สภากทม.ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า

สภากทม.ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า 
 
(9 พ.ค.61) เวลา 10.00 น. ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 6) ประจำปีพุทธศักราช 2561 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร 
  
กทม.ชี้แจงปัญหาความล่าช้าการก่อสร้าง 
ในที่ประชุม นายอภิรัตน์ ศิวพรภิทักษ์ ได้ตั้งกระทู้ถามสด ขอทราบความคืบหน้าการก่อสร้าง ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่งเป็นโครงการสำคัญ และมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการดังกล่าวหลายครั้ง รวมกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการก่อสร้างตอนที่ 2 บริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ จากการลงพื้นที่ของคณะวิสามัญ สภากรุงเทพมหานคร พบว่าการก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ไม่สามารถก่อสร้างทางจากบริเวณคลองทับช้าง ไปถึงสุดรั้วบริเวณใกล้สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา กรุงเทพมหานครมีแนวทางในการดำเนินการแก้ไขอย่างไร 
 
 
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า สำหรับการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ช่วงตอนที่ 2 ก่อนหน้าหน้านี้ มีอุปสรรคต่อการก่อสร้าง 3 ประการ คือ ประการแรก บริเวณก่อสร้างอุโมงค์มีสภาพดินอ่อน สำนักการโยธา กทม. จึงจำเป็นต้องปรับปรุงแบบการก่อสร้าง และต้องเสริมความมั่นคงของอุโมงค์ก่อน  ประการที่สอง การก่อสร้างถนนเข้าไปในถนนกรุงเทพกรีฑา ข้ามคลองบ้านม้า ตามสัญญาต้องดำเนินการขยายผิวจราจรจาก 2 ช่องเป็น 6 ช่อง แต่พบว่าการจัดกรรมสิทธิ์บริเวณคลองบ้านม้ายังไม่เรียบร้อย หากดำเนินการก่อสร้างต่อจะทำให้ถนนมีลักษณะเป็นคอขวด ก่อให้เกิดปัญหาจนราจรในอนาคตได้ ประการที่ 3 ขณะที่สำนักการโยธาดำเนินการก่อสร้างบริเวณซอยกรุงเทพกรีฑา 9 มีบุคคลที่อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ทำให้การก่อสร้างต่อติดขัด อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตบางกะปิซึ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่ ได้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาและจัดประชุม โดยที่ประชุมมีมติว่า บริเวณดังกล่าวประชาชนใช้สอยมาเป็นระยะเวลานาน จึงควรตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน  และได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่อ้างเป็นเจ้าของที่ดินทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งสำนักงานกฎหมายและคดีจะได้ตรวจสอบเพื่อส่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามการก่อสร้างตรงจุดที่มีปัญหาได้ตัดเนื้องานทิ้ง และนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้เพื่อการเสริมความแข็งแรงของอุโมงค์  
  
ตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก่อนให้ความเห็นชอบ 
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ... เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 และเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยร่างข้อบัญญัติดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4  หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 ประเภทกิจการที่ต้องมีการควบคุม หมวดที่ 2 การควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหมวดที่ 3 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหมวดที่ 4 บทเฉพาะกาล 
 
          ทั้งนี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ตั้งข้อสังเกตในประเด็นกิจการที่เป็นอันตรายสุขภาพนั้น ว่ามีกำหนดประเภทครบถ้วนหรือไม่ ควรต้องมีการตรวจสอบ และขั้นตอนการรับใบที่ยื่นขออนุญาตไว้แล้ว มีการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ไว้ชัดเจน เหมาะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สภากรุงเทพมหานครได้มีมติเห็นชอบหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ... และได้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติดังกล่าว จำนวน 15 คน กำหนดพิจารณาแปรญัตติ 7 วัน และพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน 
  
เสนอกทม.ส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำประโยชน์ด้านการศึกษา 
นางสาวดวงพร รุจิเรข ได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากปัจจุบันกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆ ได้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้มีศักยภาพ สมรรถนะ มีความรู้ คุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกระกรวงศึกษาธิการได้มีการยกย่องครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้านเมือง ในส่วนของกรุงเทพมหานครซึ่งมีโรงเรียนในสังกัดถึง 437 โรงเรียน มีนักเรียนประมาณ 450,000 คน โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษาทำหน้าที่ทุ่มเทบริหารการศึกษา อบรม สอนเด็ก เยาวชน นักเรียนมาอย่างเข้มแข็ง รวมถึงทุ่มเทปฏิบัติงานด้านอื่นของกรุงเทพมหานครด้วย แต่กรุงเทพมหานครยังไม่มีการยกย่องครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นแบบอย่างในวิชาชีพเดียวกัน จึงสมควรมีแนวทางการยกย่องส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป  ทั้งนี้ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครเห็นชอบกับญัตติของนางดวงพร และจะจัดส่งเพื่อให้ฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป 
  
เสนอกทม.เก็บภาษีจากเอกชนที่เรียกเก็บค่าผ่านทาง 
นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับญัตติของ นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ เรื่องขอให้กรุงเทพมหานครดำเนินการควบคุมการเชื่อมถนนสาธารณะกับถนนเอกชน โดยเอกชนเรียกเก็บค่าผ่านทาง เนื่องจากในปัจจุบันมีการเชื่อมต่อถนนสาธารณะกับถนนเอกชน โดยทำการปิดกั้นและเก็บค่าผ่านทางเป็นการหาประโยชน์หวังผลทางการค้า ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม รวมทั้งมีผลกระทบต่อปัญหาการจราจรสายหลัก โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวในหลายจุด และมีแนวโน้มที่จะกระจายตัวไปทั่ว กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการควบคุม ไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยพิจารณาถึงประโยชน์สวนรวม โดยหากมีการดำเนินธุรกิจการเก็บค่าผ่านทางจากกรณีดังกล่าว ขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาเก็บภาษีตามที่กำหนด และควบคุมการเชื่อมถนนสาธารณะกับถนนเอกชน ที่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งสภากรุงเทพมหานครจะนำญัตติของนายไพฑูรย์ เสนอต่อฝ่ายบริหารเพื่อดำเนินการต่อไป 
  
ตั้งคณะกรรมการวิสามัญจัดระเบียบทางเท้า สายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่กทม. 
พลตำรวจโท ธีระศักดิ์ ง่วนบรรจง ได้เสนอญัตติ เรื่องขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการจัดระเบียบบนทางเท้ารวมถึงการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร เนื่องจากทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีสิ่งกีดขวางทำให้การสัญจรของประชาชนไม่สะดวก นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคต่างๆ กีดขวางการสัญจรบนทางเท้า อาทิ ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตู้สาธารณูปโภค ป้ายโฆษณา ทั้งที่ได้รับสิทธิ และไม่ได้รับสิทธิจากรุงเทพมหานคร รวมถึงสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบทำให้เกิดความไม่สวยงาม ดังนั้น เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองในฐานะที่กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงของประเทศ เห็นควรศึกษาแนวทางการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต้องเข้มงวดในเรื่องของหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะ ตู้สาธารณูปโภค ป้ายโฆษณาและป้ายอื่นๆ บนทางเท้า ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการจัดระเบียบบนทางเท้า รวมถึงการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร จำนวน 13 คน และกำหนดพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 180 วัน 
 
อย่างไรก็ตาม ในญัตติดังกล่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงว่า ปัญหาสายสื่อสารบนทางเท้าในถนนสายหลักใกล้กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการจะเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบพบว่าตู้โทรศัพท์บนทางสาธารณะบางส่วนขออนุญาตถูกต้อง ซึ่งหากพบว่าเสียจะให้หน่วยงานเจ้าของตู้ดำเนินการแก้ไข หากพบว่ากีดขวางจะให้นำออก สำหรับสายสื่อสารนั้น ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแล้วว่ากรุงเทพมหานครจะดำเนินการนำสายสื่อสารลงดิน โดยกทม.จะดำเนินการเองทั้งหมดในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ และจะเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลดำเนินการ จ่ายค่าเช่าให้กทม.ตามเหมาะสม ยกเว้นสายไฟฟ้าซึ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญ เบื้องต้นกสทช.เห็นชอบกับกทม. และคาดว่าภายใน 2-3 เดือนจะมีความคืบหน้าการดำเนินการ 
 
-------------------------------- (ชลธิชา สปส. รายงาน)
 
 
e-max.it: your social media marketing partner