BMA Radio Online
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์
ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน



รวมพลังเสวนาในโอกาสสภากรุงเทพมหานครก้าวสู่ปีที่ 45


ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 สภากรุงเทพมหานคร ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร ได้นำคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจัดกิจกรรมเนื่องในวันครบรอบวันสถาปนาสภากรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมสำคัญในปีนี้คือเสวนาในหัวข้อ “ก้าวไปด้วยกันกับสภากรุงเทพมหานคร เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครอย่างมั่นคงและยั่งยืน” โดยมีคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้แทนประชาชน ร่วมกันสะท้อนปัญหา ถกแนวทางการแก้ไข เพื่อให้เกิดการบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทาง”ประชารัฐ”


ประธานสภากรุงเทพมหานคร ได้กล่าวในพิธีเปิดการเสวนาว่า  การทำงานในเมืองหลวงใหญ่ถือว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ซึ่งงานต่างๆจะสำเร็จได้ ก็ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายการเมือง สภากทม. และข้าราชการประจำ ประกอบกับสถานการณ์โลกปัจจุบันทำให้ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม สมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 28 คน ได้จัดสรรภารกิจร่วมดูแลทั้ง 50 เขต รวมทั้งเป็นคณะกรรมการสามัญ 11 คณะ และอนุกรรมการอีกหลายคณะ โดยคณะกรรมการทุกชุดได้รับความร่วมมือจากข้าราชการและฝ่ายบริหารในการสนับสนุนการทำงานตลอดมา อย่างไรก็ดี การสัมมนาที่จัดขึ้นในครั้งนี้คือการต้องการเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานตลอดไป ซึ่งหวังว่าแนวคิดที่ได้จากการเสวนาในระยะเวลาอันสั้น จะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานครต่อไป




ผู้ว่าฯกทม.พร้อมนำข้อเสนอแนะของสภากทม.มาปฏิบัติ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกล่าวในประเด็น “ทิศทางและนโยบายเพื่อให้คน กทม. มีคุณภาพชีวิตที่ดี” โดยกล่าวว่าในการทำงานที่ผ่านมา ตนได้ปรึกษาหารือร่วมกันกับสภากรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากสภากรุงเทพมหานครมีข้อท้วงติงหรือข้อเสนอแนะก็พร้อมที่จะนำไปปฏิบัติ สำหรับการบริหารจัดการงบประมาณนั้น ในขณะนี้เป็นการทำงานภายใต้งบประมาณของปีที่แล้ว โดยนโยบายของปีนี้ได้กำชับหน่วยงานให้เร่งดำเนินการในภารกิจที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน  และเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด



คนกรุงเทพฯ มีสิทธิกำหนดทิศทางของกรุงเทพมหานคร

นายธวัชชัย  ฟักอังกูร  สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ  ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางและแนวทางการพัฒนาสังคมและชุมชนของกรุงเทพมหานคร” โดยกล่าวว่า ทิศทางของกรุงเทพมหานครนั้นทุกคนมีสิทธิที่จะคิดเนื่องจากเป็นคนกรุงเทพฯเหมือนกันหมด แต่หน้าที่เป็นสิ่งที่จะถูกกำหนดมา ซึ่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ได้กำหนดหน้าที่ของรัฐเอาไว้เรียบร้อย ซึ่งถ้าการใดที่กำหนดให้เป็นหน้าที่แล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ประชาชนหรือชุมชนมีสิทธิติดตาม เร่งรัด และฟ้องร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามภารกิจ ดังนั้นรัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและบังคับใช้อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ดี หนึ่งในภารกิจหลักที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศไว้คือการจัดระเบียบทางเท้า ไม่ให้มีการจอดรถหรือนำรถไปวิ่งบนทางเท้า ก็ถือว่าสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐซึ่งต้องปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้



ประสิทธิภาพของแผนและนโยบาย ขึ้นอยู่กับการติดตามและประเมินผล

ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวเสวนาในหัวข้อ  “แผนพัฒนากรุงเทพมหานครเพื่อสร้างความสุขให้แก่ประชาชน” ว่า ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี (พ.ศ.2556-พ.ศ.2575) แบ่งเป็น 4 ระยะๆละ 5 ปี โดยใน 5 ปีแรกกำหนดให้กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองแห่งความปลอดภัยและเมืองแห่งประชาธิปไตย ระยะที่ 2 ในอีก 10 ปี กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองแห่งความสะดวกสบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป็นเมืองของคนทุกเพศทุกวัย ระยะที่ 3 ใน 15 ปี กรุงเทพมหานครจะต้องเชื่อมต่อกับปริมณฑล มีระบบขนส่งมวลชนที่ประหยัด มีประสิทธิภาพ และเมื่อครบ 20 ปี กรุงเทพมหานครจะเป็นมหานครแห่งอาเซียน หากกทม.ทำได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ประชาชนจะได้รับประโยชน์แน่นอน ทั้งนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ แต่ให้ใช้วัสดุ หรือครุภัณฑ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างดีที่สุด อย่างไรก็ดี นโยบายและแผนที่กำหนดมาจะสามารถปฏิบัติและคนกรุงเทพเกิดความสุขได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการติดตามและประเมินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้นโยบายและแผนนั้นเกิดประสิทธิผลตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ทั้งนี้คนที่จะตอบว่าแผนนี้ดีหรือไม่คือคนที่ใช้แผนและคนที่ได้ประโยชน์จากแผน

การเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของสภากทม.

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ร่วมให้ความคิดเห็นในประเด็น “บทบาทของสภากรุงเทพมหานครในการพัฒนาบริการสาธารณสุข”  โดยกล่าวว่า บทบาทของสภากรุงเทพมหานครในการพัฒนาบริการสาธารณสุข ภารกิจสำคัญที่เร่งดำเนินการ คือ การดูแลประชาชนให้เข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขให้มากที่สุดและเท่าเทียมกัน ซึ่งสภากรุงเทพมหานครโดยคณะกรรมการสาธารณสุขได้จัดทีมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ใดมีปัญหาด้านสาธารณสุข  และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่เพื่อให้บริการประชาชน รองรับกับการรักษาโรคเกิดใหม่ที่เกิดขึ้นตลอด เวลา นอกจากนี้จะได้เร่งออกพระราชบัญญัติการดูแลผู้สูงอายุ และกฎหมายด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะมาตรา 55 ที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้การดูแลด้านสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรา 257 ซึ่งจะมีการปฏิรูปด้านการประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน โดยขณะนี้คนกรุงเทพฯ เข้าถึงการรักษาพยาบาลน้อยกว่าคนต่างจังหวัดในสัดส่วนที่ต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงได้เร่งแก้กฎหมายเพื่อให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารด้านการสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การกำหนดแผนทำให้ชุมชนเข้มแข็ง รัฐเข้มแข็ง

สำหรับ นางจุไรรัตน์  เครือพิมาย  เลขาธิการชุมชนเกาะกลาง เขตคลองเตย คนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงประชาธิปไตย ได้ร่วมเสวนาในประเด็น “แนวคิดการพัฒนาชุมชนเพื่อความสุขของสังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน” โดยกล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการชุมชนในปัจจุบันนั้นยังต้องพึ่งพิงรัฐอยู่ และเนื่องจากปัญหาแต่ละชุมชนไม่เหมือนกัน ชุมชนต้องแก้ไขปัญหาโดยประสานกับเขตเป็นหลัก ดังนั้นจึงควรให้คณะกรรมการชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยร่วมเป็นคณะกรรมการในคณะต่างๆของสภากรุงเทพมหานคร

สำหรับชุมชนเกาะกลาง มีแนวทางการดำเนินงานโดยมองปัญหาที่เกิดขึ้น และร่วมกันระดมความคิดเห็น และจัดทำแผนการทำงานรายปี โดยกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง อาทิ เรื่องผู้สูงอายุต้องคำนึงถึงการเข้าถึงระบบรัฐของผู้สูงอายุในชุมชน ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับชุมชนที่อยู่อาศัยริมคลอง ต้องมีแนวทางป้องกันไม่ให้ทำให้น้ำเน่าเสีย เป็นต้น ซึ่งการจัดทำแผน จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น สามารถบรรลุเป้าหมาย และประชาชนอยู่อย่างมีความสุข สำหรับเรื่องร้องเรียนในชุมชน คณะกรรมการชุมชนจะเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนได้หารือแนวทางแก้ไขร่วมกันก่อน จากนั้นจะมีการแจ้งไปยังสำนักงานเขต อย่างไรการทำงานในภาคประชาชนต้องไม่มองประโยชน์ของตนเอง ควรยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ความยั่งยืนต่างๆ จะเกิดขึ้นจากการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะสำเร็จแล้วก็ยังคงต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป


ท้ายที่สุด ประธานสภากรุงเทพมหานคร ได้กล่าวว่า "ในอนาคตอยากเห็นทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันพัฒนากรุงเทพฯ โดยปลอดจากเรื่องการเมือง ให้มุ่งเน้นการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครอย่างมั่นคงและยั่งยืน"

 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 1
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ สานต่อภารกิจ “ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 2
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกันฟื้นฟูคลองลาดพร้าว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 3
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) หรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 4
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Big Cleaning กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 5
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครหรือไม่