กรุงเทพมหานครกับรางวัลเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบจาก UNESCO

เผยแพร่โดย : ธนรัตน์ เทียนประทีป | 9 มกราคม 2563 | จำนวนเข้าชม 14 ครั้ง

 

          หลายคนอาจจะยังไม่รู้ข่าวว่า เมืองกรุงเทพมหานครของเรานี้ได้รับการประกาศจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network : UCCN) ให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา
          และคนจำนวนมากอาจจะงุนงงถึงที่มาที่ไปของการเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก เมืองที่ได้เข้าร่วมจะได้ประโยชน์อะไร ที่น่างงที่สุดก็คงเป็นเรื่องที่เมืองกรุงเทพฯ ของเรานี่นะเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในประเภทด้านการออกแบบ
          เรื่องดังกล่าวได้รับการอธิบายจากนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (Executive Director of Creative Economy Agency (Public Organization) : CEA) ที่เป็นองค์กรร่วมกับกรุงเทพมหานครในการจัดทำข้อมูลใบสมัครให้ UCCN พิจารณาให้เราเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ
          โดยนายอภิสิทธิ์บอกว่า ในปี พ.ศ.2547 (ค.ศ.2004) องค์การยูเนสโกได้ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยมิติด้านวัฒนธรรมผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจากรากฐานที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
          จึงได้จัดทำโครงการเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ที่จะเป็นการร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ด้วยนโยบายในระดับท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกันของเมืองต่างๆ ทั่วโลก และเป็นการสร้างเครือข่ายที่เน้นการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยน ถ่ายทอดประสบการณ์ องค์ความรู้ และร่วมจัดทำโครงการต่างๆ และความร่วมมือรูปแบบใหม่ในระดับสากล
          "ปัจจุบันเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก มีสมาชิกอยู่ 180 เมือง จาก 72 ประเทศทั่วโลก ก่อนหน้านี้เทศบาลภูเก็ตได้รับประกาศเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านอาหาร เมื่อปี พ.ศ.2558 และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้รับประกาศเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เมื่อปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา"
          "ขณะที่ในปีนี้เมื่อเดือนมิถุนายน ทางคณะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาสหประชาชาติภายในประเทศ ได้พิจารณาคัดเลือกเมืองกรุงเทพฯ และจังหวัดสุโขทัยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมคัดเลือกเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในด้านการออกแบบ และด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ตามลำดับ ซึ่งผลออกมาได้รับการประกาศจาก UCCN เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2562 ดังกล่าว"
          นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีเมืองที่เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของยูเนสโกอยู่ 31 เมือง ประกอบด้วย Bandung, Beijing, Berlin, Bilbao, Brasilia, Budapest, Buenos Aires, Cape Town, Curitiba, Detroit, Dubai, Dundee, Geelong, Graz, Helsinki, Istanbul Kaunas, Kobe, Kolding, Kortrijk, Mexico City, Montreal, Nagoya, Puebla, Saint-Etienne Seoul, Shanghai, Turin และ Wuhan  โดยจะมีการเปิดรับสมัครทุก 2 ปี แต่จะมีการตรวจสอบความก้าวหน้าของเมืองเครือข่ายที่ได้รับการประกาศ โดยให้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ของโครงการทุก 4 ปี
          "ประโยชน์จากการเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกคือ จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนในด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาในมิติด้านศิลปวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ องค์ความรู้ ประสบการณ์ บุคลากร ตลอดจนโครงการและกิจกรรมต่างๆ กับเมืองสมาชิกทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองเพื่อประโยชน์การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในระดับชาติ" ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA ว่า
          นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การนำเสนอเมืองกรุงเทพฯ เข้าสมัครเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกครั้งนี้ เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่เห็นว่าในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีความเหมาะสมที่จะเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ และยังมีนโยบายโครงการต่างๆ เกี่ยวข้องกับการออกแบบเมืองอีกจำนวนมากด้วย
          "การออกแบบถือเป็นศาสตร์ที่ครอบคลุมความเชี่ยวชาญหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรม ออกแบบภายใน ผังเมือง ภูมิทัศน์ ผลิตภัณฑ์ การสื่อสาร แฟชั่น โฆษณา ฯลฯ ที่ล้วนสามารถนำมาบูรณาการเพื่อเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ"
          "ทั้งในมิติด้านการสร้างภาพลักษณ์ของเมือง การยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการอนุรักษ์พัฒนาพื้นที่และชุมชน รวมถึงอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบยังเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่า ทั้งนี้ การออกแบบยังเป็นพื้นฐานและหัวใจสำคัญในการพัฒนาศาสตร์สร้างสรรค์สาขาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี ฯลฯ ด้วย"
          "กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีทุนทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และทุนทางมนุษย์ ที่พร้อมสำหรับการพัฒนาการออกแบบ ปัจจุบันเรามีการขยายระบบขนส่งมวลชน การฟื้นฟูเกาะรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า รวมถึงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมอาเซียนกับโลก ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต้องใช้การออกแบบ" นายศักดิ์ชัยกล่าว
          รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า หลังจากได้รับการคัดเลือกเราก็จะนำโครงการที่เราได้ส่งให้ UCCN เห็นชอบจนประกาศให้เป็นเครือข่าย ซึ่งเป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครมีนโยบายทำมาแล้วและจะทำในอนาคต รวมทั้งไปประสานกับภาคเอกชน หรือภาคสังคม ที่มีแนวคิดที่จะทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเมือง หารือกันเพื่อให้โครงการเหล่านี้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม
          โดยมีตัวอย่างดังนี้ 1.โครงการด้านการฟื้นฟูเมือง (City Regeneration) ได้แก่ โครงการกรุงเทพฯ 250 ที่กรุงเทพมหานครจัดจ้างศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) มาศึกษาออกแบบพื้นที่ในเขตเมืองที่มีคุณค่าทางประเพณี วัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ เพื่อมาฟื้นฟูวิถีชีวิตเก่าๆ โดยมีย่านกะดีจีน-คลองสาน เป็นพื้นที่นำร่อง
          ในอนาคตมีโครงการที่จะทำการปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของย่านกะดีจีน ให้เป็นทางเดิน-จักรยานเชื่อมโยงเข้าไปสู่ชุมชนและชุมชนใกล้เคียง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากนี้ยังมีโครงการด้านความปลอดภัยและสุขภาวะ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง โครงการพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว โครงการเดินทางและความเชื่อมโยงของผู้คน
          หรืออย่างโครงการ City Lab Silom ที่เป็นความร่วมมือของกรุงเทพมหานครกับ ม.จุฬาฯ และผู้ประกอบการย่านสีลม ที่เปิดระยะร่นหน้าอาคารให้เป็นพื้นที่สาธารณะ สามารถเชื่อมต่อกับทางเท้าได้ เป็นต้น
          "ภารกิจหลังรับการพิจารณาให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านออกแบบจากยูเนสโก กรุงเทพมหานครก็จะร่วมกับภาคีเครือข่าย นำโดย CEA ไปหารือเพื่อดำเนินโครงการด้านการออกแบบเมือง โดยมีนโยบายคือ ทุกฝ่ายร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยในย่านนั้นว่าเขาอยากได้อะไร ไม่ใช่ภาครัฐไปบอกว่าจะทำอะไร โดยไม่ถามเขา ซักพักพวกเขาก็จะไม่สนใจ เพราะไม่เห็นประโยชน์ โครงการที่ทำก็ต้องเลิกไป แต่ถ้าประชาชนเขามีส่วนร่วมทำตามที่เขาเห็นชอบ เขาก็จะรู้สึกเป็นเจ้าของ และคอยดูแลมันอย่างยั่งยืน" รองผู้ว่าฯ กทม.ระบุ