เปิดเวทีสภาอาเซียนแลกเปลี่ยน เรียนรู้ สร้างความร่วมมือพัฒนาประเทศสมาชิกและประชาชน

         (27 ก.พ. 61) เวลา 09.30 น. ณ ห้องสกุณตลา โรงแรมเพนนินซูล่า : นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมสภามหานครอาเซียน พ.ศ. 2561 หัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างมหานครอาเซียน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน : สมรรถนะของฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งสภากรุงเทพมหานครจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 28 ก.พ. 61 ณ โรงแรมเพนนินซูล่า เขตคลองสาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างสภากรุงเทพมหานคร กับสภาเมืองหลวงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ประธานสภากรุงพนมเปญ รองประธานสภากรุงพนมเปญ รองประธานสภานครหลวงเวียงจันทร์ ประธานสภาเขตกัวลา เบลาอิท เซอเรีย ประเทศบรูไน สมาชิกสภากรุงเนปยีดอ สภาประชาชนกรุงฮานอย คณะผู้แทนจากสภาเมืองประเทศสมาชิกอาเซียน ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกอาเซียนประจำประเทศไทย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง
         
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การดูแลประชาชนทุกคนให้ได้รับความสะดวกสบายเป็นภารกิจหลักในทางปฏิบัติของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะดำเนินการเพียงลำพังไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือและพัฒนาไปพร้อมๆ กับนานาประเทศเพื่อให้เกิดความเป็นสากล โดยเฉพาะการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ก้าวเป็นมหานครแห่งอาเซียนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและก้าวสู่ประชาคมอาเซียน สำหรับการประชุมสภามหานครอาเซียน พ.ศ. 2561 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 28 ก.พ. 61 เป็นโอกาสดีที่ผู้แทนจากสภาเมืองประเทศสมาชิกอาเซียน ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ตลอดจนระดมความคิดเห็นด้านนิติบัญญัติเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสภามหานครอาเซียนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การประในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมืออันเป็นประโยชน์และก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อันดีต่อประเทศสมาชิกและประชาสังคมในภูมิภาคต่อไป 
 
          
 
ด้านประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันอาเซียนมีวาระครบ 51 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาเซียนได้เผชิญปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากภายในอาเซียนเองและปัจจัยภายนอก รวมทั้งกระแสการเมืองและความขัดแย้งในโลก แต่ด้วยความร่วมมือที่เข้มแข็งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียนทำให้พลังขับเคลื่อนของภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไปจนกลายเป็นหนึ่งในความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด อย่างไรก็ดีตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา อาเซียนยังคงเผชิญความท้าทายที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมของประชาชน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ขาดการรับรู้และไม่เห็นความสำคัญของอาเซียน ตลอดจนไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของหรืออยากมีส่วนร่วมอาเซียนจึงมักถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ยังห่างไกลจากประชาชนและองค์กรของนักการทูต หรือเป็นเพียงองค์กรของรัฐเพื่อรัฐเท่านั้น ดังนั้นการสร้างความรับรู้ของประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การประชุมของผู้นำและผู้แทนจากสภาเมืองหลวงของประเทศสมาชิกอาเซียนในครั้งนี้จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความรับรู้ของประชาชนในระดับเมืองให้ตระหนักถึงการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในระดับสภาเมืองอันจะทำให้เมืองหลวงและประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนอย่างแท้จริง 
 
                 -------------------------     (พัทธนันท์...กปส. รายงาน)
 
 
e-max.it: your social media marketing partner