BMA Radio Online
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์
ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน



ข่าวผู้บริหาร

กทม.ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดตักบาตร สร้างอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันดีงามคืนสู่ถนนข้าวสาร

(19 มิ.ย. 60) เวลา 07.30 น. : นางสาวปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 29 รูป เพื่อเป็นการสืบสานและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่คู่กับถนนข้าวสารตลอดไป โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ข้าราชการ และบุคลากรจากสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว สำนักงานเขตพระนคร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่เขตพระนคร ตลอดจนประชาชนทั่วไป นักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ ร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กิจกรรมการตักบาตรในวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของถนนข้าวสารในวันเก่าๆ ให้คงอยู่คู่ถนนข้าวสาร อีกทั้งยังเป็นการสร้างอัตลักษณ์ที่ดีงามให้ชาวต่างชาติได้เห็นและเกิดความประทับใจ การทำบุญตักบาตรในวันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการจะเรียกถนนข้าวสารให้คืนกลับมาสู่ความงดงาม ที่นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสวัฒนธรรมอันดีงามที่แท้จริงของชาวไทย ไม่ใช่พอพูดถึงข้าวสารแล้วทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกกลัว รู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัย เป็นสถานที่เต็มไปด้วยมิจฉาชีพ อาชญากรรมแอบแฝง ซึ่งกรุงเทพมหานครเพียงหน่วยงานเดียวไม่สามารถทำได้ จึงต้องขอแรงภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนสถานประกอบการในพื้นที่ ร่วมมือร่วมใจช่วยกันทำให้ถนนข้าวสารกลับคืนสู่ความงดงาม เป็นระเบียบ มีศักยภาพ และมีวัฒนธรรมอันดีงาม ที่สำคัญต้องให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็น ทั้งนี้ กิจกรรมตักบาตรพระสงฆ์จะจัดเป็นประจำ โดยในเดือนหน้ากรุงเทพมหานครจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าในครั้งนี้อย่างแน่นอน

.......................................(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

กทม.ปรับปรุงห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เคหะชุมชนดินแดง 2


     (18 มิ.ย.60) เวลา 10.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปรับปรุงห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เคหะชุมชนดินแดง 2 โดยมีนายธวัชชัย อรรถนิตย์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขตดินแดง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เคหะชุมชนดินแดง 2 บริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 11 ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง

     กรุงเทพมหานคร โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ได้ดำเนินการโครงการปรับปรุงห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เคหะชุมชนดินแดง 2 ซึ่งการดำเนินงานปรับปรุง ประกอบด้วย การรื้อถอนพร้อมเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาลอนคู่ที่ชำรุด เปลี่ยนรางน้ำสแตนเลส เปลี่ยนแผ่นฝ้าเพดานที่ชำรุด ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ติดตั้งโคมไฟและอุปกรณ์ ขนาด 2×22 วัตต์ และขนาด 1×22 วัตต์ ทาสีภายในและภายนอก และงานครุภัณฑ์ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ สำหรับอุปสรรคในการทำงาน เนื่องจากเป็นฤดูฝนการทำงานอาจไม่สะดวก เพราะต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่ เริ่มต้นสัญญา 4 พ.ค.60 สิ้นสุดสัญญา 2 ก.ค.60 รวมระยะเวลาแล้วเสร็จ ภายในกำหนด 60 วัน ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เคหะชุมชนดินแดง 2 เปิดให้บริการศึกษา ค้นคว้า สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยเปิดบริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 09.00-17.00 น.

     ในโอกาสนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับให้สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขตดินแดง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา รวมทั้งได้ให้คำแนะนำและการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการปรับปรุงห้องสมุดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเมื่อการปรับปรุงห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เคหะชุมชนดินแดง 2 แล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นคว้าข้อมูล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการในพื้นที่เขตดินแดงและบริเวณใกล้เคียง

---------------          (จิรัฐคม...กปส.รายงาน)

 

เร่งรัดโครงการก่อสร้างเขื่อนและระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตประเวศ


     (17 มิ.ย.60) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.และระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตประเวศ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (สมอยึดด้านหลัง) คลองประเวศบุรีรมย์ จากประตูระบายน้ำกระทุ่มเสือปลาถึงบริเวณคลองจรเข้ขบ โครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำถนนศรีนครินทร์ จากจุดที่กำหนดลงคลองเคล็ด โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองตาช้าง จากคลองเคล็ดถึงคลองหนองบอน โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผู้อำนวยการเขตประเวศ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตประเวศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้น

     กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. (สมอยึดด้านหลัง) คลองประเวศบุรีรมย์จากประตูระบายน้ำกระทุ่มเสือปลาถึงบริเวณคลองจรเข้ขบ ความยาวประมาณ 2,500 ม. พร้อมติดตั้งราวเหล็กกันตก ติดตั้งบันไดเหล็กหน้าเขื่อน จำนวน 60 แห่ง ปัจจุบันผลงานรวมทำได้ 75.33% ทั้งนี้โครงการก่อสร้างดังกล่าวติดปัญหาอุปสรรคในการรื้อย้ายเสาและสายไฟฟ้าแรงสูง ความยาวประมาณ 600 ม. ซึ่งการไฟฟ้านครหลวง แจ้งว่าอยู่ระหว่างรอการทดสอบระบบไฟฟ้าในส่วนที่รื้อย้ายไปแล้ว โดยวันที่ 5 ก.ค.60 จะดำเนินการทดสอบระบบจ่ายไฟ ใช้ระยะเวลาทดสอบระบบประมาณ 7-10 วัน หากไม่ติดปัญหาการจ่ายไฟคาดว่าสามารถเริ่มรื้อย้ายเสาและสายไฟฟ้าแรงสูงได้ประมาณปลายเดือนก.ค. 60

     โครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำถนนศรีนครินทร์ จากจุดที่กำหนดลงคลองเคล็ด โดยดำเนินการสร้างท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. ขนาด 2×2 ม. พร้อมบ่อพักความยาวประมาณ 516 ม. สร้างบ่อพักสำหรับสูบน้ำ จำนวน 2 แห่ง ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ 50% โดยมีปัญหาและอุปสรรคในการวางท่อระบายน้ำ เนื่องจากเสาและสายไฟฟ้าแรงสูง รวมทั้งตอม่อสะพานกีดขวาง จึงต้องปรับลดขนาดท่อจาก 2×2 ม. เป็น 1.20×1.20 ม. คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จประมาณเดือนก.ย.60 และโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองตาช้าง จากคลองเคล็ดถึงคลองหนองบอน ความยาวประมาณ 2,800 ม. และติดตั้งราวเหล็กกันตก ความยาว 780 ม.ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ 70% คาดจะแล้วเสร็จประมาณเดือนก.ย.60

     ทั้งนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับให้สำนักการระบายน้ำ สำนักเขตประเวศ ผู้รับจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินงานโครงการก่อสร้างเขื่อนและปรับปรุงระบบระบายน้ำให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับแผนงาน การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหา และเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในพื้นที่เขตประเวศและบริเวณใกล้เคียง

---------------          (จิรัฐคม...กปส.รายงาน)


 

กทม. ประชุมครู ปี 60 พร้อมมอบนโยบายการศึกษาแก่โรงเรียนเขตพระนคร

(17 มิ.ย. 60) เวลา 09.00 น. : นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมครู ปีการศึกษา 2560 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพระนคร และมอบเกียรติบัตรให้แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพระนครที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 1.โรงเรียนราชบพิธ 2.โรงเรียนวัดสุทัศน์ 3.โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ 4.โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยาราม และโรงเรียนวัดอินทรวิหาร จากนั้น เวลา 10.30 น. นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมประชุม พร้อมมอบนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นางชนัญยา จาดชนบท ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากสำนักการศึกษา และสำนักงานเขตพระนคร ร่วมพิธี ณ ห้องประชุมเพชรพระนคร เขตพระนคร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพระนครจาก ทำให้ทราบว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพระนครมีผลงานที่ดี ซึ่งถ้าดูจากจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนนักเรียนที่มีจำนวนไม่มาก แต่กลับมีผลงานทั้งในระดับเล็กๆ ไปจนถึงระดับชาติได้ ซึ่งน่าชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง  ทั้งนี้ความสำเร็จต่างๆ นั้น จะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าขาดครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ค่อยให้คำสั่งสอนและให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ซึ่งสภาพสังคมปัจจุบันนั้นครูไม่เพียงแต่มีหน้าที่สอนนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำหน้าที่นอกเหนือจากการสอนหนังสือเพียงอย่างเดียว อีกทั้งโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพระนครที่ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในระดับอนุบาลและประถมศึกษา ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของครูในการปลูกจิตสำนึกอันดี ส่วนทางด้านภาษานั้น กรุงเทพมหานครมีความต้องการให้เด็กนักเรียนของกรุงเทพมหานครได้เรียนรู้ภาษาต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน เป็นต้น โดยการเปิดโอกาสและสนับสนุนให้เด็กเป็นมัคคุเทศก์น้อยในสถานที่ท่องเที่ยวของเขตพระนคร สร้างประสบการณ์ให้กับนักเรียนได้เรียนรู้ และยังเป็นปรากฏการณ์ใหม่ให้ชาวต่างชาติได้เห็นอีกด้วย

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานต่างๆ ของกรุงเทพมหานครให้ประสบความสำเร็จ ต้องใช้คนหรือบุคลากร ไม่ใช่ด้วยวัตถุอื่นๆ ที่สร้างขึ้นมา ซึ่งจากที่ทราบมาโรงเรียนของกรุงเทพมหานครมีมาตรฐานที่สูง เมื่อเทียบกับระดับของประเทศ มีความโดดเด่นในหลายด้าน และที่สำคัญโรงเรียนของกรุงเทพมหานครยังเปิดให้เรียนฟรี เพื่อเปิดโอกาสให้คนในทุกระดับชั้นได้มีโอกาสได้รับความรู้เท่าเทียมกัน อีกทั้งยังเปิดกว้างให้กับคนทั้งประเทศ เพราะนักเรียนที่เข้ามาศึกษากับโรงเรียนของกรุงเทพมหานคร เมื่อจบการศึกษาก็จะไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป ส่วนภาพรวมคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกรุงเทพมหานคร พบว่า นักเรียนกรุงเทพมหานครมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ามาตรฐานของระดับประเทศ ยกเว้น วิชาภาษาอังกฤษที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งกรุงเทพมหานครได้วางแผน โดยการจะเปิดโรงเรียนสองภาษา เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพในด้านภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนกรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับ โครงการประชุมครู เป็นโครงการที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับทราบนโยบายด้านการศึกษา แนวทางการดำเนินการ การพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นการยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ซึ่งผู้เข้าประชุม ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพระนคร จำนวน 160 คน โดยกิจกรรม ประกอบด้วย 1.การมอบนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานคร และ 2.การนำนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานครสู่การปฏิบัติ

......................................(อิทธิพล...กปส.รายงาน)

 

 


 

กทม.หารือกรมทางหลวงเสริมผิวจราจรช่วงลาซาล-แบริ่ง แก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบาย

(17 มิ.ย.60) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบายบริเวณถนนสุขุมวิท ช่วงสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เขตบางนา โดยมีนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นายชวลิต มณีนาค ผู้อำนวยการเขตบางนา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตบางนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า พื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิทช่วงลาซาล-แบริ่ง ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 1 เครื่อง กำลังสูบประมาณ 1 ลบ.ม./วินาที ส่วนกรมทางหลวงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีกประมาณ 2-3 เครื่อง รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กเพิ่มบริเวณคลองสำโรง เพื่อดึงน้ำจากถนนสุขุมวิทไปลงยังคลองสำโรง ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงประตูระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดกรุงเทพมหานครได้มีการหารือร่วมกับกรมทางหลวง เพื่อดำเนินการเสริมผิวจราจร ความหนาประมาณ 5-10 ซม. บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเร่งระบายบริเวณถนนสุขุมวิท สำหรับพื้นผิวจราจรบริเวณซอยลาซาลอยู่ที่ระดับ + 0.10 ม.รทก. ส่วนพื้นที่สำโรงพื้นผิวจราจรอยู่ที่ระดับ + 0.60 ม.รทก. และบริเวณคลองบางนาพื้นผิวจราจรอยู่ที่ระดับ + 0.20 ม.รทก. ซึ่งพื้นที่ทั้ง 2 ข้างจะสูงกว่าบริเวณซอยลาซาล เมื่อฝนตกลงมาจึงเกิดน้ำเร่งระบายในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือขอความร่วมมือกับกรมทางหลวง หากดำเนินการแล้วเกิดประโยชน์และบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ก็จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

-----------------                  (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)

 

อุโมงค์บึงหนองบอนคืบหน้า 7% เร่งผู้รับเหมาปรับเวลาทำงานให้เร็วขึ้น

(17 มิ.ย.60) เวลา 09.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสาโรจน์ สามารถ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผู้อำนวยการเขตประเวศ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ เขตประเวศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ สถานีสูบน้ำบึงหนองบอน เขตประเวศ
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ความยาว 9.4 กิโลเมตร ความลึก 30 เมตร มีอาคารรับน้ำ 7 แห่ง อาคารทิ้งน้ำ 1 แห่ง โดยแนวอุโมงค์จะเริ่มจากอาคารรับน้ำ บริเวณบึงหนองบอน ลอดใต้แนวคลองหนองบอน แนวคลองตาช้าง ถนนศรีนครินทร์ ถนนอุดมสุข ลอดใต้แนวคลองบางอ้อ ผ่านสถานีสูบน้ำและออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางอ้อ ในระหว่างพื้นที่ที่อุโมงค์ลอดผ่าน จะมีการก่อสร้างปล่องรับน้ำและอาคารรับน้ำ เพื่อรวบรวมน้ำในคลองต่างๆให้ระบายลงสู่อุโมงค์ ขณะนี้การก่อสร้างอุโมงค์รับน้ำบึงหนองบอนดำเนินการไปแล้ว 7% ติด -8% เนื่องจากมีการปรับปรุงเส้นทางจักรยานภายในบึงรับน้ำหนองบอน รวมถึงมีการทำบายพาสบริเวณถนนอุดุมสุข 42 และ 52 ทำให้บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการล่าช้า ซึ่งตามสัญญาอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2562 โดยในวันนี้ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับเหมาปรับเวลาการดำเนินให้เร็วขึ้นไม่ให้มีปริมาณการติดลบเพิ่มจากเดิมและให้แล้วเสร็จตามสัญญา ทั้งนี้หากดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนแล้วเสร็จจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ 85 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่เขตประเวศ สวนหลวง บางนา และพระโขนง

-----------------                  (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)


 

เมืองแทจ็อน สาธารณรัฐเกาหลี เชิญกทม.เข้าร่วมประชุม APCS 10-13 ก.ย. นี้

     (16 มิ.ย. 60) เวลา 15.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นายควอน ซอน แท็ก (H.E.Mr.Kwon, Sun talk) นายกเทศมนตรีเมืองแทจ็อน สาธารณรัฐเกาหลี และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์และเรียนเชิญเข้าร่วมการประชุม 2017 Asia Pacific Cities Summit & Mayor' Forum (APCS ) ระหว่างวันที่ 10-13 ก.ย. 60 ณ เมืองแทจ็อน สาธารณรัฐเกากลี โดยมี นางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์  นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นางอนุสรา ชื่นทรวง ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

     โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับนายกเทศมนตรีเมืองแทจ็อน สาธารณรัฐเกาหลี และคณะ โดยกล่าวว่า นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรุงเทพมหานครและเมืองแทจ็อน ซึ่งได้เริ่มความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ ปี 2558 อีกทั้งเมืองแทจ็อนได้เคยมอบทุนฝึกอบรม K2H Fellowship Program ณ เมืองแทจ็อน แก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2558 ด้วยเช่นกัน เมืองแทจ็อนนั้นเป็นเมืองที่มีประชากรไม่เยอะมาก แต่เป็นเมืองที่มีคุณภาพในเรื่องของวิศวกรเป็นอย่างสูง ซึ่งการประชุม APCS ที่จะจัดขึ้นในเดือน ก.ย. 60 ที่จะถึงนี้ กรุงเทพมหานครมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมการประชุม อีกทั้งมีความยินดีที่จะร่วมมือกันในด้านอื่นๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมาเยือนกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ทางคณะนายกเทศมนตรีเมืองแทจ็อนจะประทับใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ กลับไป

     ด้านนายกเทศมนตรีเมืองแทจ็อน กล่าวว่า ประเทศไทยและเกาหลีมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาโดยตลอด เมืองแทจ็อนนั้นเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 5 ของสาธารณรัฐเกาหลี รองจากกรุงโซล นครปูซาน เมืองแตกุ และเมืองอินชอน โดยมีประชากร 1,512,189 คน ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศ เป็นชุมทางรถไฟและทางด่วน และกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านวิทยาศาสตร์ และศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูงของสาธารณรัฐเกาหลี อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เฉพาะวิศวกร ซึ่งมีห้องแลปถึง 1,600 แลป ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยและบริษัทต่างๆ ซึ่งถ้าได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมมือกัน เมืองแทจ็อนยินดีที่จะช่วยพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องวิศวกรและไอที สำหรับการประชุม APCS ในครั้งนี้จะมีมากกว่า 100 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับหลายๆประเทศได้ นอกจากนี้เมืองแทจ็อนยังได้มีการจัดงาน World Technopolis Association (WTA) ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับเรื่องของวิศวกรทั้งสิ้น ก็ขอเชิญชวนกรุงเทพมหานครเข้าร่วมงาน WTA ในครั้งนี้ด้วย อีกทั้งการมากรุงเทพมหานครในครั้งนี้ก็จะเรียนรู้สิ่งที่ดีๆของกรุงเทพมหานครและนำไปปรับใช้ที่เมืองแทจ็อนเช่นกัน

                         ---------------------------------- (นักบุญ...กปส.รายงาน)


 
บทความ อื่นๆ ...
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 1
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ สานต่อภารกิจ “ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 2
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกันฟื้นฟูคลองลาดพร้าว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 3
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) หรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 4
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Big Cleaning กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 5
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
11