foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
.

.

จำนวนผู้เข้าชม ต้งแต่ 27 มิ.ย.60

3017594
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
302
12024
12326
2911403
411676
503863
3017594

Your IP: 54.167.83.233
2018-02-26 00:34

Facebook กองประชาสัมพันธ์

Twitter กองประชาสัมพันธ์

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน 2561

ค้นหา

 
(29 ม.ค. 61) เวลา 18.00 น. : นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแเสงสูรย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการระงับเหตุเพลิงไหม้อาคารย่านตลาดสำเพ็ง เขตสัมพันธวงศ์ 
 
 
ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ในวันนี้ ทำให้เห็นถึงความพร้อมของบุคลากรและศักยภาพของอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือในการระงับเหตุเพลิงไหม้ของสำนักป้องกันฯ ตลอดจนการประสานงานระหว่างการไฟฟ้านครหลวงในการตัดไฟกระแสไฟฟ้าที่มีความรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเข้าพื้นที่และควบคุมเพลิงได้รวดเร็ว ไม่ลุกลามไปยังอาคารและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเจ้าของอาคารใกล้เคียง ตลอดจนผู้อาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุไม่ตื่นตกใจ เมื่อพบเห็นเหตุรีบแจ้งเหตุฯ พร้อมให้การช่วยเหลือเปิดทาง ตลอดจนอำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ในการเข้าพื้นที่ ทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีบริเวณที่เกิดเหตุฯ มีสภาพเป็นตึกแถวตัวอาคารตั้งอยู่ด้านในตรอก มีทางเดินที่แคบทำให้ยากต่อการลำเลียงน้ำและอุปกรณ์ต่างดับเพลิง อีกทั้งอาคารที่เกิดเหตุฯ ได้มีการดัดแปลงเป็นโกดังเก็บพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงต้องใช้เวลาในการควบคุมพอสมควร เพื่อให้มั่นใจว่าเพลิงจะไม่ปะทุขึ้นมาอีก โดยเบื้องต้นจากการรายงานไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 
 
ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่าอาคารที่เกิดเหตุใช้เป็นที่เก็บสินค้าจำพวกพลาสติก ซึ่งกรุงเทพมหานคร ต้องกลับไปดูการขออนุญาตการใช้อาคารว่าถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้สำนักป้องกันฯ ได้รายงานถึงสถานการณ์ว่า เวลาประมาณ 14.00 น. ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น  เลขที่ 88 บริเวณตรอกสิบเบี้ย ซอยวานิช 1 ถนนราชวงศ์ ต้นเพลิงมาจาก ชั้น 4 และลุกลามไปยังชั้น 3, 5 ตัวอาคารทุกชั้นปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าดับเพลิงนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทางเดินคับแคบ แต่ต้องเร่งลำเลียงน้ำเข้าไปในตรอกให้ได้มากที่สุด เพื่อระดมฉีดน้ำระงับเพลิงไม่ให้ลุกลามลงมายังชั้น 2 ของอาคารที่เกิดเหตุและอาคารใกล้เคียง นอกจากนี้ยังใช้รถกระเช้าในการช่วยฉีดสารเคมีดับเพลิงจากทางดาดฟ้าด้านบนของตัวอาคาร เพื่อช่วยไม่ให้เพลิงลุกลามและเป็นการลดอุณหภูมิจากด้านบนเพื่อป้องกันการเกิดปะทุจากเชื้อเพลิง ร่วมไปถึงมีการตรวจสอบปริมาณน้ำที่เข้าไปในอาคาร เพื่อประเมินและป้องกันการทรุดตัวของอาคาร ซึ่งอาจส่งผลให้อาคารถล่มลงมาได้ หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้ว ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะปิดอาคาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาสาเหตุเพลิงไหม้ โดยสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์จะส่งเจ้าหน้ามาสำรวจความเสียหายของตัวอาคาร ตลอดจนดูความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารว่ามีความปลอดภัย สามารถนำกลับมาใช้งานได้หรือไม่ต่อไป
 
..........(อิทธิพล...กปส.รายงาน)
 
Pin It
e-max.it: your social media marketing partner