บูรณาการความร่วมมือบริหารจัดการและพัฒนากรุงเทพมหานคร

ผู้นำองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนบูรณาการความร่วมมือบริหารจัดการและพัฒนากรุงเทพมหานคร
 
 (30 มี.ค. 61) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมร่วมผู้นำกรุงเทพมหานคร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำภาครัฐ และผู้นำภาคเอกชน หลักสูตร “ผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารเมือง” (ผู้นำเมือง) รุ่นที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชจัดขึ้นเพื่อสร้างทัศนคติ ความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการเขตเมือง และการปกครองส่วนท้องถิ่นให้กับผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน สามารถบูรณาการแนวคิดและแนวทางในการบริหารองค์กร บริหารท้องถิ่นร่วมกัน อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผู้เข้ารับการอบรม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิดการอบรม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)
 
 สำหรับโครงการอบรมร่วมผู้นำกรุงเทพมหานคร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำภาครัฐ และผู้นำภาคเอกชน หลักสูตร “ผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารเมือง” (ผู้นำเมือง) รุ่นที่ 3 กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 30 มี.ค. – 17 ส.ค. 61 โดยมีผู้เข้ารับการอบรม รวม 130 คน ประกอบด้วย ข้าราชการประจำและการเมืองสังกัดหน่วยงานภาครัฐ กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และตัวแทนประชาชน หลักสูตรการอบรมมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกันในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน อาทิ ศึกษาวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารงานกรุงเทพมหานครตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การปกครองนครหลวงเปรียบเทียบ การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นและการปกครองนครหลวง กฎหมายและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนครหลวง การบริหารจัดการเมืองแนวใหม่ และระบบโครงสร้างพื้นฐานการบริการสาธารณะ 
 
 
 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน มีประชาชนจากทุกภูมิภาคหลั่งไหลเข้ามาในมหานครแห่งนี้ ไม่ว่าจะเพื่อประกอบอาชีพ การศึกษา การท่องเที่ยว หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ซึ่งการมาของบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งสิ่งต่างๆอีกมากมาย ทั้งปริมาณการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น ความแออัดของบ้านเรือนที่เพิ่มขึ้น ปัญหาการจราจรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่กรุงเทพมหานครต้องบริหารจัดการ โดยมีเป้าหมายในการดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพื่อให้มหานครแห่งนี้เป็นเมืองแห่งความสุขสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง การบริหารราชการกรุงเทพมหานครไม่ได้มีเป้าหมายแค่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนต้องประสบในชีวิตประจำวันเท่านั้น ยังต้องผลักดันให้เมืองได้รับการพัฒนาและบรรลุเป้าหมายตามกรอบต่างๆ ที่กำหนดไว้ ได้แก่ แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ซึ่งกำหนดเป้าหมายในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น “มหานครแห่งเอเชีย” ในปี พ.ศ. 2575 อันหมายถึงการขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของเอเชียที่ได้รับการพัฒนาจนมีความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน ซึ่งในช่วงปีแรกคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครมีนโยบายการบริหารงานโดยยึดหลักการสานต่อนโยบายเดิมที่ดีอยู่แล้วให้มีความต่อเนื่องและแก้ไขปัญหา รวมทั้งผลักดันเรื่องต่างๆ ที่ยังไม่แล้วเสร็จตลอดจนสร้างระบบการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ สะดวก และฉับไว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างรวดเร็วด้วยการใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งในการเปิดช่องทางให้ประชาชนร้องทุกข์และการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที อีกทั้งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้กรุงเทพมหานครได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
 
         ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า เนื่องจากในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการประกาศยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี วิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปีจากระยะที่ 1 เข้าสู่ระยะที่ 2 อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่หยุดนิ่งทำให้กรุงเทพมหานครต้องมีแนวทางในการพัฒนาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยต้องเป็นการพัฒนาที่เห็นผลได้จริง คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครจึงได้ปรับยุทธศาสตร์ในการพัฒนากรุงเทพมหานครด้วยการจัดทำวาระการพัฒนากรุงเทพมหานคร 1 ปี ที่มีการกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานที่ชัดเจนใน 100 วัน 200 วัน 300 วัน และ 1 ปี เพื่อให้แผนการพัฒนากรุงเทพมหานครมีเป้าหมายทั้งในมิติของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และมิติของกำหนดเวลาการดำเนินการที่มีความชัดเจนเพื่อให้การพัฒนาเป็นการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาอย่างรวดเร็ว และพัฒนาอย่างเห็นผลได้จริง 
 
อย่างไรก็ตามการจะพัฒนากรุงเทพมานครให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้นย่อมจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งผู้ที่เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำเมือง รุ่นที่ 3 ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นผู้บริหารหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองหลวงของประเทศ สำหรับการอบรมโครงการดังกล่าวนอกจากจะเสริมสร้างทัศนคติและความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเมือง และการปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้นำเมืองที่มีความเข้าใจอันดีระหว่างกัน สามารถบูรณาการแนวคิดและแนวทางในการบริหารท้องถิ่นร่วมกัน ตลอดจนสามารถส่งเสริมสนับสนุนกันและกันในการดำเนินการต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และขอให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ร่วมกันดูแล รักษา ส่งเสริม และสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อให้กรุงเทพมหานครได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน สามารถก้าวสู่ความเป็นมหานครที่มีความโดดเด่นของเอเชียและของโลกต่อไป
 
     -----------------------------  (พัทธนันท์...กปส. รายงาน)
 
e-max.it: your social media marketing partner