เขื่อนคลองลาดพร้าวคืบหน้า 28.03% กำชับเร่งตอกเข็มในพื้นที่ส่งมอบ

 

เขื่อนคลองลาดพร้าวคืบหน้า 28.03% ตอกเข็มได้ 20,867 ต้น กำชับผู้รับจ้างเร่งตอกเข็มในพื้นที่ส่งมอบ

(10 พ.ค.61) เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว โดยลงเรือตรวจตั้งแต่ท่าเรือวัดรางบัว จนถึงท่าเรือชุมชนร่วมใจพัฒนากลาง เขตบางเขน ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดมลพิษ มีระบบการจัดการน้ำเสียที่ดี และระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตบางเขน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

 


รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว ถือเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังครอบคลุมพื้นที่ 8 เขต ได้แก่ เขตวังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และสายไหม โครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว จะมีบ้านเรือนประชาชนที่รุกล้ำคลองลาดพร้าวทั้งหมด 6,559 หลัง อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนทั้งหมด 3,676 หลัง ที่ผ่านมาสำนักงานเขตที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าวทั้ง 8 เขต ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนเพื่อสร้างความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการรื้อย้ายออกไป โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 3,085 หลัง กลุ่มที่ 2 ไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 504 หลัง และกลุ่มที่ 3 สำนักงานเขตที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้าง 8 เขต ได้พูดคุยสร้างความเข้าใจกับประชาชนอีก 87 หลัง ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการรื้อย้ายบ้านออกไปได้แล้ว 1,154 หลัง ส่วนที่ยังไม่ได้รื้อย้ายอีก 1,831 หลัง อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินโครงการก่อสร้างบ้านมั่นคง จึงยังไม่สามารถรื้อย้ายออกไป ส่วนที่อยู่นอกแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อน 2,883 หลัง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ยินยอมรื้อย้าย 2,061 หลัง โดยได้ดำเนินการรื้อย้ายแล้ว 662 หลัง กลุ่มที่ 2 ไม่ยินยอมรื้อย้าย 676 หลัง และกลุ่มที่ 3 ข้อมูลไม่ชัดเจน 146 หลัง ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตในพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว ลงพื้นที่พูดคุยสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมและความจำเป็นของโครงการดังกล่าว ขอความร่วมมือในการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำแนวพื้นที่โครงการ พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักการระบายน้ำติดตามโครงการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกำชับผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการตอกเสาเข็มและทำทางเดินเท้าในพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว รวมทั้งบริเวณที่รื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำพื้นที่โครงการออกไปเรียบร้อยแล้ว และบริเวณพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน นอกจากนี้ได้ให้ผู้รับจ้างปรับแผนการทำงานใหม่ เพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้าอย่างต่อเนื่องแล้วเสร็จตามสัญญาที่จะสิ้นสุดในปี 62


รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว มีความยาวทั้งหมดประมาณ 45.3 กม. เป็นพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว ความยาว 20,826 ม. และพื้นที่ก่อสร้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ความยาว 24,474 ม. ในขณะนี้กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการตอกเสาเข็มในพื้นที่ส่งมอบได้แล้ว 20,867 ต้น จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมด 27,768 ต้น ทั้งนี้ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว รวมตอกเข็มได้ทั้งหมด 20,867 ต้น จากทั้งหมด 60,000 ต้น ความยาวเขื่อนที่ตอกเข็มได้ 15.94 กม. ผลงานทั้งโครงการขณะนี้ทำได้ 28.03% ส่วนแผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 67.50% อย่างไรก็ตามโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าวนั้น ไม่ใช่เพื่อการป้องกันน้ำท่วมและการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียเท่านั้น วัตถุประสงค์ที่สำคัญของรัฐบาลเพื่อต้องการให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าว ได้มีบ้านที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ไม่ต้องรุกล้ำคลองสาธารณะ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิ์ที่จะอยู่บ้านของตนเอง มลภาวะสภาพแวดล้อมรอบๆตัวจะดีขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยส่วนรวมเป็นสำคัญ เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าวแล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนริมคลองลาดพร้าว ทำให้ประชาชนในชุมชนมีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองลาดพร้าว สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำต่อไป
----- (จิรัฐคม...สปส.รายงาน)

e-max.it: your social media marketing partner