เทศกิจร่วมดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่ กวดขันจุดผ่อนผันที่ยกเลิก ไม่ให้มีผู้ค้ากลับมาขาย

 
(26 ธ.ค.60) เวลา 10.30 น. : พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมแนวดิ่งสำนักเทศกิจ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่เทศกิจ โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 เขต ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกรุงธน 3 ชั้น 5 สำนักเทศกิจ 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทุกปี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการจราจร อุบัติเหตุ รวมทั้งอาจมีเหตุการณ์ความไม่สงบในบริเวณสถานที่สำคัญ สถานที่จัดกิจกรรม สถานีขนส่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ มีหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวก ดูแลรักษาความสงบปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน รวมทั้งป้องกัน และลดการสูญเสียในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงได้จัดเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา สำนักอนามัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหาร ในการดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อให้การดูแลรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาฉุกเฉินเร่งด่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจัดกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายแห่ง อาทิ การจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ การจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่ บริเวณท่าเรือเอเชียทีค และกิจกรรมสวดมนต์ค่ำข้ามปี ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. เป็นต้น รวมทั้งจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยประชาชนที่เดินทางออกจากกรุงเทพมหานครและเดินทางกลับในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60-3 ม.ค.61 รวมจำนวน 15 จุด ประกอบด้วย จุดบริการประชาชน จำนวน 12 จุด ใน 11 พื้นที่เขต  และจุดบริการประชาชนบริเวณสถานีขนส่ง จำนวน 3 จุด พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง  
 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการพัฒนาและจัดระเบียบทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้กรอบนโยบาย 5 ไม่ ที่ได้มอบหมายให้ 50 สำนักงานเขต คัดเลือกถนนในพื้นที่เพื่อดำเนินการพัฒนาและจัดระเบียบทางเท้าให้เป็นถนนนำร่อง เขตละ 1 เส้นทางนั้น ขณะนี้ทั้ง 50 เขตได้คัดเลือกและจัดทำแผนเรียบร้อยแล้ว รวมความยาวของถนนนำร่องทั้งหมดเป็นระยะทาง 162.965 กิโลเมตร โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 5 สำนักงานเขต ประกอบด้วย สำนักงานเขตสายไหม บริเวณถนนเฉลิมพงษ์ ตั้งแต่ทางแยกตรงข้ามตลาดวงศกรถึงสะพานข้ามคลองหกวา ระยะทาง 1 กม. สำนักงานเขตจอมทอง บริเวณถนนพระราม 2 ตั้งแต่สามแยกบางประแก้วถึงคลองวัดกก ระยะทาง 2 กม. สำนักงานเขตบางขุนเทียน บริเวณถนนบางขุนเทียน ตั้งแต่ริมทางรถไฟถึงสามแยกตัดถนนพระราม 2 ระยะทาง 800 ม. สำนักงานเขตบางเขน บริเวณถนนเทพารักษ์ ตั้งแต่คลองลำผักชี ถึงถนนสุขาภิบาล 5 ระยะทาง 3 กม. และสำนักงานเขตลาดพร้าว บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม ตั้งแต่แยกถนนประดิษฐ์มนูธรรมตัดถนนสังคมสงเคราะห์ถึงคลองตาเร่ง ระยะทาง 6.3 กม. ส่วนสำนักงานเขตที่อยู่ระหว่างดำเนินการได้กำชับให้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนและภายในระยะเวลาที่กำหนด 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 50 เขต ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถภายใต้กรอบและขอบเขตการทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยได้เน้นย้ำให้กวดขันบริเวณจุดผ่อนผันที่ถูกยกเลิกไปแล้ว เพื่อป้องกันมิให้ผู้ค้ากลับมาขายอีก รวมทั้งการรับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นหนึ่งมาตรการในการดูแลกรุงเทพมหานครที่อาศัยความมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสอดส่องดูแลแจ้งเหตุการณ์กระทำความผิด โดยมีการแบ่งรางวัลนำจับกึ่งหนึ่งให้แก่ประชาชนที่แจ้งความนำจับ 
 
 
e-max.it: your social media marketing partner