foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
.

.

จำนวนผู้เข้าชม ต้งแต่ 27 มิ.ย.60

2396234
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
7832
20731
114382
2166135
294179
439839
2396234

Your IP: 54.167.126.106
2018-01-20 12:29

Facebook กองประชาสัมพันธ์

Twitter กองประชาสัมพันธ์

ค้นหา

 
(6 ม.ค.61) เวลา 11.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงเรือตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว ตั้งแต่ท่าเรือใต้ทางด่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม จนถึงท่าเรือชั่วคราวชุมชนหลังกรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครปลอดภัย” ที่มีเป้าหมายให้ประชาชนกรุงเทพมหานครได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดมลพิษ มีระบบการจัดการน้ำเสียและระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตวังทองหลาง สำนักงานเขตห้วยขวาง สำนักงานเขตลาดพร้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่
 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ถือเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังครอบคลุมพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตวังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และสายไหม หลังจากที่กรุงเทพมหานครได้ลงนามในสัญญาโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวแล้ว ขั้นตอนการทำงานกรุงเทพมหานครจะทำงานร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว จะมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนทั้งหมด 3,653 หลัง ที่ผ่านมาสำนักงานเขตที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวทั้ง 8 เขต ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการรื้อย้ายออกไป โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 2,982 หลัง กลุ่มที่ 2 ไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 584 หลัง และกลุ่มที่ 3 สำนักงานเขตที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้าง 8 เขต ได้พูดคุยสร้างความเข้าใจกับประชาชนอีก 87 หลัง ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการรื้อย้ายบ้านออกไปได้แล้ว 920 หลัง ส่วนที่ยังไม่ได้รื้อย้ายอีก 2,062 หลัง อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินโครงการก่อสร้างบ้านมั่นคง จึงยังไม่สามารถรื้อย้ายออกไปได้ โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว มีความยาวทั้งหมดประมาณ 45.3 กม. เป็นพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว ความยาว 19,600 ม. ขณะนี้กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการตอกเสาเข็มได้แล้ว ความยาวรวม 13,022 ม. จำนวนเสาเข็มที่ตอกแล้ว 16,990 ต้น จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมด 26,140 ต้น คิดเป็น 65% ของพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว สำหรับผลงานเฉพาะเสาเข็มที่ตอกได้ทั้งหมดคิดเป็น 28.32% ส่วนพื้นที่ก่อสร้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ความยาว 25,700 ม. จำนวนเสาเข็มที่ยังไม่ได้ตอก 34,262 ต้น สำหรับผลงานทั้งโครงการขณะนี้ทำได้ 22.49% ส่วนแผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 53.00% 
 
 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ในวันนี้ได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้าง ตลอดจนกำชับบริษัทผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการตอกเสาเข็มและทำทางเดินเท้าในพื้นที่ก่อสร้างที่สำนักงานเขตทั้ง 8 เขต ได้ส่งมอบพื้นที่บริเวณที่ได้ดำเนินการรื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำแนวพื้นที่โครงการออกไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ได้ให้บริษัทผู้รับจ้างปรับแผนการทำงานใหม่เพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มจำนวนปั้นจั่นในการตอกเสาเข็ม การเพิ่มจำนวนคนงานให้มากขึ้น การขุดดินบริเวณแนวเขื่อนเดิมออกเพื่อให้เห็นด้านหน้าแนวเขื่อนที่ก่อสร้างใหม่ รวมทั้งการขุดลอกคลองในบริเวณที่ก่อสร้างเขื่อนเสร็จแล้ว ซึ่งความลึกของคลองลาดพร้าวควรอยู่ที่ระดับ 4 ม. แต่ขณะนี้ความลึกของคลองอยู่ที่ระดับ 2 ม.เท่านั้น ถ้าสามารถขุดลอกคลองให้มีความลึกที่เพิ่มขึ้นที่ระดับ 4 ม. จะทำให้คลองลาดพร้าวสามารถรองรับน้ำได้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวแล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนริมคลองลาดพร้าว ทำให้ประชาชนในชุมชนมีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองลาดพร้าว สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น
 
-----  (จิรัฐคม...กปส.รายงาน)
 
 
 
Pin It
e-max.it: your social media marketing partner