ประชุมเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน เครื่องสูบน้ำต้องใช้งานได้ทุกเครื่อง

กทม. ประชุมเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน ย้ำหากฝนตกเครื่องสูบน้ำต้องใช้งานได้ทุกเครื่อง
 
(13 มิ.ย.61) 14.00 น. : นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝนของกรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามความพร้อมและหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังที่อาจขึ้น โดยมี นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 13 อาคารธานีนพรัตน์ (ศาลาว่าการกทม.2) เขตดินแดง 
 
ที่ประชุมรายงานว่า สำนักการระบายน้ำได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์น้ำก่อนฤดูฝน ปี 2561 ดังนี้ 1. ทําความสะอาดท่อระบายน้ำในถนน ตรอก ซอย ความยาวรวม 3,300 กิโลเมตร ดําเนินการโดยใช้แรงงานของสํานักระบายน้ำและสํานักงานเขต และจ้างเหมาเอกชนดําเนินการ ผลงานปัจจุบันดำเนินการแล้ว 2,500.804 กิโลเมตร คิดเป็น 75.84%   2.เปิดทางน้ำไหล จัดเก็บขยะวัชพืชใน คู คลอง ยาว 1,341 กิโลเมตร ดำเนินการแล้ว 1,236.09 กิโลเมตร คิดเป็น 92.11% 3. ขุดลอกคู คลอง 81 คลอง ยาว 101 กิโลเมตร ดำเนินการแล้ว 65 กิโลเมตร คิดเป็น 65.42% 4. เตรียมความพร้อมของสถานีสูบน้ำ 176 แห่ง ประตูระบายน้ำ 232 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 271 แห่ง 5.เตรียมเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ชนิดไฟฟ้าและดีเซล จำนวน 1,593 เครื่อง ประสิทธิภาพ 864.42 ลบ.ม./วินาที 6.จัดเตรียมหน่วยบริการเร่งด่วน หรือหน่วย BEST รวม 108 หน่วย เจ้าหน้าที่ประจําหน่วยรวม 700 คน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเร่งด่วน 7.จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ กรณีฉุกเฉิน และเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยเตรียมกระสอบทราย 2.79 ล้านใบ รวมทั้งรถเครื่องกําเนิดไฟฟ้า 18 คัน  8.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่เฝ้าระวังมีขีดความสามารถในการระบายน้ำท่วมขัง 482 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 9.ติดตั้งเรือผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลอง จํานวน 60 ลํา นอกจากนี้ยังจัดหน่วยบริการฉุกเฉินเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาเนื่องจากน้ำท่วมขังประจําทุกสํานักงานเขต  
 
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง 17 จุด และจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง 53 จุด สำนักการระบายน้ำมีมาตรการระยะสั้นในการดำเนินการ ดังนี้ 1.ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม 2.ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองใกล้เคียง 3.ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 4.ขุดลอกคูคลอง 5.เสริมยกผิวจราจร 6.เพิ่มหรือปรับปรุงช่องรับน้ำฝน ส่วนมาตรการระยะยาว มีแผนดำเนินการดังนี้ 1.เพิ่มประสิทธิภาพท่อระบายน้ำ 2.เพิ่มประสิทธิภาพคู คลอง 3.เพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำ 4.ก่อสร้างบ่อสูบน้ำและสถานีสูบน้ำเพิ่มเติม และ5.ก่อสร้างบึงรับน้ำหรือแก้มลิงเพิ่มเติม 
จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง จำนวน 17 จุด
 
ทั้งนี้ จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง ประกอบด้วย  1.ถนนแจ้งวัฒนะบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่(หน้าสน.บางเขน) 2. ถนนแจ้งวัฒนะจากคลองประปาถึงคลองเปรมประชากร 3. ถนนรัชดาภิเษกบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ 4.ถนนพหลโยธินบริเวณหน้าตลาดอมรพันธุ์และแยกเกษตรศาสตร์ 5. ถนนประชาราษฎร์สาย2 บริเวณแยกเตาปูน 6. ถนนราชวิถีบริเวณหน้าราชภัฏสวนดุสิตและเชิงสะพานกรงุธน 7.ถนนพญาไท บริเวณหน้ากรมปศุสัตว์ 8.ถนนศรีอยุธยาบริเวณหน้าสน.พญาไท 9. ถนนเจริญกรงุช่วงจากถนนแปลงนามถึงแยกหมอมี 10.ถนนเยาวราชฝั่งเหนือช่วงจากถนนทรงสวัสดิ์ถึงถนนราชวงศ์ 11. ถนนจันทน์ช่วงจากซอยบ้าเพ็ญกุศลถึงที่ทำการไปรษณีย์ยานนาวา 12. ถนนสวนพลูช่วงจากถนนสาทรใต้ถึงถนนนางลิ้นจี่ 13. ถนนสาธุประดิษฐ์บริเวณแยกถนนจันทน์ 14. ถนนสุวินทวงศ์ช่วงจากคลองสามวาถึงคลองแสนแสบ 15. ถนนเพชรเกษมช่วงจากคลองทวีวัฒนาถึงคลองราชมนตรี16. ซอยถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ จากถนนเพชรเกษมถึงวงเวียนกาญจนาภิเษก และ17. ถนนบางขุนเทียนชายทะเล ช่วงจากถนนพระรามที่ 2 ถึงคลองสะแกงาม
 
 
ส่วนการคาดการณ์สภาพอากาศ และการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แจ้งข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน และสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ปัญหาน้ำท่วมขัง ท่อระบายน้ำชํารุด อุดตัน และ ปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมขังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สถานการณ์สภาพฝนและบริเวณที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังผ่านสื่อต่างๆ อาทิ ป้ายจราจรอัจฉริยะ และผ่านทางสื่อออนไลน์ เช่น ทางเว็บไซต์ กรุงเทพมหานคร http://www.bangkok.go.th เว็บไซต์สํานักการระบายน้ำ http://dds.bangkok.go.th/, e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., Facebook : @BKK_BEST, Twitter : bkk_best เป็นต้น 
 
รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนปีนี้ของสำนักการระบายน้ำ ทั้งในส่วนของการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ การขุดลอก คู คลอง การเปิดทางน้ำไหล การเตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ อุปกรณ์กรณีฉุกเฉิน หน่วยสนับสนุน และการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่สำหรับปฏิบัติงาน ซึ่งการดำเนินการส่วนใหญ่เป็นไปตามแผน โดยได้เน้นย้ำให้สำนักการระบายน้ำประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบให้แล้วเสร็จตามแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ฝน รวมทั้งสำรวจความพร้อมของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำ หากมีฝนตกทุกเครื่องต้องใช้งานได้ พร้อมทั้งเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองสำคัญๆ อาทิ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร เป็นต้น นอกจากนี้ได้หารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจุดเสี่ยงน้ำท่วมทั้ง 17 จุด ว่าในแต่ละจุดจะสามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมได้หรือไม่ รวมทั้งศึกษาเส้นทางลำเลียงน้ำว่าเป็นอย่างไร จะใช้เส้นทางไหนในการดึงน้ำเพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
 
——————————(อรรจน์ชญาณ์...สปส./ชารินีย์...นศ.ฝึกงาน รายงาน.)
 
 
e-max.it: your social media marketing partner