foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
.

.

จำนวนผู้เข้าชม ต้งแต่ 27 มิ.ย.60

2396369
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวม
7967
20731
114517
2166135
294314
439839
2396369

Your IP: 54.167.126.106
2018-01-20 12:34

Facebook กองประชาสัมพันธ์

Twitter กองประชาสัมพันธ์

ค้นหา


(17 พ.ย. 60) เวลา 09.30 น. ร้อยตำรวจตรีเกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร
สภากรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดการสัมมนาระหว่างระหว่างสมาชิกกรุงเทพมหานครและผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “สภากรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร กับการก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0” โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต 50 สำนักงานเขต ร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม.

ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้มีการปรับการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน เมื่อรัฐบาลได้ประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยมุ่งเน้นการนำความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนานวัตกรรม ทำให้เกิดสิ่งใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ทั้งทางเศรษฐกิจและจิตใจให้สังคมไทยมีค่านิยมตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องปรับตัวและปรับแผนบริหารราชการกรุงเทพมหานครไปสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างแท้จริง ทั้งนี้ สภากรุงเทพมหานครจึงได้กำหนดจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติครั้งนี้ขึ้น โดยเป็นการระดมความคิดเห็นของผู้บริหารกรุงเทพมหานครทุกระดับร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้กรุงเทพมหานครรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ ด้วยการนำความรู้และความคิดเห็นจากการสัมมนาในครั้งนี้ไปใช้ในการบริหารจัดการหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน


ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอบคุณสภากรุงเทพมหานครที่ได้จัดการสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่คณะผู้บริหารทุกระดับจะได้มาร่วมกันแสดงความคิดว่าจะพัฒนาเมืองไปในรูปแบบใดในอนาคต อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาการบริหารงานราชการกรุงเทพมหานครในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 13 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากสภากรุงเทพมหานคร เป็นอย่างดี ซึ่งความตั้งใจคือการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ก้าวหน้าขึ้น ให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 ในส่วนของกรุงเทพมหานครเป็นเพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย  หากเทียบในด้านของพื้นที่และจำนวนประชากรกรุงเทพมหานครสามารถเทียบได้กับมหานครอื่นๆ แต่ในด้านของความเจริญอาจจะไม่สามารถเทียบได้ ทั้งนี้ประชากรของกรุงเทพมหานครจริงๆมีเพียง 5 ล้านคน และมีประชากรอีกครึ่งหนึ่งเป็นประชากรแฝง จึงทำให้การบริหารจัดการกรุงเทพมหานครไม่สามารถทำได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครได้พยายามที่พัฒนารูปแบบการทำงาน เบื้องต้นเริ่มจากการลดระยะเวลา และขั้นตอนในการใช้บริการของภาครัฐ โดยเปิดให้ประชากรได้จองคิวเข้ารับบริการภาครัฐด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน สมกับสังคมยุคไทยแลนด์ 4.0


 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปัญหาการบริหารจัดการระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครสามารถจัดการระบบน้ำเหนือและน้ำหนุนได้ แต่ปัญหาที่เกิดจากน้ำฝนยังยากที่จะจัดการ เนื่องจากสภาพพื้นที่ของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการก่อสร้างอาคารสูงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นกรุงเทพมหานครจะได้ศึกษาแนวทางการจัดทำธนาคารน้ำ เหมือนเช่นที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้สามารถจัดเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ กรุงเทพมหานครกับการขับเคลื่อนสู่ Thailand 4.0 ว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าหากโลกไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็ไม่จำเป็นต้องปรับ แต่เนื่องจากโลกนี้มีการเปลี่ยนอย่างมากมาย และทุกมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติโดยเรื่องน้ำท่วมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีการย้อนแย้งในส่วนต่างๆของสังคมมากขึ้น ตลอดจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงปฏิสัมพันธ์กับทั้งโลกได้ กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องมีการทบทวนแนวทางการทำงานใหม่ ในส่วนของรัฐบาลเองก็เช่นเดียวกัน ในสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลเองก็ ปรับเปลี่ยนการบริหารราชการแผ่นดินผ่าน Sandbox เป็นการบริหารจัดการเพื่อลดกฎระเบียบต่างๆ อาทิ การแก้ปัญหาประสิทธิภาพของโรงเรียน ซึ่งมีแนวคิดจะใช้ประชารัฐมีส่วนในการบริหารจัดการโรงเรียนให้มากขึ้น กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องมาคิด ทบทวนกฎเกณฑ์ที่มีอยู่แล้วให้ตอบสนองโลกปัจจุบันได้มากขึ้น ภายใต้การขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี ทำสิ่งต่างๆให้เร็วขึ้น ถูกต้องมากขึ้น และลดงบประมาณได้มากขึ้น


โดยในกรุงเทพมหานครมีประชากรเป็นจำนวนมาก หากบริหารจัดการให้ดี สอดคล้องกับสังคมความเป็นปัจเจกในปัจจุบัน สอดคล้องกับมิติเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นต้นแบบเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทย  และทำให้คนในกรุงเทพมหานครสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้คณะกรรมการปฏิรูป ไทยแลนด์ 4.0 มีความเห็นว่าการปฏิรูปประเทศมี 2 ส่วนที่สำคัญคือ การปฏิรูประบบราชการ และการปฏิรูปคน โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครมีเรื่องที่จะต้องบริการประชาชนหลายมิติ ตลอด 24 ชม. จะต้องทบทวนว่าจะทำอย่างไรให้สามารถยกระดับการบริการเหล่านี้ได้ และถึงเวลาที่จะต้องมีการสำรวจว่าประชาชนต้องการมีการเปลี่ยนแปลงในงานด้านใดบ้าง จากนั้นกรุงเทพมหานครจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงในด้านดังกล่าว


 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ควรถือโอกาสในการสัมมนาระดมความคิดเห็นครั้งนี้ สรุปความต้องการของกรุงเทพมหานครที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไข เพื่อให้การทำงานของกรุงเทพมหานครสามารถเดินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกำหนดแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานครเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่นักลงทุนอยากมาลงทุน ประชาชนอยากมาอยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวอยากมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ภายใต้เสน่ห์ของกรุงเทพมหานครเอง ได้แก่ การเป็น Creative City ,Smart City ,Innovation City และ Sustainable City  


 ทั้งนี้สิ่งที่กรุงเทพมหานครควรจะดำเนินการ ประกอบด้วย การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ การบริหารจัดการไฟฟ้า น้ำประปา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงเครือข่าย สามารถเชื่อมต่อทั้งภายในกทม.และภายนอกกับภูมิภาค หรือเวทีโลกได้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ทั้งทางด้านการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ การวิจัยและพัฒนา และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม  และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการคลัง โดยลักษณะของการพัฒนาต้องนำรูปแบบของ empower มาประยุกต์ใช้ในระดับพื้นที่เขต หรือการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการร่วมคิดร่วมทำในลักษณะ Collaboration

-----------------                  (ชลธิชา/นักบุญ...กปส. รายงาน)

 

 

 

 


 

 

Pin It
e-max.it: your social media marketing partner