foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
.

.

จำนวนผู้เข้าชม ต้งแต่ 27 มิ.ย.60

3017690
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
398
12024
12422
2911403
411772
503863
3017690

Your IP: 54.167.83.233
2018-02-26 00:39

Facebook กองประชาสัมพันธ์

Twitter กองประชาสัมพันธ์

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน 2561

ค้นหา

 
(24 ม.ค.61) เวลา 10.00 น. ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 1 (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2561 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร 
 
 
เรือโท วารินทร์ เดชเจริญ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง ขอทราบแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นจากฝุ่นละออง เนื่องจากในขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูแล้ง ซึ่งมักเกิดฝุ่นละอองเพิ่มเป็นจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้มาก โดยค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ อยู่ที่ไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่าค่าเฉลี่ย PM2.5 มีมากถึง 25 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้งพบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครมีเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีประชาชนร้องเรียน ขอให้กรุงเทพมหานครดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง และป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดจากสิ่งปนเปื้อน จึงขอให้กรุงเทพมหานครชี้แจงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นจากฝุ่นละอองดังกล่าว
 
 
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและวัดระดับมลพิษทางอากาศ โดยตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งได้ออกคำสั่งกรุงเทพมหานคร เพื่อกำชับให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2555 สำหรับมาตรการที่กรุงเทพมหานครกำหนด ได้แก่ การล้างทำความสะอาดถนนอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมพื้นที่ก่อสร้าง โดยให้ทำรั้วทึบโดยรอบบริเวณก่อสร้าง ปกคลุมอาคารด้วยผ้าใบ ปกคลุมกองวัสดุให้มิดชิด ล้างและทำความสะอาดตัวรถและล้อรถก่อนออกจากพื้นที่ก่อสร้าง รถที่เข้าออกต้องมีวัสดุปกคลุมตัวรถ ตลอดจนการป้องกันการเผาขยะในที่โล่ง นอกจากนี้สำนักสิ่งแวดล้อมได้ติดตั้งจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศ และรายงานสภาพอากาศ เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นประจำ รวมทั้งกรุงเทพมหานครได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานเขตพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดฝุ่นละออง และออกมาตรการเพื่อแก้ไขและลดฝุ่นละอองดังกล่าวให้น้อยลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง และปัญหามลภาวะในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแก้ไขปัญหามลภาวะและฝุ่นละอองที่อาคารสภากรุงเทพมหานครแห่งใหม่ และอาคารธานีนพรัตน์ กทม. 2 นั้น กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธา และสำนักอนามัย อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไข ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลและเตรียมแผนการดำเนินการอย่างใกล้ชิด ทั้งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำ Water supply ระบบทำความเย็น Cooling power และการตรวจสภาพอากาศ ซึ่งภายในสิ้นเดือนนี้ สำนักอนามัยจะรายงานผลการตรวจในภาพรวมของอาคารธานีนพรัตน์อีกครั้ง หากไม่มีปัญหาแสดงว่าหน่วยงานได้แก้ไขปัญหาถูกจุดแล้ว และจะกำหนดให้มีการตรวจคุณภาพเป็นประจำทุกเดือนต่อไป สำหรับอาคารสภากรุงเทพมหานครแห่งใหม่ พบว่ายังมีค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน เนื่องจากอยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน แต่ระบบน้ำ Water supply และ ระบบทำความเย็น Cooling power จะเริ่มดำเนินการปัญหาแก้ไข นอกจากนี้ ยังพบว่าทั้ง 2 อาคาร ยังมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงได้กำชับใช้สำนักการโยธาร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมตรวจสอบทุกจุด และสำนักการโยธาดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟเพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้
 
 
ตั้งคกก.วิสามัญศึกษาแนวทางปรับปรุงภารกิจระหว่างหน่วยงาน เพิ่มศักยภาพการให้บริการประชาชน
 นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงภารกิจระหว่างสำนักและสำนักงานเขต เพื่อรองรับการบริการประชาชน ซึ่งตามหลักการจัดทำบริการสาธารณะของกรุงเทพมหานครตามอำนาจหน้าที่นั้น หน่วยงานของกรุงเทพมหานครทั้งระดับสำนักและสำนักงานเขตต่างมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามภารกิจที่กฎหมายกำหนด แต่บางภารกิจยังไม่สามารถดำเนินการเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างเต็มที่  และมีการสร้างภาระขั้นตอนให้เกิดกับประชาชนโดยไม่จำเป็น รวมทั้งภารกิจบางอย่างเป็นอำนาจของสำนัก ทั้งที่ควรเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนโดยตรง นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับที่จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับภารกิจและอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน อาทิ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2502 ดังนั้น เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพประสิทธิผลและเกิดประโยชน์แก่การบริหารราชการและประชาชนกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงภารกิจระหว่างสำนักและสำนักงานเขตเพื่อรองรับการบริการประชาชน 
 
ทั้งนี้ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร ได้มีมติเห็นชอบกับญัตติฯดังกล่าว โดยเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ จำนวน 21 คน กำหนดการพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 120 วัน
 
                                      -----------------------------------------------
 
Pin It
e-max.it: your social media marketing partner