BMA Radio Online
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์
ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน



ข่าวผู้บริหาร

ตรวจการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำถนนเลียบทางรถไฟย่านตลิ่งชัน


(16 มิ.ย. 60) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจการแก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงน้ำเร่งระบายในพื้นที่เขตตลิ่งชัน บริเวณอุโมงค์กลับรถชัยพฤกษ์ ใต้สะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ตรวจการวางท่อระบายน้ำ บริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน และบริเวณจุดกลับรถ สุดถนนพุทธมณฑลสาย 1 ถ.เลียบทางรถไฟสายใต้ โดยมีนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ น.ส.พรทิพย์ วัชรินทร์ดิลก ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ เขตตลิ่งชัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

 

ประสานการรถไฟวางท่อระบายน้ำหน้าศาลตลิ่งชัน

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาพื้นที่เสี่ยงน้ำเร่งระบายในบริเวณพื้นที่เขตตลิ่งชันจะมีอยู่ 2 จุด คือ บริเวณถนนฉิมพลี และบริเวณถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเริ่มตั้งแต่คลองบางกอกน้อยจนถึงถนนพุทธมณฑล สาย 1 สำหรับการแก้ไขปัญหาแบ่งเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราว และการแก้ไขปัญหาถาวร ซึ่งพื้นที่ถนนฉิมพลีสำนักการระบายน้ำได้สร้างสถานีสูบน้ำและบ่อสูบน้ำ เพื่อดึงน้ำจากบ่อสูบไปลงคลองบัวและคลองขุนจันทร์เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากถนนฉิมพลี   มีสภาพพื้นผิวจราจรต่ำ ในปีงบประมาณ 2561 สำนักการโยธาได้มีโครงการปรับปรุงถนนฉิมพลี โดยการเสริมผิวจราจรให้สูงขึ้น พร้อมทั้งวางท่อระบายน้ำขนาด 1.50 ม. ตั้งแต่ถนนบรมราชชนนีจนถึงถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ อย่างไรก็ตามบริเวณถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ก็ยังมีปัญหาน้ำเร่งระบายอยู่ เนื่องจากเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานครจึงได้ประสานขอความร่วมมือจากการรถไฟ เพื่อขอใช้พื้นที่ในดำเนินการแก้ไขปัญหาในเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยการวางท่อระบายน้ำขนาด 1.20 ม. ตั้งแต่บริเวณหน้าศาลตลิ่งชันจนถึงถนนพุทธมณฑล สาย 1 ความยาวประมาณ 420 ม. ในขณะนี้สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการวางท่อและเชื่อมท่อในบริเวณดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำดีเซล เพื่อดึงน้ำมาลงคูน้ำถนนพุทธมณฑล สาย 1 ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบายบริเวณหน้าศาลตลิ่งชัน ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ดึงน้ำจากอุโมงค์กลับรถ ลงบ่อสูบถนนบรมราชชนนี

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบริเวณตั้งแต่คลองบางกอกน้อยจนถึงถนนฉิมพลี โดยเฉพาะบริเวณอุโมงค์กลับรถใต้สะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ต่างระดับ กรุงเทพมหานครมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาชั่วคราว โดยสำนักการระบายน้ำจะปรับปรุงระบบระบายน้ำบริเวณถนนบรมราชชนนี โดยดำเนินการขยายบ่อสูบน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากบ่อสูบน้ำดังกล่าวอยู่ติดกับตอม่อทางด่วน เพื่อดึงน้ำจากซอยบรมราชชนนี 20 มาที่บ่อสูบน้ำถนนบรมราชชนนี และระบายลงสู่คลองบางกอกน้อย ส่วนโครงการแก้ไขปัญหาถาวรสำนักการระบายน้ำ จะปรับปรุงบ่อสูบน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้บริเวณถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความประสงค์ให้กรุงเทพมหานครเข้ามาดูแลด้านระบบระบายน้ำ คาดว่าภายในปี 2561-2562 ระบบระบายน้ำบริเวณถนนฉิมพลีและถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ จะมีประสิทธิภาพเต็ม 100%

 

เพิ่มกำลังสูบถนนฉิมพลีและถนนเลียบทางรถไฟ เป็น 15 ลบ.ม./วินาที

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในท้ายสุดว่า อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบายในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด ในกรณีที่ฝนตกลงมาในปริมาณมากก็สามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าปี 59 จากตัวเลขที่สำนักการระบายน้ำได้เปรียบเทียบข้อมูลไว้ เฉพาะถนนฉิมพลีและถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ เดิมมีกำลังสูบ 5 ลบ.ม./วินาที ในปีนี้ได้เพิ่มกำลังสูบเป็น 15 ลบ.ม./วินาที ซึ่งตั้งแต่หน้าฝนปี 60 เป็นต้นมา ระบบระบายน้ำในบริเวณดังกล่าวสามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าปี 59

-----------------                  (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)

 

เตรียมสร้างอาคารเรียนใหม่โรงเรียนวัดตลิ่งชัน ทดแทนอาคารไม้หลังเก่าอายุ 40 ปี


(16 มิ.ย. 60) เวลา 08.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม โดยมี น.ส.พรทิพย์ วัชรินทร์ดิลก ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตตลิ่งชัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษาได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ 3 ชั้น เพื่อทดแทนอาคารเรียนไม้หลังเก่า 2 หลัง ซึ่งอายุการใช้งาน 40 ปี ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีห้องเรียนพิเศษ สำหรับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นล่างเป็นสำนักงานและห้องเรียน หรือห้องเรียนพิเศษ ชั้น 2-3 เป็นห้องเรียน หรือห้องเรียนพิเศษ ห้องน้ำ บริเวณชานพักทุกชั้น ระบบไฟฟ้า ระบบเตือนภัย ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบดับเพลิง และการก่อสร้างหลังคากันแดด ขนาด 23×28×13.5 ม.

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการก่อสร้างเพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนดสัญญา พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการก่อสร้างอาคารเรียนแล้วเสร็จ จะสร้างความอุ่นใจแก่ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาเล่าเรียนโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความปลอดภัย

-----------------                  (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงติดตามการดำเนินงาน โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริพื้นที่กรุงเทพมหานคร

(16 มิ.ย. 60) เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ เขตบางบอน โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการศึกษา กทม. ผู้อำนวยการเขตบางบอน ผู้อำนวยการโรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ และข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสิ่งของแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้แทนนักเรียน พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ผู้แทนชุมชน จากนั้น เสด็จฯ เข้าภายในอาคารเรียน  ทรงประเคนเครื่องไทยธรรมแด่เจ้าอาวาสวัดโพธิ์พุฒตาล ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึกทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารโรงเรียนและคณะครู ต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนและความก้าวหน้าการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ คณะผู้บริหารโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ เฝ้าฯ และทูลเกล้าฯ ถวายผลิตภัณฑ์ของโรงเรียน ผู้มีอุปการคุณ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย

จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังอาคารเกษตรเฉลิมพระเกียรติ ทอดพระเนตรกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพนักเรียน ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมเกษตรเพื่อการเรียนรู้  กิจกรรมสหกรณ์ออมทรัพย์ ห้องตัดผมพอเพียง กิจกรรมสหกรณ์ร้านค้า กิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การแสดงดนตรีไทย ทรงปล่อยปลานิล ทรงเยี่ยมราษฎร และทรงปลูกต้น“จำปีสิรินธร” ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมอาหารกลางวัน  กิจกรรมห้องสมุด และการแสดงของนักเรียน

โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์เป็นโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพรหมราษฎร์รังสรรค์ได้จัดทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ (เศรษฐกิจพอเพียง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยดำเนินการทำนาสาธิตเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียน จัดกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลาในกระชังและในบ่อ เลี้ยงไก่พื้นบ้านเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไก่ไทย และโครงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันน้ำเซาะตลิ่ง ทั้งนี้ด้วยสภาพพื้นที่ของโรงเรียนและชุมชนโดยรอบมีการประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2551 จึงได้รับการคัดเลือกจากกรุงเทพมหานครให้เข้าร่วมการดำเนินการโครงการเสริมสร้างศักยภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยดำเนินกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตนักเรียนให้มีคุณภาพ ทั้งทาง ด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ประกอบด้วย กิจกรรมเกษตรเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กิจกรรมอาหารกลางวันนักเรียน และกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน

จากนั้นเวลา 13.45 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนบำรุงรวิวรรณวิทยา เขตดอนเมือง โดยมีนางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการศึกษา กทม. ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนบำรุงรวิวรรณวิทยาและข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสิ่งของแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้แทนนักเรียน พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักแก่ผู้แทนชุมชน จากนั้น เสด็จฯ เข้าภายในห้องประชุมพอเพียง ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก ทรงประเคนเครื่องไทยธรรมแด่เจ้าอาวาสวัดคลองบ้านใหม่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบำรุงรวิวรรณวิทยา กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนและความก้าวหน้าโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้มีอุปการคุณ และคณะผู้บริหารโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ จำนวน 17 โรงเรียน เฝ้าฯ และทูลเกล้าฯ ถวายผลิตภัณฑ์ของโรงเรียน ต่อมา เสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจกรรมห้องสมุดธนาคารโรงเรียน กิจกรรมพยาบาล การแสดงอังกะลุงและดนตรีไทยงานช่างศิลป์ไทย ศิลปะบำบัดและศิลปะส่งเสริม การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ทอดพระเนตรสวนเกษตร บ้านรักษ์ไม้ การปลูกพืชเพาะงอก กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ห้องเรียนวิชาชีพ จากนั้นทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ คณะครู เสด็จฯทอดพระเนตรกิจกรรมประมงนักเรียน  และทรงปลูกต้นไม้ “ไคร้ย้อย หรือ กระดิ่งนางฟ้า” และทรงเยี่ยมราษฎร ก่อนเสด็จฯ กลับ

โรงเรียนบำรุงรวิวรรณวิทยา เป็นโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนหลากหลายกิจกรรม ได้แก่กิจกรรมการจัดบริการอาหารกลางวัน กิจกรรมเกษตรเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน การส่งเสริมการเรียนรู้วิชาชีพจากวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นในเขตดอนเมืองการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนในด้านการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น งานห้องสมุด การปลูกฝังจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เป็นสถานที่ศึกษาดูงานตามโครงการของคณะผู้บริหารและคณะครูผู้ปฏิบัติงานการพัฒนาเด็กและเยาวชนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ราชอาณาจักรภูฏาน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อีกทั้งได้รับการคัดเลือกในการทำโครงการ CSR เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนฯ ตามพระราชดำริ จากหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงาน

-----------------                  (ภวนพร...กปส. รายงาน)

 

ข้าราชการบำนาญกทม. มีคุณค่า พร้อมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคม

 

(16 มิ.ย. 60) เวลา 11.30 น. : นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพกายและใจ ตลอดจนแนวทางการดูแลรักษาสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยมี ผู้อำนวยการสำนักการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสำนักการคลัง และข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี ณ โรงแรมปรินซ์พาเลส มหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้เคยทุ่มเททั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ตลอดจนเวลาส่วนตัว การจัดการสัมมนาฯ ในครั้งนี้ นอกจากมุ่งหวังให้ข้าราชการบำนาญของกรุงเทพมหานคร ได้รับความรู้เรื่องการรักษาสุขภาพกายและใจ แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มาพบปะสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของชีวิตหลังวัยทำงานของแต่ละคน รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างพลังกายและพลังใจให้ทุกท่านตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับครอบครัวและกรุงเทพมหานคร ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการได้อย่างมีความสุขตลอดไป

สำหรับ โครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ได้รับความรู้เรื่องการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจหลังเกษียณอายุราชการ พร้อมได้พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และเครือข่ายผู้สูงอายุอย่างกว้างขวาง นับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ยืนยาวและมีความสุขยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้าราชการบำนาญสามัญ และข้าราชการครูบำนาญ ที่ได้เกษียณอายุไปแล้ว ปัจจุบันมี จำนวนประมาณ 18,000 คน ซึ่งการสัมมนาฯ แบ่งออกเป็น 3 รุ่นๆ ละ 1,000 คน หมุนเวียนกันไปในแต่ละปี โดยปีนี้กำหนดจัด รุ่นที่ 1 วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560 รุ่นที่ 2 วันศุกร์ 23 มิถุนายน 2560 และรุ่นที่ 3 วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 2560

...........................(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

เจ้าหน้าที่ผนึกกำลังเข้มจัดระเบียบทางเท้าสยามสแควร์

(14 มิ.ย. 60) ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมและปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้มีการผนึกกำลังระหว่างหลายหน่วยงาน รวมจำนวน 170 นาย ประกอบด้วย สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สน.ปทุมวัน ทหาร ม.พัน 2 รอ. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการร่วมกวดขันจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย คืนทางเท้าอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการสัญจรบริเวณสยามสเเควร์ ซึ่งได้มีการเริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 59 ที่ผ่านมา โดยมีนายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายสัจจะ คนตรง ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ นางมรกต สนิทธางกูร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน และผู้แทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมพิธีปล่อยแถว บริเวณหน้าสยามสเเควร์ เขตปทุมวัน

ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีความภูมิใจในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครทุกคนที่อำนวยความสะดวกและมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พื้นที่บริเวณสยามสแควร์แห่งนี้เป็นจุดหนึ่งในหลายจุดของกรุงเทพมหานครที่เป็นจุดเป้าหมายของนักท่องเที่ยว และเป็นจุดที่ประชาชนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็นับว่าเป็นหน้าตาของกรุงเทพมหานครอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงการพัฒนากรุงเทพมหานครให้มี

ภาพลักษณ์ที่ไม่แตกต่างกับมหานครใหญ่ๆทั่วโลก แต่เมื่อมีความคับคั่ง สิ่งที่คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครจะต้องเข้ามาดูแลประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน เพราะเหตุร้ายต่างๆอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และสิ่งที่กรุงเทพมหานครโดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ได้มอบภารกิจและความไว้วางใจแก่ทุกคนไว้ ณ ที่นี้ คือ ต้องร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลสวัสดิภาพให้แก่พี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาจุดต่างๆในกรุงเทพมหานครตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สยามสแควร์ ถนนสีลม ถนนสุขุมวิท คลองถม ปากคลองตลาด นับว่าเป็นจุดเสี่ยงต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือเรื่องความไม่สะดวกสบายของประชาชน และเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสภาวะของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคม ซึ่งก็อาจจะมีผู้ที่ไม่ปรารถนาดีต่อบ้านต่อเมืองนับตั้งแต่ที่ได้ดำเนินการจัดระเบียบทางเท้ามาเป็นระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนได้มีส่วนสำคัญในการช่วยกรุงเทพมหานครดูแลพื้นที่ทางเท้าให้มีความสะดวกมากขึ้น แต่ก็พบว่ายังมีบางจุดที่มีผู้ฝ่าฝืนอยู่บ้างพอสมควร เพราะฉะนั้นในทุกจุดที่จะมีการปฏิบัติร่วมหรือมีการตรวจอย่างเช่นในครั้งนี้ ก็ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้มแข็งและตระหนักตลอดเวลาว่า “เหนื่อย เหนื่อยด้วยกัน ภูมิใจ ภูมิใจด้วยกัน” ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายสำคัญของกรุงเทพฯ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความเหนื่อยนี้จะเป็นความสุขที่ท่านได้มอบให้แก่พี่น้องประชาชน

ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า วันนี้กรุงเทพมหานครได้ตั้งวงรอบในการที่จะตรวจจุดสำคัญต่างๆ สิ่งที่น่าภาคภูมิใจประการหนึ่งคือ ทุกๆ คนไม่ได้ทำเพื่อพี่น้องประชาชนได้สัญจรเพียงอย่างเดียว แต่บริเวณนี้เป็นบริเวณสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต้องใช้ชีวิตไม่ใช่แค่เดินมาซื้อของ แต่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางกลับบ้านหรือใช้บริเวณทางเท้าดังกล่าวในการที่จะเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนที่จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนและข้าราชการทั้งหลายซึ่งก็รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจปทุมวัน ที่ได้ดูแลพื้นที่ทางเท้าของสยามสแควร์โดยรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ประชาชนได้สัญจรไป-มาได้โดยสะดวก และมั่นใจว่าหากจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจะสามารถเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที เพราะการเคลื่อนตัวสามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

----------------- (นักบุญ...กปส. รายงาน)


 

กลุ่มเขตกรุงเทพใต้จัดอบรมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยรอบเส้นทางรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่ใกล้เคียง

(15 มิ.ย. 60) เวลา 14.00 น. ดร.วัลลัภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยรอบเส้นทางรถไฟฟ้า BTS กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องศาลาไทย ชั้น 3 โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ เขตวัฒนา เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนัก ให้ความสำคัญและร่วมมือกันในการเฝ้าระวังภัย โดยมี นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (อีโอดี) คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ ประกอบด้วย เขตวัฒนา บางรัก บางนา พระโขนง คลองเตย ยานนาวา สาทร สวนหลวง บางคอแหลม และเขตปทุมวัน ผู้แทนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ร้อย.รส.ที่2 ม.1 พัน1 รอ. ผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ห้างร้าน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมประชุม

สืบเนื่องจากมีผู้สร้างสถานการณ์และก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครเกิดความสูญเสียต่อชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกอบกลุ่มเขตกรุงเทพใต้เป็นเขตเมือง เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้า การบริการ แหล่งวัฒนธรรม การศึกษา และแหล่งท่องเที่ยวมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ กลุ่มเขตกรุงเทพใต้จึงจัดประชุมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยรอบเส้นทางรถไฟฟ้า BTS เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวังภัย รวมถึงการสร้างเครือข่ายช่วยกันสอดส่องดูแลภัยพิบัติต่างๆ ตามเส้นทางรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่ใกล้เคียง และให้ทุกภาคส่วนนำไปขยายเครือข่ายในการเฝ้าระวังภัยให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้บริหารหน่วยงาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานประกอบการ ห้างร้าน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่สำนักงานกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ จำนวน 10 เขต รวมจำนวน 500 คน โดยให้ความรู้เกี่ยวกับ "มาตรการป้องกันและแก้ไขกรณีพบเห็นวัตถุต้องสงสัย/สาธิตวิธีการป้องกันและสาธิตการเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือวัตถุต้องสงสัย" โดยวิทยากรจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล

ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครตำหนักและมีความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่มีกลุ่มบุคคลไม่หวังดี ก่อความวุ่นวายขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของประเทศ รวมทั้งเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว สำหรับพื้นที่เขตกลุ่มกรุงเทพใต้เป็นสถานที่พักอาศัยของบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและชาวต่างประเทศ เป็นสถานที่ตั้งของสถานทูต โรงแรม สถานที่ราชการ และสถานประกอบการสำคัญจำนวนมาก เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าใจแนวทางเตรียมความพร้อมในการป้องกันและเฝ้าระวังภัย ซึ่งการเฝ้าระวังภัยที่เข้มแข็งและยั่งยืนจะต้องอาศัยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันเฝ้าระวังภัยพิบัติต่างๆ ร่วมกันจะทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า BTS และบริเวณใกล้เคียง จึงขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนนำไปขยายผลเชื่อมโยงการสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวังภัยให้เกิดผลต่อทุกหน่วยงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และทางราชการ รวมถึงเพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีบุญธรรม หุยประเสริฐ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าของอาคาร สถานประกอบการตามแนวรถไฟฟ้า BTS ในพื้นที่เขตวัฒนาและในกลุ่มเขตกรุงเทพใต้ เป็นการช่วยเหลืองานราชการด้วยการสอดส่อง เฝ้าระวังภัยในบริเวณพื้นที่หน้าอาคารของตนและบริเวณใกล้เคียง โดยใช้บุคลากรและกล้อง CCTV ของแต่ละอาคารต่อเนื่องกันเป็นเครือข่าย และประสานเชื่อมโยงกัน สื่อสารกันด้วยระบบไลน์ของแต่ละพื้นที่เขต และประสานในระดับระหว่างเขตด้วยเครือข่ายไลน์ของผู้อำนวยการเขตกลุ่มเขตกรุงเทพใต้

----------------- (อรรจน์ชญาณ์...กปส. รายงาน)


 

เทศกิจยุค “ผู้ว่าฯ อัศวิน” เพิ่มความเข้ม จัดระเบียบทางเท้า-ที่สาธารณะ

(14 มิ.ย. 60) นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ประชุมมอบนโยบายหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 เขต โดยมี นายสัจจะ คนตรง ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ และคณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักผังเมือง กทม.2 ดินแดง

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจมุ่งมั่นดำเนินงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในประเด็นหลักๆ ตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ 1. เรื่องบาทวิถี โดยหลังจากที่กทม. ได้ดำเนินการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนบาทวิถีไปแล้วนั้น แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันผู้ประกอบการ เจ้าของร้าน กลับนำสิ่งของภายในร้านออกมาตั้งวางหน้าร้านและรุกล้ำทางเท้าซึ่งเป็นทางเดินสัญจรของประชาชนเสียเอง ทำให้มีประชาชนร้องเรียนว่า กทม. ปล่อยปละละเลย ดังนั้นจึงกำชับให้เทศกิจกวดขันผู้ค้า และดูแลรักษาบาทวิถีให้คงความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด 2. กวดขันห้ามมิให้มีรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าโดยเด็ดขาด เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน 3. ป้ายโฆษณาให้ดำเนินจัดเก็บป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมายออกให้หมด รวมทั้งเก็บป้ายไวนิลบริเวณชานหลังคาที่สร้างความสกปรกรกรุงรังด้วย

นายวันชัย กล่าวอีกด้วยว่า กรณีป้ายโฆษณาที่ใช้คนเดินถือซึ่งนิยมใช้ในธุรกิจประเภทที่อยู่อาศัยนั้น ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจสอบว่าคนถือป้ายเหล่านั้นเป็นคนต่างด้าวหรือไม่ หากใช่ ให้ตรวจสอบบัตรอนุญาตการทำงาน ถ้าพบว่าทำงานไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่เทศกิจสามารถนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ส่วนกรณีคนถือป้ายที่เป็นคนไทย การถือป้ายโฆษณาบนทางเท้าซึ่งถือเป็นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 385 “ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท” ซึ่งสามารถเอาผิดกับผู้ว่าจ้างได้เช่นกัน ทั้งนี้ตนจะเชิญสมาคมผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และอสังหาริมทรัพย์ มาประชุมเพื่อขอความร่วมมือมิให้ดำเนินการที่ขัดต่อระเบียบของกทม. หรือเข้าข่ายผิดกฎหมายต่อไป

----------------- (ภวนพร...กปส. รายงาน)


 
บทความ อื่นๆ ...
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 1
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ สานต่อภารกิจ “ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 2
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกันฟื้นฟูคลองลาดพร้าว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 3
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) หรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 4
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Big Cleaning กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 5
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
11