรยาที่ อ.เนินมะปราง และเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเนินมะปราง ก่อนพบติดเชื้อโควิด-19 ซึ่ง ศบค.จังหวัดพิษณุโลก จะประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลก และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 13 มกราคมนี้


          รังสิตทุ่ม90ล.ซื้อวัคซีน
          ศูนย์ปฏิบัติการ COVID-19 จังหวัดนนทบุรี รายงานว่า พบผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 1 คน เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีไทม์ไลน์ระหว่างวันที่ 20-26 ธันวาคม 2563 พักอยู่ห้องพักที่คอนโด ถนนรัตนาธิเบศร์ วันที่ 27 ธันวาคม เดินทางไปเดอะเบสคอนโด รามคำแหง ศูนย์การค้าตะวันนา ข้างเดอะมอลล์บางกะปิ, ร้านกาแฟ Hidden lab ข้างศูนย์การค้า เดอะไนน์ พระราม 9 รับประทานอาหารที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 วันที่ 31 ธันวาคม พักที่คอนโด ไปร้านอาหาร มัลดีฟ เหม่งจ๋าย, Dubai luxury club ห้อง private วันที่ 3 มกราคม ไปคอนโดของพี่ ที่สุขุมวิท 62, ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซีรัตนาธิเบศร์  วันที่ 5 มกราคม มีอาการป่วย เรียก Grab ให้ไปซื้อยาให้ วันที่ 6 มกราคม ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน กทม. และวันที่ 7 มกราคม ได้รับแจ้งผลการติดเชื้อ


          ที่ จ.ปทุมธานี ศูนย์ปฏิบัติการ COVID-19 จังหวัดปทุมธานี รายงานการพบผู้ติดเชื้อใหม่ 5 ราย เป็นรายที่ 89-93 ของจังหวัด โดยรายที่ 89 เป็นเพศชาย อายุ 32 ปี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี, รายที่ 90 เพศชาย อายุ 26 ปี รายที่ 91 เพศหญิง อายุ 32 ปี อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รายที่ 92 เพศหญิง อายุ 21 ปี อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และรายที่ 93 เพศหญิง อายุ 28 ปี อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทำงานที่ร้านขายขนมปัง


          นายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม นายกเทศมนตรีนครรังสิต จ.ปทุมธานี ได้ไลฟ์สดกล่าวกับประชาชนว่า เตรียมใช้งบประมาณจากเงินสะสมของเทศบาลเพื่อจัดซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครรังสิตทุกหลังคาเรือน คนละ 2 โดส (ราคา 1,000 บาท/คน) คาดว่าใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท


          โคราชป่วยใหม่1จากระยอง
          นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 1 ราย รวมยอดสะสม 10 ราย เป็นหญิง อายุ 37 ปี อาชีพแม่บ้าน มีประวัติเดินทางมาจาก จ.ระยอง โดยมีไทม์ไลน์วันที่ 26 ธันวาคม 2563 ไปซื้ออาหารสดที่ห้างแม็คโคร จ.ระยอง แวะตลาดสดใน ต.ทับมา ช่วงเย็นทานอาหารปิ้งย่างกับแฟนและเพื่อนข้างห้อง วันที่ 27 ธันวาคม เดินทางกลับ อ.ปากช่อง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเดินทางเพียงคนเดียว ระหว่างทางแวะปั๊ม อ.แกลง จ.ระยอง 1 ครั้ง ถึง อ.ปากช่อง พูดคุยกับญาติและเพื่อนข้างบ้านแต่สวมหน้ากากผ้าตลอดเวลา ซึ่งผู้ป่วยรายงานตัวกับ อสม. โดยผ่านการคัดกรอง ซักประวัติและรับประทานอาหารเย็นที่บ้านญาติ วันที่ 28 ธันวาคม เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไปซื้อของที่ตลาดนัดศาลเจ้า ต.กลางดง วันที่ 29 ธันวาคม ผู้ป่วยร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านเพื่อนในหมู่บ้าน วันที่ 30 ธันวาคม ผู้ป่วยเริ่มกักตัวอยู่ที่บ้าน วันที่ 8-9 มกราคม เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และวันที่ 10 มกราคม มีผลตรวจพบเชื้อ ทั้งนี้ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 20 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 16 ราย


          ปลดล็อกตลาดบางใหญ่
          ที่ตลาดบางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายชมชน ขุนทวาท ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อม อส.อำเภอบางใหญ่ อส.จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเสาธงหินได้รื้อรั้วลวดหนามที่ปิดล้อมรอบตลาดบางใหญ่ หลังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีสั่งปลดล็อกคืนพื้นที่สัญจรให้พี่น้องประชาชนได้เข้าออกตลาดบางใหญ่ได้ตามปกติ


          นายชมชนกล่าวว่า หลังจากมีการปลดล็อกพื้นที่ตลาดบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลเสาธงหินรื้อรั้วลวดหนามออกจากพื้นที่ ซึ่งมีทั้งหมด 8 จุด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาจับจ่ายซื้อของในตลาดได้ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมเป็นต้นไป ส่วนพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 6 ตลาดบางใหญ่ ที่ผ่านมามีการตรวจเชิงรุกไปแล้วกว่า 3,000 ราย ปรากฏว่าภายใน 10 กว่าวันที่ผ่านมามีผลตรวจเป็นลบทั้งหมด จะมีเฉพาะผู้ติดเชื้อ 29 ราย ที่ตรวจพบครั้งแรก และตรวจพบเพิ่มเติมอีกประมาณ 2-3 รายเท่านั้น ขอให้เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ได้คัดกรองและฆ่าเชื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


          ตลาดแม่กลองปลอดโรค
          ที่ จ.สมุทรสงคราม นายสมพร สมุทรโสภากุล ประธานกรรมการสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด กล่าวว่า จังหวัดร่วมกับฝ่ายทหาร ตำรวจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า, โรงพยาบาลอัมพวา และโรงพยาบาลนภาลัย พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ได้ลงพื้นที่ตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลองเก็บตัวอย่างเชิงรุก เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้แรงงานในตลาดปลาแม่กลองทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว 1,898 คน ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2563-2 มกราคม 2564 ผลปรากฏว่าเป็นลบหรือปลอดเชื้อทุกคน มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วซึ่งเป็นการรับรองได้ว่าตลาดปลาแม่กลองเป็นสถานที่ปลอดโรค


          ที่ จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แถลงข่าวพบผู้ป่วย โควิด-19 จำนวน 9 ราย ซึ่งอยู่ในกลุ่มสัมผัส ผู้ป่วย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 529 ราย รักษาหายแล้ว 338 ราย ยังเหลือผู้อยู่ระหว่างการรักษา 188 ราย เสียชีวิต 1 รายคงเดิม ค้นหาเชิงรุกรวมทั้งสิ้น 1,2947 ราย


          กทม.พบผู้ป่วยรายใหม่ 32 ราย


          วันเดียวกัน พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เปิดเผยว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 32 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,021 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่พบจะมีประวัติเดินทางไปในสถานที่เสี่ยงหรือมีอาชีพเสี่ยง หรือสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ กรุงเทพฯ มีจุดตรวจคัดกรองประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย 1.บริเวณใต้สะพานข้ามแยกถนนพุทธมณฑลสาย 3 ถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า เขตทวีวัฒนา 2.บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเอเชีย ถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า เขตหนองแขม 3.บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาพระราม 2 ซอย 92 ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้า เขตบางขุน เทียน 4.บริเวณหน้าโรงเรียนศึกษานารีวิทยา ถนนเอกชัย เขตบางบอน 5.บริเวณคลังสินค้าประตู 8 ถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้า เขตดอนเมือง 6.บริเวณแยกใต้ด่วนมหานคร ถนนสุวินทวงศ์ ฝั่งขาเข้า เขตหนองจอก 7.บริเวณหน้าครัวเจ๊ง้อ ถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า เขตบางนา และ 8.บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. (ไทยวารีค้าไม้) ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งขาเข้า เขตตลิ่งชัน


          ตั้งรพ.สนามที่บางขุนเทียน
          สำหรับการเตรียมจัดตั้งโรงพยาบาล (รพ.) สนาม เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 พล.ต.ท.โสภณกล่าวว่า ในเบื้องต้น กทม.ได้เตรียมความพร้อม รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน สำหรับสังเกตอาการผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ หรืออาการเล็กน้อยในพื้นที่ที่มีการควบคุมโดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุด สามารถรองรับได้ 500-600 เตียง รวมทั้งอยู่ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับเพิ่มเติมอีก 3-4 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยหากดำเนินการจัดตั้ง รพ.สนามได้ครบตามแผน คาดว่าจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 1,500-1,700 เตียง

          บรรยายใต้ภาพ
          เลิกกักตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอ เรนซ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นครั้งแรกหลังกักตัว เพื่อสังเกตอาการ เฝ้าระวังการติดเชื้อ โควิด-19 ครบ 14 วันเมื่อวันที่ 12 มกราคม