BMA Radio Online
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์
ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน



ข่าวผู้บริหาร

กทม. ชวนชุมชนและอาสาสมัครฯ ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงรุก


(23 มิ.ย. 60) เวลา 13.30 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมรวมพลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด” พร้อมมอบรางวัลแก่หน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดระหว่างเวลา 08.00-15.30 น. ณ โรงแรมอินทรา รีเจนท์ ถนนราชปรารภ เขตราชเทวี โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พลตรีชวการ คมคาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายเฉลิมชน คงสมใจ ประธานอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักอนามัย ผู้บริหารเขตภาษีเจริญ ผู้บริหารเขตสะพานสูง ผู้บริหารเขตบางรัก ผู้บริหารเขตคลองเตย ผู้บริหารเขตบางนา ผู้บริหารเขตบางกะปิ ผู้บริหารเขตหนองจอก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด และอาสาสมัครกรุงเทพมหานครในสถานศึกษา รวมจำนวน 1,200 คน ร่วมพิธี

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยจัดงานมหกรรมรวมพลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด” ขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย ตลอดจนสำนึกและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้ชุมชนร่วมใจระวังภัยยาเสพติด อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดในชุมชน อาสาสมัครกรุงเทพมหานครในสถานศึกษาได้รับองค์ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การมอบรางวัลแก่หน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร เรื่อง “พลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด” และการกล่าวปฏิญาณตนต้านยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นิทรรศการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และการแสดงสร้างสรรค์ต้านยาเสพติด 4 ชุด ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงาน องค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อันจะส่งผล ทำให้สามารถลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกรุงเทพมหานครลงได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดนับเป็นปัญหาสังคมที่มีความร้ายแรงระดับชาติ ทุกสังคมและชุมชนกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดแพร่กระจายไปทั่ว ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้ลักลอบจำหน่าย แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดปัญหายาเสพติดได้ เนื่องจากเป็นขบวนการที่สลับซับซ้อน ผู้จำหน่ายพัฒนาวิธีการขายได้อย่างแยบยล และนับวันจะเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อย่างที่เห็นเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ดังนั้นทุกฝ่ายโดยเฉพาะอาสาสมัครชุมชน โรงเรียน หรือสถานศึกษา และสถานประกอบการต้องร่วมมือกันสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยเข้าไปมีส่วนร่วม สร้างความคุ้นเคย จะทำให้ทราบพฤติกรรมและสามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ต้องการให้ชุมชนและสังคมอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยและสงบสุขตลอดไป

----------------- (อรรจน์ชญาณ์...กปส. รายงาน)


 

กทม. เร่งพัฒนาแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากร เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำย่านถนนรามคำแหง


(23 มิ.ย. 60) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากรและระบบระบายน้ำบริเวณถนนรามคำแหง โดยมีนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางสาวจุฑามาศ วิรุฬห์ธานี ผู้อำนวยการเขตสะพานสูง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตสะพานสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการ ณ บริเวณโครงการแก้มลิง ข้างโรงเรียนโสมาภานุสสรณ์ ถนนรามคำแหง เขตสะพานสูง

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากร ซึ่งการก่อสร้างติดปัญหาการรุกล้ำบริเวณคลองบ้านม้า 2 ที่ผ่านมาสำนักงานเขตสะพานสูงและสำนักการระบายน้ำได้ลงพื้นที่เจรจากับผู้รุกล้ำแล้ว ซึ่งผู้รุกล้ำยินยอมให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกไปเป็นอย่างดี หลังจากนี้กรุงเทพมหานครจะดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากรต่อไปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จไม่เกิน 1 ปี ถ้าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 227,000 ลบ.ม. โดยช่วยรองรับน้ำจากหมู่บ้านสัมมากรและถนนรามคำแหงมากักเก็บไว้ในแก้มลิงดังกล่าว อย่างไรก็ตามการก่อสร้างในช่วงแรกจะติดปัญหาและอุปสรรคทำให้การก่อสร้างล่าช้า บริเวณหมู่บ้านสัมมากรมีบ้านเรือนประชาชนประมาณ 2,000-3,000 หลังคาเรือน โดยหมู่บ้านได้มอบบึงรับน้ำ ซึ่งมีทั้งหมด 4 บึง ให้กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 4 บึง จะสามารถรองรับน้ำจากคลองบ้านม้า คลองบ้านม้า 2 และคลองสะพานสูง ซึ่งคลองทั้ง 3 แห่ง จะมาเชื่อมกับคลองแสนแสบ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ในช่วงที่ฝนตกก่อนระบายลงสู่คลองต่างๆ ต่อไป

แก้มลิง 25 แห่งทั่วกรุง รองรับปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม.

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า ในขณะนี้กรุงเทพมหานครมีแก้มลิงทั้งหมด 25 แห่ง สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม. ซึ่งในส่วนแก้มลิง 25 แห่ง เป็นแก้มลิงของเอกชน 7 แห่ง เช่น บึงสวนสยาม บึงสีกัน บึงข้างโรงเรียนแอนเนกซ์ บึงหมู่บ้านเมืองทองการ์เด้น บึงหมู่บ้านเมืองทองธานี 2/1 และ 2/2 ซึ่งบึงของเอกชนมีส่วนช่วยในการกักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกเป็นจำนวนมาก นอกจากแก้มลิงทั้ง 25 แห่งนี้แล้ว กรุงเทพมหานครได้พยายามใช้ประโยชน์จากแก้มลิงของหน่วยราชการ เช่น กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.2 รอ.) ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ขอความอนุเคราะห์ขอใช้พื้นที่แก้มลิง เพื่อการชะลอน้ำในช่วงที่ฝนตก นอกจากนี้ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ กรุงเทพมหานครจะเจรจราพูดคุยกับหมู่บ้านนอร์ทปาร์ค ซึ่งมีพื้นที่แก้มลิงและระบบสูบน้ำอยู่ ถ้าหากสามารถใช้แก้มลิงและระบบสูบน้ำที่มีอยู่ได้ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังที่บริเวณถนนงามวงศ์วาน จะมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

เล็งเพิ่มแก้มลิงอีก 12 แห่ง พร้อมชวนภาครัฐและเอกชนพัฒนาบึงรับน้ำ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามแก้มลิงที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ ทั้งในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่เอกชน และพื้นที่หน่วยราชการอื่นๆ คงจะไม่เพียงพอ ในอนาคตกรุงเทพมหานครโดยสำนักการระบายน้ำ มีแนวคิดในการเพิ่มพื้นที่แก้มลิงไม่น้อยกว่า 12 แห่ง ถ้าคิดเป็นตัวเลขแล้วจะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำไม่ต่ำกว่า 6 ล้านลบ.ม นับว่าเป็นจำนวนที่มาก แต่ในขณะเดียวกันหากหมู่บ้านหรือหน่วยราชการใด ประสานงานมายังกรุงเทพมหานครให้มีการพัฒนาบึงรับน้ำหรือแก้มลิงด้วยกัน โดยกรุงเทพมหานครช่วยบริหารจัดการให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีสภาพที่ดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน การพัฒนาแก้มลิงในหมู่บ้านนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง อาจไม่ใช่การป้องกันและแก้ปัญหาในภาพรวม แต่เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านตนเองก็ได้ เพราะจะช่วยกักเก็บน้ำจากพื้นถนนหน้าหมู่บ้านในช่วงฝนตก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังหน้าหมู่บ้าน และอำนวยความสะดวกต่อการสัญจรในเส้นทางใกล้เคียง เพราะฉะนั้นแก้มลิงไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม เมื่อมีการพัฒนาเพื่อให้กักเก็บน้ำได้ในช่วงที่ฝนตก จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้

“การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น เราคงจะมองเฉพาะเรื่องคลองอย่างเดียว ท่อระบายน้ำอย่างเดียว หรือเฉพาะอุโมงค์เพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่ ควรจะมีทุกอย่างที่ผสมผสานกัน ซึ่งแก้มลิงก็เป็นหนึ่งในวิธีที่เราสามารถนำมาป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว

----------------- (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)


 

กทม. ต้อนรับคณะผู้บริหารมณฑลซานตงหารือการค้าการลงทุนระหว่างเมืองพี่เมืองน้อง


(23 มิ.ย. 60) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นางสาวจ้าย หลู่หนิง (Ms.Zhai Luning) รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำมณฑลซานตง และคณะ ในโอกาสเข้าร่วมงาน China (Shandong) – Thailand Trade & Investment Forum ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับมณฑลซานตงในด้านการค้าการลงทุน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองเมือง โดยมีนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และข้าราชการสำนักงานการต่างประเทศ กทม. ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกทม.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ซึ่งก็เป็นนิมิตรหมายที่ดีระหว่างกรุงเทพมหานครกับมณฑลซานตง ซึ่งในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้มีการลงนาม MOU กับมณฑลซานตง เป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกัน และได้มีโอกาสไปดูเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงที่เมืองชิงต่าว ซึ่งมณฑลซานตงมีฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานมากที่สุดแห่งหนึ่ง ประกอบกับกรุงเทพมหานครกำลังจะขยายเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ซึ่งก็คงจะได้ทำการติดต่อลงทุนเรื่องรถไฟฟ้ากับเมืองซานตงเช่นกัน นอกจากนี้ก็ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกันเยอะๆ เพราะเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันแล้ว ซึ่งการเดินทางนั้นสะดวก ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเศษๆ อีกทั้งค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง มีอาหารที่อร่อย มีเมืองที่น่าท่องเที่ยว และมีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทยประมาณ 8 ล้านกว่าคน ปีนี้ก็คาดหวังว่าพี่น้องชาวจีนจะเข้ามาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น และในระหว่างที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนี้ก็ขอให้คณะมณฑลซานตงได้เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ อย่างมีความสุข เดินทางโดยสวัสดิภาพ และอย่าลืมแวะชมถนนเยาวราชซึ่งเป็นเมืองไชน่าทาวน์ที่ยอดเยี่ยมมากในกรุงเทพมหานคร

รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำมณฑลซานตง ระบุว่า ในการมาเยี่ยมเยือนกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลมณฑลซานตงนำคณะผู้ประกอบการมาเยือนประเทศไทย ซึ่งก็เป็นการเยี่ยมเยือนครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม MOU กัน และขอเสนอข้อคิดเห็น จำนวน 2 ข้อ คือ 1. ควรที่จะมีการแลกเปลี่ยนทางด้านข้อมูลข่าวสารและนโยบายระหว่างกัน โดยอัพเดทข้อมูลข่าวสารให้ทันกับสถานการณ์ เพื่อหาวิธีการแก้ไขกับปัญหาที่เผชิญในการทำงานร่วมกัน และผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายได้มีก้าวหน้า ซึ่งมณฑลซานตงก็มีความยินดีที่จะร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและนโยบายต่างๆ ระหว่างมณฑลซานตงกับกรุงเทพมหานคร และ 2. อยากให้มีหน่วยงานที่ส่งเสริมในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่าย ตั้งระบบการประสานงานเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมณฑลซานตงก็มีสำนักงานส่งเสริมการค้าการลงทุนของมณฑลซานตง เป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องของการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีหน่วยงานหอการค้าซานตงในไทย โดยทางรัฐบาลของมณฑลซานตงจะสนับสนุนหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการสำเร็จต่อไป

----------------- (นักบุญ...กปส. รายงาน)


 

ผู้ว่าฯ อัศวิน เปิด 3 ช่องทาง พร้อมรับข้อเสนอแนะ แนวทางการพัฒนาเมืองจากทุกภาคส่วน


(23 มิ.ย. 60) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง (มหานครรุ่นที่ 5) เพื่อพัฒนานักบริหารระดับสูงในทุกภาคส่วนให้เป็นผู้นำทางความคิดในการพัฒนาเมือง สร้างแนวทาง ทัศนคติและสร้างเครือข่ายนักพัฒนาเมือง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยการอบรมในหลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในภาพรวมการพัฒนามหานคร บทบาทของกรุงเทพมหานครในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครและความร่วมมือในการบูรณาการการพัฒนาและบริหารจัดการระหว่างกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายในการบริหารจัดการและการพัฒนากรุงเทพมหานครด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบต่อไป โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนามหานคร และผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบัน องค์กร ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากรุงเทพมหานคร จำนวน 100 คน ร่วมพิธีเปิด ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. ทั้งนี้การอบรมกำหนดระหว่างวันที่ 23 มิ.ย. - 2 พ.ย.60 รวม 156 ชั่วโมง ทุกวันเสาร์เวลา 09.00–16.30 น. มีกิจกรรมภาควิชาการและภาคการศึกษาดูงานภายในประเทศ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง ได้เปิดการอบรมรุ่นแรกตั้งแต่ปี 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักบริหารระดับสูงในทุกภาคส่วนให้เป็นผู้นำทางความคิด ตลอดจนสร้างเครือข่ายนักพัฒนาเมืองจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการอบรมและวิทยกรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้พื้นฐานความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของผู้เข้าอบรมแต่ละท่าน ในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเชิงลึกในการบริหารงานพัฒนาเมือง เพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ในการบูรณาการงาน รวมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสร้างสรรค์งานเพื่อคุณประโยชน์แก่สังคมอันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนากรุงเทพมหานครของเราให้เจริญก้าวหน้าด้วยความมั่นคง พร้อมมุ่งสู่การเป็นมหานครเพื่อทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป

“ผมได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามภารกิจ การทำงาน รวมถึงเสนอแนะแนวทางการพัฒนากรุงเทพฯ ประกอบด้วย Facebook : ผู้ว่าฯ อัศวิน การบอกเล่าเรื่องราวการทำงาน แอพลิเคชั่นไลน์อัศวินคลายทุกข์ Line id : @aswinbkk รับเรื่องราวร้องทุกข์ และ WEB BLOG “ตะลุยกทม.กับผู้ว่าฯ อัศวิน” http://www.aswinbkk.com บอกเล่าเรื่องราว สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญของกรุงเทพฯ ย่านการค้า และอาหารการกินที่น่าสนใจ โดยหากท่านผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอแนะแนวทางการทำงานพัฒนากรุงเทพมหานครก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำ

----------------- (ฐปนรรฆ์...กปส. รายงาน)


 

สร้างนักบริหารเมืองหลวงมืออาชีพ รับกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก


(22 มิ.ย. 60) เวลา 13.00 น. ณ โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน : น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร บรรยายหัวข้อ “การบริหารจัดการในกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก” แก่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ 12 ซึ่งเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น อำนวยการระดับต้น อำนวยการระดับสูง และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภายนอกและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถวิเคราะห์และเสนอแนวทางการบริหารจัดการมหานครในมิติต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานของเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการให้บริการสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รองปลัดกรุงเทพมหานครได้กล่าวถึงพัฒนาการของประเทศไทยตั้งแต่ยุคไทยแลนด์ 1.0 หรือยุคเกษตรกรรมมาจนถึงปัจจุบัน และการเปลี่ยนผ่านจากไทยแลนด์ยุค 3.0 สู่ยุค 4.0 ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สังคมที่เทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทุกสิ่งเชื่อมโยงกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ต (Internet of Things) และการบริหารคนในยุค 4.0 นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแนวทางการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาและการเรียนรู้ของประชาชน การสร้างความเข้มแข็งทางครอบครัว สังคม และสวัสดิการสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาด้านกีฬา นันทนาการ และการท่องเที่ยว การพัฒนาสุขภาพและสร้างสังคมแห่งสุขภาวะ และการพัฒนาความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนากรุงเทพมหานครและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0

----------------- (ภวนพร...กปส. รายงาน)


 

มอบโล่เกียรติคุณและยินดีกับนักเรียนและโรงเรียนในสังกัดกทม. ที่ได้คะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูง

(22 มิ.ย. 60) เวลา 13.45 น. นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณและหนังสือรับรองแก่โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 3-5 ปี และนักเรียนที่สอบ O-NET ได้คะแนนเต็ม ปีการศึกษา 2559 โดยมี นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารสำนักการศึกษา คณะผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครอง ร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า)

การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET เป็นการทดสอบที่ได้มาตรฐาน ผลการทดสอบเป็นที่ ยอมรับกันทั่วไป ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ประกาศเป็นนโยบายให้นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนต้องเข้ารับการทดสอบใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนาธรรม และภาษาอังกฤษ โดยในปีการศึกษา 2559 มีนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเข้าสอบ O-NET รวม 42,928 คน แบ่งเป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 33,856 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 8,277 คน และชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 จำนวน 795 คน ซึ่งผลของการทดสอบพบว่ามีนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สอบได้คะแนนเต็ม วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 73 คน วิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 15 คน และได้คะแนนเต็มทั้งวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จำนวน 6 คน รวมทั้งสิ้น 94 คน นอกจากนักเรียนแล้ว โรงเรียนที่ส่งนักเรียนเข้ารับการทดสอบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 430 โรงเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวน 108 โรงเรียน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 9 โรงเรียน ซึ่งผลของการทดสอบพบว่า โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2559 จำนวน 53 โรงเรียน โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2559 จำนวน 1 โรงเรียน โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 5 ปี จำนวน 12 โรงเรียน โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 4 ปี จำนวน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 3 ปี จำนวน 1 โรงเรียน

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบถึงความรู้ความสามารถของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สอบได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน เป็นจำนวนถึง 94 คน ในการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2559 ซึ่งเป็นการทดสอบระดับชาติ ที่ใช้ข้อสอบค่อนข้างยากมาก ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเรียน 6 คน ที่ได้คะแนนเต็มทั้ง 2 วิชา จากนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าสอบทั้งสิ้น 33,856 คน จึงปรารถนาให้นักเรียนทั้ง 94 คนตระหนักถึงความภาคภูมิใจของผู้ปกครองและครูที่มีต่อความสำเร็จของนักเรียน ในครั้งนี้และนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นต่อไป

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความรู้ความสามารถของนักเรียนแล้วยังได้ทราบถึงความเอาใจใส่ของโรงเรียนในการพัฒนาลูกศิษย์ของตน จนทำให้ผลการทดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2559 ได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 53 โรงเรียน สูงกว่าร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1 โรงเรียน และโรงเรียนที่ได้คะแนน เฉลี่ยสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่อเนื่อง 3-5 ปี จำนวน 14 โรงเรียน รวมทั้งหมด 68 โรงเรียน จึงขอเรียนว่า ทั้ง 68 โรงเรียนเป็นความภาคภูมิใจของกรุงเทพมหานครในความอุตสาหะของโรงเรียนเป็นอย่างมาก

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า โล่เกียรติยศและหนังสือรับรองที่มอบให้ทุกคนในวันนี้ ถือเป็นเกียรติแห่งความพากเพียร อุตสาหะ วิริยะ ในการประกอบกิจจนเกิดความสำเร็จ จึงขอให้ทุกคนรักษาความดีแห่งเกียรตินี้ไว้ หากยังมีสิ่งใดที่อาจขาดตกบกพร่องอยู่ ขอให้เพิ่มความพยายามพัฒนาผลงานสูงขึ้นไปอีก และขอโอกาสนี้ฝากไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ขอเป็นกำลังใจให้เร่งพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนและได้รับเกียรติเช่นทุกคนในวันนี้ในโอกาสต่อๆ ไป

------------------ (อรรจน์ชญาณ์... กปส. รายงาน)


 

เดินหน้าตอกเข็มศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ คืบหน้ากว่า 8%


(22 มิ.ย. 60) เวลา 10.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยมีคณะผู้บริหารข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักการแพทย์ บริษัท อาคาร33 จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้า ณ ห้องประชุมบริเวณสถานที่ก่อสร้าง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม

กรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฟื้นฟู หอพักแพทย์ หอพักพยาบาล และอาคารจอดรถยนต์ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เริ่มสัญญา 23 ก.ย. 59 สิ้นสุดสัญญา 7 ก.ย. 62 รวมระยะเวลา 1,080 วัน ผู้รับจ้าง บริษัท อาคาร 33 จำกัด รายละเอียดการก่อสร้างประกอบด้วย อาคารที่จอดรถยนต์ใต้ดิน 2 ชั้น (จอดรถได้ 453 คัน) อาคารเวชศาสตร์การกีฬาสูง 2 ชั้น อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟูสูง 6 ชั้น อาคารหอพักพยาบาลสูง 8 ชั้น อาคารจอดรถยนต์และหอพักแพทย์สูง 15 ชั้น (จอดรถได้ 356 คัน) และสระว่ายน้ำ (วารีบำบัด) ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ประมาณ 8.64% ทั้งนี้เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถอำนวยความสะดวก และเพิ่มช่องทางในการให้บริการตรวจรักษาโรคแก่ประชาชนในพื้นที่เขตบางคอแหลมและบริเวณใกล้เคียงต่อไป

----------------- (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)


 
บทความ อื่นๆ ...
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 1
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ สานต่อภารกิจ “ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 2
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกันฟื้นฟูคลองลาดพร้าว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 3
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) หรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 4
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Big Cleaning กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 5
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
11