กทม.ห่วงใยประชาชนวางมาตรการเฝ้าระวังฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง

 
(19 เม.ย.61) เวลา 08.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จุดที่ 1 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี จุดที่ 2 รถตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณโรงเรียนหอวัง ถนนพหลโยธิน และจุดที่ 3 เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตั้งบนเสาเหล็ก บริเวณสี่แยกเกษตร ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร เพื่อติดตามเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียง บริเวณพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางอากาศสูง โดยมีนางสาวพนิตนาฏ ธนาอภินันทน์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตราชเทวี สำนักงานเขตจตุจักร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
 
เล็งจัดหาเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ ติดตั้งให้คลอบคลุมทุกพื้นที่
 
กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อมได้มีมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียงของกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบระดับความรุนแรงของมลพิษทางอากาศ และหามาตรการรับมือได้อย่างทันสถานการณ์ ตั้งแต่ปี 2548 กรุงเทพมหานครมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 แห่ง รถตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 1 คัน ซึ่งยังไม่ครอบคลุมสถานที่ที่เป็นจุดวิกฤตที่มีการจราจรหนาแน่นและมีอาคารสูงโดยรอบ ทำให้มีข้อมูลไม่เพียงพอในการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์คุณภาพอากาศในภาพรวม ส่งผลให้กรุงเทพมหานครไม่สามารถกำหนดกิจกรรมและมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ ต่อมาในปี 2557 สำนักสิ่งแวดล้อมจึงได้ดำเนินการโครงการจัดหาเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อติดตั้งบริเวณพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางอากาศสูงและพื้นที่ที่มีประชาชนมีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบของมลพิษทางอากาศ ได้แก่ บริเวณพื้นที่ริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น บริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองและบริเวณที่ประชาชนใช้บริการสาธารณะในพื้นที่เมือง จำนวน 46 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ได้จัดหารถตรวจวัดคุณภาพอากาศพร้อมชุดเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ โดยติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางอากาศสูง ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 แห่ง รถตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 5 คัน และเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตั้งบนเสาเหล็ก จำนวน 46 แห่ง 
 
ผลการตรวจวัดฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศ 3 จุด ยังเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 
 
สำหรับผลการตรวจวัดฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศ ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณเขตราชเทวี ระหว่างวันที่ 1-17 เม.ย.61 พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 16-53 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐานเพียง 1 วัน ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รถตรวจวัดคุณภาพอากาศตรวจวัดที่โรงเรียนหอวัง ถนนพหลโยธิน ระหว่างวันที่ 13 มี.ค.-11 เม.ย.61 พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20 - 67 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 7 วัน ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศติดตั้งบนเสาเหล็ก เขตจตุจักร บริเวณถนนพหลโยธิน สี่แยกเกษตร ด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตร ระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-8 เม.ย.61 พบว่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 24-91 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน จำนวน 14 วัน ซึ่งค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้จากข้อมูลสรุปสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-17 เม.ย.61 พบว่าช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ความชื้นในอากาศสูง ลมสงบ สภาพอากาศนิ่ง ทำให้มลพิษทางอากาศสะสมตัวในปริมาณมาก
 
ขีดความสามารถของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและจอแสดงผล
 
ทั้งนี้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ของกรุงเทพมหานคร สามารถตรวจวัดสารมลพิษทางอากาศ ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ก๊าซโอโซน (O3) ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) และสภาพอากาศอุตุนิยมวิทยา ได้แก่ ทิศทางลม ความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความดันอากาศ ส่วนรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ สามารถตรวจวัดสารมลพิษทางอากาศ ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) สภาพอากาศอุตุนิยมวิทยา ได้แก่ ทิศทางลม ความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความดันอากาศ ด้านเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตั้งบนเสาเหล็ก สามารถตรวจวัดสารมลพิษทางอากาศ ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สภาพอากาศอุตุนิยมวิทยา ได้แก่ ทิศทางลม ความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความดันอากาศ สำหรับจอแสดงผลข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย จอแสดงผลของสำนักสิ่งแวดล้อม บริเวณริมถนนสายหลัก จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ บริเวณแยกอโศก ถนนสุขุมวิท จำนวน 2 แห่ง คือ ฝั่งขาเข้า เขตคลองเตย และฝั่งขาออก เขตวัฒนา บริเวณแยกตากสิน-สาทร ถนนพระเจ้าตากสิน เขตธนบุรี จำนวน 2 แห่ง คือ ฝั่งขาเข้า และฝั่งขาออก และจอแสดงผลของสำนักสิ่งแวดล้อม บริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 แห่ง คือ บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตพระโขนง บริเวณสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ และบริเวณสวนป่าวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง
 
หาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ ให้วัดค่าฝุ่นละอองได้มากขึ้น
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสมลพิษทางอากาศ และตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองส่วนใหญ่จะพบในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาว จะไม่ค่อยพบในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้สำนักสิ่งแวดล้อมได้เริ่มติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อปี 2539 ซึ่งขณะนั้นมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเพียง 1 แห่ง ตั้งอยู่บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี ต่อมาปี 2548 ได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มอีก 3 แห่ง และรถตรวจวัดคุณภาพอากาศอีก 1 คัน ต่อมาในปี 2559 ได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตั้งบนเสาเหล็ก 46 แห่ง และได้รถตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มมาอีก 4 คัน ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 4 แห่ง รถตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 5 คัน และเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบติดตั้งบนเสาเหล็ก จำนวน 46 แห่ง อย่างไรก็ตามการวัดค่ามลพิษทางอากาศที่ได้จะไม่เหมือนกัน บางแห่งจะวัดได้เฉพาะค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) บางแห่งจะวัดได้ทั้งค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) นอกจากนี้บางแห่งสามารถวัดค่าก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซโอโซน ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ทิศทางลม ความเร็วลม อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ ทั้งนี้สำนักสิ่งแวดล้อมได้หาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ได้มากที่สุด โดยการเพิ่มเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศที่สามารถวัดค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)ได้ รวมทั้งจอแสดงผลว่าควรจะติดตั้งเพิ่มเติมในบริเวณใดบ้าง ที่สำคัญให้เน้นการใช้งบประมาณอย่างประหยัด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน สำหรับการแจ้งข้อมูลค่าฝุ่นละอองให้ประชาชนรับทราบ ได้มีการติดตั้งจอแสดงผล จำนวน 8 แห่ง บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น และบริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ถ้าหากประชาชนต้องการทราบข้อมูลในขณะนั้นสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ทางเว็บไซต์สำนักสิ่งแวดล้อม www.bangkok.go.th/environment หรือทางข่าวประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
 
วอนทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่ากรุงเทพมหานครจะติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศจำนวนเท่าไร่หรือติดตั้งบริเวณใดบ้าง กิจกรรมที่สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการโยธา และสำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง ต้องเร่งดำเนินการเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง เมื่อพบจุดที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เกินกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ต้องไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ต้องไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม. ต้องรีบดำเนินการแก้ไขทันที ซึ่งในพื้นที่ก่อสร้างอาคารสูง บริเวณก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน และบริเวณก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการป้องกัน เพื่อให้ผู้ทำการก่อสร้างป้องกันปัญหาฝุ่นละออง ตลอดจนการทำความสะอาดผิวการจราจรและพื้นทางเท้าซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดปัญหาฝุ่นละอองที่สำนักงานเขตต้องดำเนินการเป็นประจำ อย่างไรก็ตามที่สำคัญควรสร้างความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งผู้ทำการก่อสร้างอาคารหรือก่อสร้างถนน ให้เห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน นอกจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมรวบรวมกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งจากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการโยธา และสำนักงานเขต 50 เขต ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการสั่งการในเอกสารหลายฉบับ มีบางฉบับที่เหมือนกันและไม่เหมือนกัน บางฉบับได้สั่งการไปนานแล้ว โดยให้รวบรวมเพื่อให้เป็นเอกสารฉบับเดียวกัน เวียนแจ้งให้สำนักการโยธา และสำนักงานเขต 50 เขต ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ประชาชน ตลอดจนรวบรวมข้อมูลการขออนุญาตการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบการดำเนินงาน นอกจากนี้ได้เตรียมจัดกิจกรรมถนนสะอาด ซึ่งจะนำร่องในพื้นที่เขตปทุมวันเป็นแห่งแรก และขยายให้ครอบคลุมทั้ง 50 สำนักงานเขต 
 
"อย่างไรก็ตามข้อมูลผลการตรวจวัดฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศ ขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเนื่องจากในระยะนี้มีฝนตกลงมาทำให้ค่าฝุ่นละอองลดน้อยลง แต่คาดว่าหลังจากที่ฝนทิ้งช่วงในหน้าร้อน ค่าฝุ่นละอองจะสูงขึ้นอีกครั้ง จึงจะต้องมีการเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงต่อไป" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้าย
 
----- (จิรัฐคม...สปส.รายงาน)
 
 
e-max.it: your social media marketing partner