ชี้แจงข้อเท็จจริงการรับมอบโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว

  
 (2 พ.ค.61) เวลา 10.00 น. นายกิตติ บุศยพลากร รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 5) ประจำปีพุทธศักราช 2561 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร 
 ในที่ประชุม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอรายงานข้อเท็จจริง ส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายเหนือ คูคต-ลำลูกกา โดยสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหลายท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว อาทิ นายเชนทร์ วิพัฒน์บวรวงศ์ กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ มติคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้รฟม.ดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยให้กระทรวงการคลังอุดหนุนงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นเมื่อกทม.ได้นำโครงการดังกล่าวมาดำเนินการเองก็ควรได้รับการอุดหนุนเช่นเดียวกับรฟม. เนื่องจากการที่ให้กทม.รับดำเนินโครงการเองทั้งหมดจะทำให้ผู้โดยสารได้รับอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม ประชาชนสามารถเดินทางได้โดยสะดวก ลดความแออัดของเมือง รวมทั้งรฟม.จะทุ่นค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าที่จอดรถ จึงขอให้คณะผู้บริหารได้ดำเนินการเจรจาในส่วนของภาระหนี้สินดังกล่าวให้เรียบร้อย   
 นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีแต่การศึกษาถึงประโยชน์และรายได้ที่จะเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับรายจ่ายที่จะเกิดขึ้น เมื่อครบกำหนด 30 ปี ต้องมีค่าดำเนินการต่างๆเกิดขึ้นอีกมาก และอาจส่งผลกระทบต่องบประมาณและการดำเนินโครงการอื่นๆ ของกรุงเทพมหานครในอนาคตแน่นอน  
 
 
 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงต่อขยายสายใต้และสายเหนือ ในส่วนของค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานและดอกเบี้ยที่กรุงเทพมหานครต้องจ่ายให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กว่า 110,000 ล้านบาท นั้น ภายหลังการรับมอบโครงการมา จะไม่มีการนำงบประมาณของกรุงเทพมหานครมาใช้หนี้แต่อย่างใด แต่จะกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขและข้อกำหนดให้บริษัทที่เข้ามาดำเนินการประมูลต้องรับภาระหนี้สินไปด้วย ซึ่งอัตราค่าเช่าอาจมีการปรับให้เหมาะสม โดย 5-10 ปี แรกอาจงดเว้นค่าเช่าเนื่องจากบริษัทที่ประมูลได้ต้องนำรายได้ไปใช้หนี้ แต่หลังจากนั้นจะให้ค่าตอบแทนกับกรุงเทพมหานครในอัตราใดจะมีการกำหนดให้ชัดเจน แต่หลักเกณฑ์เบื้องต้นราคาค่าโดยสารจะกำหนดให้ทั้งสาย ตั้งแต่ส่วนต่อขยายสายเหนือ ลำลูกกา-คูคต ถึง แบริ่ง-สมุทรปราการ อยู่ที่ 65 บาท อย่างไรก็ตามหากสภากรุงเทพมหานครเห็นควรให้มีการปรับแก้ในรายละเอียด ก็พร้อมที่จะปรับปรุงให้เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในอนาคตต่อไป 
  
กทม.เตรียมขอจัดสรรงบประมาณ เดินหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคูนายกิมสาย1 และข้ามคลองเปรมประชากร 
 
  นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ ได้ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเทิดราชัน สะพานข้ามคูนายกิมสาย1 และข้ามคลองเปรมประชากร เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นโครงการที่ค้างอยู่และหากไม่เร่งดำเนินการจะทำให้ประชาชนที่ต้องสัญจรในบริเวณดังกล่าวไม่ได้รับความสะดวก 
 
  นายจักกพันธุ์ ผิวงาม  รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจะเข้าดำเนินการเอง แต่ภายหลังได้มีการยกเลิกไป เนื่องจากพบว่ามีประชาชนผู้บุกรุกอยู่ประมาณ 12 หลัง ในแนวพื้นที่ของกองทัพอากาศ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักการโยธา และสำนักงานเขตดอนเมืองได้เข้าพื้นที่เพื่อไปเจรจาทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วส่วนหนึ่ง บางส่วนยินยอมที่จะรื้อย้าย และบางส่วนไม่ยินยอม อย่างไรก็ตามสำนักการโยธาได้เตรียมขอจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้าดำเนินการ ในปีงบประมาณ 2562 วงเงิน 327 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่ากรุงเทพมหานครจะสามารถเข้าดำเนินการต่อไปได้ 
 
สภากทม.เห็นชอบส่งเสริมเครือข่ายครอบครัวและชมรมผู้ปกครองในโรงเรียนสังกัดกทม. 
 
  นายภาส ภาสสัทธา เสนอญัตติ ขอให้กรุงเทพมหานครส่งเสริมและเร่งรัด ให้มีเครือข่ายครอบครัวและชมรมผู้ปกครองในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เนื่องจากปัจจุบันโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 437 โรงเรียน ไม่มีเครือข่ายครอบครัวและชมรมผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ขาดการเชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างบ้าน ชุมชน โรงเรียน รวมถึงหน่วยงานที่ต้องทำงานร่วมกันในด้านการศึกษาในเขตพื้นที่ อาทิ  สำนักการศึกษา สำนักงานเขต บ้าน ชุมชน โรงเรียน รวมถึงผู้ปกครองและนักเรียน ซึ่งตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาการศึกษากำหนดให้พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ประกอบกับกรุงเทพมหานครมียุทธศาสตร์ด้านการศึกษาให้เมืองกรุงเทพฯ สามารถจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ให้เยาวชนมีความรู้ มีจิตสำนึกรักเมืองกรุงเทพฯ หวงแหนและร่วมสืบทอดวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของเมืองกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความยั่งยืนในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ตลอดจนสร้างความผูกพันกับฐานชีวิตของเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติด้วย การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพอันเกิดจากการทำงานร่วมกันของกลุ่มกัลยาณมิตร ได้แก่ สมาชิกในชุมชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ครูที่จะได้รับการพัฒนาตนเองและวิชาชีพตามกระบวนการ PLC (Professional Leaning Community) เด็ก เยาวชน และหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การดำเนินการด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานครเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด และสามารถเชื่อมโยงให้เกิดการบูรณาการประสานงานร่วมกันทุกภาคส่วน  
 
  นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง พ.ศ. 2553 ซึ่งได้กำหนดให้ทุกโรงเรียนตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นเพื่อช่วยในการวางแผนพัฒนาและสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษาในภาพรวม โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองตั้งแต่ระดับห้องเรียน ชั้นเรียน และระดับโรงเรียน จากผู้ปกครองของนักเรียนแต่ละห้อง นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547 ที่กำหนดให้มีการตั้งกรรมการสถานศึกษา ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครอง ครู องค์กรชุมชน และผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการ แต่อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการหรือการทำกิจกรรมอาจจะยังไม่เข้มข้นพอ ฉะนั้นฝ่ายบริหารจะขอรับเรื่องเพื่อเข้าไปดูในส่วนของรายละเอียด และช่วยกันทำให้คณะกรรมการทั้ง 2 คณะนี้เป็นองค์ประกอบที่ช่วยพัฒนาด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนให้ได้มากยิ่งขึ้น และในวันที่ 7 พ.ค. นี้ จะมีการประชุม คณะผู้บริหารด้านการศึกษาทั้ง 437 โรงเรียน ก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ประเด็นในการพิจารณาในรายละเอียดต่อไป 
 ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับญัตติฯ ดังกล่าว และจะส่งต่อให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 
 
 
 ---------------- (ชลธิชา/นักบุญ สปส. รายงาน)
e-max.it: your social media marketing partner