เร่งรัดสร้าง Pipe jacking ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู ให้แล้วเสร็จทันหน้าฝน

 
(29 มี.ค.61) เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามวาระการพัฒนากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2561 "Now Moving Forward ทำจริง เห็นผลจริง" ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครปลอดภัย” ที่มีเป้าหมายให้เมืองกรุงเทพมหานครปลอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตสาทร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
จากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่บริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ เนื่องจากท่อระบายน้ำเดิมมีขนาดเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 0.60 ม.และก่อสร้างมาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันสภาพการใช้พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทำให้ท่อระบายน้ำเดิมมีขนาดไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำ นอกจากนี้บริเวณแยกเทคนิคกรุงเทพมีอุปสรรคแนวสาธารณูปโภคใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถขุดถนนวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ได้ ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีการจราจรหนาแน่น จึงต้องดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำด้วยวิธีการดันท่อ (Pipe Jacking) เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคแนวสาธารณูปโภคใต้ดินและลดผลกระทบต่อการจราจร พร้อมทั้งปรับปรุงบ่อสูบน้ำเดิม ซึ่งมีกำลังสูบขนาด 1.50 ลบ.ม./วินาที ไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู โดยดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 ม. พร้อมบ่อพักความยาวประมาณ 300 ม. ก่อสร้างท่อลอดเหล็กเหนียว ขนาด 1,200 มม. ความหนา 19.1 มม. ความยาวประมาณ 70 ม. ด้วยวิธีดันท่อ ก่อสร้างท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.80 ม. พร้อมบ่อพัก จำนวน 1 แห่ง ก่อสร้างบ่อดันท่อ จำนวน 1 บ่อ ก่อสร้างบ่อรับ จำนวน 1 บ่อ ปรับปรุงบ่อสูบน้ำเดิม จำนวน 1 บ่อ ปรับปรุงขอบบ่อพักพร้อมฝา จำนวน 92 แห่ง รวมทั้งซ่อมถนน ค.ส.ล. ความหนา 0.25 ม. และเสริมผิวจราจรแอสฟัลต์ ความหนาเฉลี่ย 0.06 ม. ซ่อมคันหินและทางเท้า ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบขนาด 1.00 ลบ.ม./วินาที จำนวน 2 เครื่อง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า กำลังสูบขนาด 2.00 ลบ.ม./วินาที จำนวน 1 เครื่อง ขณะนี้ผลการดำเนินงานตามแผนงาน 90% ทำได้ 30% ส่วนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เนื่องจากมีแนวท่อประปาเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1,000 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 300 มม. กีดขวางแนวก่อสร้างท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1.20 ม. และกีดขวางงานก่อสร้างบ่อดันท่อ ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้ประสานการประปานครหลวง เขตทุ่งมหาเมฆ ให้ดำเนินการรื้อย้ายท่อประปาดังกล่าว และได้ลงพื้นที่ขุดสำรวจแนวท่อประปาร่วมกับการประปานครหลวง พบว่าไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1.20 ม. บริเวณฝั่งตรงข้ามทีโอทีได้ เนื่องจากพื้นที่ขุดวางท่อไม่พอจึงต้องปรับลดขนาดท่อระบายน้ำลง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการพิจาณาแก้ไข คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จอย่างช้าไม่เกินเดือนส.ค.นี้
 
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามวาระการพัฒนากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2561 "Now Moving Forward ทำจริง เห็นผลจริง" ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำเร่งรัดผู้รับจ้างให้การก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งให้คำแนะนำในการปรับแผนการทำงาน การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ อย่างไรก็ตามโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำจะดำเนินงานได้เฉพาะในเวลากลางคืน ในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. และจะคืนผิวการจราจรชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรผ่านไปมาได้ในตอนเช้า เพื่อให้มีผลกระทบต่อการจราจรน้อยที่สุด เมื่อโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลูแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางดังกล่าว
 
 
“นอกจากโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลูแล้ว สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินโครงการดังกล่าวในจุดอื่นๆอีก รวมทั้งหมด 10 โครงการ ประกอบด้วย 1.ถนนทรงสวัสดิ์ ถนนเยาวราช และถนนเจริญกรุง 2.ถนนสุขุมวิท 21 (อโศกมนตรี) 3.ถนนศรีอยุธยา และถนนพระราม 6 4.ถนนพหลโยธินบริเวณแยกเกษตรศาสตร์ 5.ซอยสุขุมวิท 31 และซอยสวัสดี 6.ถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) 7.ซอยสุขุมวิท 4 (นานาใต้) 8.ซอยสุขุมวิท 14 9.ซอยสุขุมวิท 39 และซอยสุขุมวิท 107 ถึงคลองบางนา และ 10.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามเร่งรัดให้การก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้ทันหน้าฝนในปีนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (Pipe jacking) ในขณะนี้อย่างน้อย 2 โครงการ สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทันหน้าฝนปีนี้ คือ บริเวณถนนทรงสวัสดิ์ ถนนเยาวราช และถนนเจริญกรุง และบริเวณนี้ คือ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และถนนสวนพลู ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในถนนสายหลัก เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อไป” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้าย
 
----- (จิรัฐคม...กปส.รายงาน)
 
 
e-max.it: your social media marketing partner