foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
.

.

จำนวนผู้เข้าชม ต้งแต่ 27 มิ.ย.60

1916638
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
8009
13530
21539
1789388
254422
352528
1916638

Your IP: 54.82.79.109
2017-12-18 17:55

Facebook กองประชาสัมพันธ์

Twitter กองประชาสัมพันธ์

ค้นหา

 
 
(2 ธ.ค.60) เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงเรือตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว ตั้งแต่ท่าเรือใต้ทางด่วนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง จนถึงท่าเรือชั่วคราวชุมชนสะพานไม้ 2 เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครปลอดภัย” ที่มีเป้าหมายให้ประชาชนกรุงเทพมหานครได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดมลพิษ มีระบบการจัดการน้ำเสียและระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตวังทองหลาง สำนักงานเขตห้วยขวาง สำนักงานเขตลาดพร้าว สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานเขตหลักสี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ถือเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังครอบคลุมพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตวังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และสายไหม ซึ่งโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว มีบ้านที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนทั้งหมด 3,653 หลัง ที่ผ่านมาสำนักงานเขตที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวทั้ง 8 เขต ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการรื้อย้ายออกไป โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 2,982 หลัง กลุ่มที่ 2 ไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 584 หลัง และกลุ่มที่ 3 ซึ่ง 8 สำนักงานเขตได้ลงพื้นที่พูดคุยสร้างความเข้าใจอยู่อีก 87 หลัง แม้ว่าจะมีบ้านเรือนประชาชนยินยอมแล้ว 2,982 หลัง ขั้นตอนต่อไปที่กรุงเทพมหานครจะเข้าดำเนินการตอกเสาเข็มได้ ก็ต้องเข้าทำการรื้อถอนบ้านที่ยินยอมออกไปให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการรื้อย้ายบ้านออกไปได้แล้ว 920 หลัง ส่วนที่ยังไม่ได้รื้อย้ายอีก 2,062 หลัง อยู่ในกระบวนการร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่จะดำเนินการสร้างบ้านมั่นคงต่อไป 
 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว มีความยาวทั้งหมดประมาณ 45.3 กม. เป็นพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว ความยาว 16,517 ม. ขณะนี้กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการตอกเสาเข็มได้แล้ว ความยาวรวม 12,240 ม. จำนวนเสาเข็ม 15,939 ต้น จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมด 22,017 ต้น คิดเป็น 74.4% ของพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว สำหรับผลงานเฉพาะเสาเข็มที่ตอกได้ทั้งหมดคิดเป็น 26.57% ส่วนพื้นที่ก่อสร้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ความยาว 28,783 ม. จำนวนเสาเข็มที่ยังไม่ได้ตอก 38,385 ต้น สำหรับผลงานทั้งโครงการทำได้ 20.37% ส่วนแผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 48.50% อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ พร้อมทั้งกำชับบริษัทผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการตอกเสาเข็มและทำทางเดินเท้าในพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว และในบริเวณที่รื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำพื้นที่โครงการออกไป นอกจากนี้ได้ให้บริษัทผู้รับจ้างปรับแผนการทำงานใหม่เพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ปริมาณเนื้องานที่ควรจะได้ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะเดียวกันพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบก็ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรค แต่เหตุใดจึงไม่สามารถที่จะทำการตอกเสาเข็มก่อสร้างเขื่อนได้ โดยสำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตในพื้นที่ทั้ง 8 เขต และบริษัทผู้รับจ้าง จะพูดคุยหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆเพื่อให้โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวแล้วเสร็จตามแผนต่อไป ทั้งนี้เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวแล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนริมคลองลาดพร้าว ทำให้ประชาชนในชุมชนมีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองลาดพร้าว สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำต่อไป
 
-----  (จิรัฐคม...กปส.รายงาน)
 
Pin It
e-max.it: your social media marketing partner