-PR BMA Spot-

BMA Radio Online
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์
ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน



ราคาน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ

กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร

สารคดี ต้นกล้ากทม. ปลูกป่าในใจคน ด้วยศาสตร์พระราชา


 

กทม.จัดกิจกรรมรณรงค์หยุดยั้งโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เขตมีนบุรี


   (24 มิ.ย. 60) เวลา 09.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม รณรงค์หยุดยั้งโรคพิษสุนัขบ้า ทำหมันและทำทะเบียนสัตว์เลี้ยง เขตนำร่อง 5 เขต ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดให้บริการประชาชนไปแล้ว 4 เขต คือ เขตบางขุนเทียน บางนา พระโขนง และหนองจอก โดยมี นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย นายสว่าง แก้วมณี ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ตลอดจนประชาชนกลุ่มคนรักสัตว์ ร่วมพิธี ณ ชุมชนการเคหะรามคำแหง เขตมีนบุรี

   รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับคน ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในตัวสัตว์ วิธีการเลี้ยง รวมถึงวิธีการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทำร้ายเจ้าของหรือผู้อื่น และป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อสู่คนโดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้ามีความร้ายแรงมาก เพราะเมื่อคนหรือสัตว์ที่แสดงอาการของโรคนี้แล้วจะเสียชีวิตทุกราย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยและมีเป้าหมายต้อง “ไม่มีคนเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า” ซึ่งจากข้อมูลของกรุงเทพมหานครพบว่าในพื้นที่เขตมีนบุรีพบสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าเกิดขึ้นทุกปีแต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามยังจำเป็นต้องร่วมมือกันค้นหาแหล่งโรคเพื่อควบคุมพร้อมป้องกันไม่ให้แพร่กระจาย และขอความร่วมมือประชาชนและทุกภาส่วนร่วมกันรณรงค์แก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไป

   กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนและสัตว์เลี้ยงตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคสัตว์สู่คนที่ร้ายแรง ซึ่งสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุขสำนักอนามัย กทม. ได้ดำเนินการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ตรวจพบสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้ามีแนวโน้มลดลงโดยพื้นที่เกิดโรคในสัตว์มักจะเป็นในเขตพื้นที่เดิม และสัตว์ที่ตรวจพบโรคส่วนใหญ่มีทั้งที่เป็นสุนัขมีเจ้าของและสุนัขจรจัดที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

   สำหรับภายในงานได้จัดบริการประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ประกอบด้วย บริการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ผ่าตัด ทำหมัน ฉีดไมโครชิบและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงโดยสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข การเผยเเพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุขันบ้าโดยกองควบคุมโรคติดต่อ การให้บริการตรวจสุขภาพทั่วไปกับประชาชาโดยแพทย์ของศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี และกิจกรรมสันทนาการโดยเครือข่ายกลุ่มคนรักสัตว์ นอกจากนี้ยังได้จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการฉีดวัคซีน ฉีดไมโครชิบและจดทะเบียนสุนัข 10 จุด โดยสามารถสอบถามรายละเอียดจุดให้บริการได้ที่ สำนักงานเขตมีนบุรี ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี และสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข โทร. 0 2248 7417, 0 2245 3311

                     --------------------------------- (นักบุญ...กปส.รายงาน)


 

รายการ บางกอกนิวส์ ปี 60 ตอนกทม รณรงค์ ไม่ทิ้งไม่ท่วม


 

กทม. คว้า 5 รางวัลบุคคลและองค์กรผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 60


(24 มิ.ย. 60) เวลา 08.30 น. พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานเปิดศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเขตดอนเมือง เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานด้านข้อมูลยาเสพติดกับหน่วยงานภาครัฐ และแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับชุมชนได้ทราบสถานการณ์ อาทิ การเฝ้าระวัง และการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อให้การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนมีความเข้มแข็ง เป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้รองปลัดกรุงเทพมหานครได้มอบป้ายศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดให้กับชุมชน 9 แห่ง ได้แก่ ชุมชนสะพานปูน ชุมชนวังทอง ชุมชนบัณฑิตโฮม ชุมชนศิริสุข ชุมชนปิ่นทอง ชุมชนโกสุมรวมใจ 3 ชุมชนบูรพา 16 ชุมชนปิ่นเจริญ 3 และชุมชนแหลมทองนิเวศน์ โดยมี นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นางสาววรรณดี สนชัย ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง ผู้แทนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กองบังคับการกองพันทหารสารวัตร สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเขตดอนเมือง ประธานกรรมการชุมชน อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเขตดอนเมือง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิด ณ ที่ทำการชุมชนยิ่งโอฬาร ถ.วิภาวดี 43 เขตดอนเมือง

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และกรุงเทพมหานครก็ให้ความร่วมมือและพยายามพัฒนางานของตนอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน งานในวันนี้เป็นการทำงานสร้างฐานให้เข้มแข็งต่อยอดงานที่เคยทำมาให้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งปัจจุบันมีการบูรณาการความร่วมมือกับทหาร ตำรวจ และชุมชน ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ปีนี้กรุงเทพมหานครได้รับรางวัลเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดถึง 5 รางวัล เป้าหมายของกรุงเทพมหานครภาพรวมในสิ้นปีงบประมาณหน้า ทั้ง 2067 ชุมชนของกรุงเทพมหานครจะได้รับการผลักดันตามแผนประชารัฐ 9 ขั้นให้ครบ จึงต้องมีการขยายฐานและเปิดศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเพิ่มเติม

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า เดิมกรุงเทพมหานครมีชุมชนที่มีความเสี่ยง 500 กว่าชุมชน แต่ขณะนี้จำนวนชุมชนที่มีความเสี่ยงมีปริมาณลดลงอยู่ที่ 300 กว่าชุมชน ถือเป็นสถานการณ์ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครยังคงดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ทั้งเชิงรุกและรับอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครมีอาสาสมัครฯ ปฏิบัติงาน 7,905 คน และจะมีการฝึกอบรมอาสาสมัครฯ เพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดเป็นผู้ที่มีจิตอาสาที่น่ายกย่อง และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันป้องกันภัยยาเสพติดในชุมชน และลูกหลานของทุกคน

นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า ขณะนี้สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ดอนเมืองดีขึ้น เนื่องจากมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทหาร ตำรวจ ชุมชน และอาสาสมัครฯ โดยศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดที่จัดตั้งขึ้นนอกจากจะเป็นศูนย์ประสานงานและความร่วมมือในชุมชนแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน และศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติดอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สำหรับในปีนี้กรุงเทพมหานครได้รับรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2560 รวม 5 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับดีเด่นด้านการบำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาผู้ติดยาเสพติด ได้แก่ นางวชิยาดา ชูขาว นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 (ดินแดง) รางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับดีเด่นด้านการส่งเสริมการแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้แก่ นายโฆษิต อักษรชาติ ผู้อำนวยการเขตบางบอน และสำนักงานเขตดอนเมือง รางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานระดับดีเด่นด้านการพัฒนานโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้แก่ นายสุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีบุคลากรในสังกัดที่ได้รับใบประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับดีเด่น ได้แก่ นางสาวเบญจวรรณ ท่าน้ำตื้น นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ

-------------------------------          (พัทธนันท์...กปส. รายงาน)


 

กลุ่มกรุงเทพกลางจับมือ SHOW DC เดินหน้าจัดกิจกรรม Bangkok Big Cleaning ร่วมพัฒนาเมืองเพื่อสังคมในอนา

(24 มิ.ย. 60) เวลา 08.00 น. : นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “Bangkok Big Cleaning กรุงเทพเมืองสะอาด” ซึ่งกลุ่มกรุงเทพกลางร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคเอกชนนำโดยศูนย์การค้า SHOW DC ล้างทำความสะอาดทางเท้าและผิวจราจร ถนนจตุรทิศ และทาสีขอบทางเท้า พร้อมทั้งร่วมปลูกต้นรวงผึ้ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยมี นางสาวปราณี สัตยประกอบ นายจรูญ มีธนาถาวร รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นายสุชีพ อารีประชาภิรมย์ ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากกลุ่มกรุงเทพกลาง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ สถานประกอบการ เจ้าของอาคาร ร้านค้า ชุมชน และจิตอาสากว่า 500 คน ร่วมพิธี ณ บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า SHOW DC เขตห้วยขวาง

ทั้งนี้ กิจกรรม “Bangkok Big Cleaning กรุงเทพเมืองสะอาด” จัดขึ้นตามนโยบาย “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW!” ของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ผู้ประกอบการ เจ้าของร้านบ้าน ร้านค้า ตลอดจนจิตอาสา ร่วมพลังกันทำความสะอาดย่านชุมชน การค้า ถนน คูคลอง สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย สอดคล้องกับนโยบาย “ประชารัฐร่วมใจ” ของรัฐบาล ซึ่งกิจกรรม ประกอบด้วย การปลูกต้นไม้ การพัฒนาทำความสะอาดล้างทางเท้า ผิวจราจร ท่อ ตะแกรงระบายน้ำ ทาสีคันหินและเครื่องหมายจราจรบนขอบทางเท้าบริเวณถนนจตุรทิศ ถนนพระราม 9 (ขาเข้า) และถนนเพชรอุทัย (ขาออก) เพื่อลดฝุ่นละอองบนท้องถนนบนท้องถนน และเสริมสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครตระหนักถึงปัญหาเรื่องความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้กำหนดนโยบายสะอาด (Clean) ให้เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการทันที ตามนโยบาย “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW!” โดยเน้นไปที่สถานที่สำคัญๆ ที่เป็นย่านชุมชน ย่านการค้า คูคลอง ทั่วทั้งกรุงเทพฯ โดยกำหนดให้มีกิจกรรม “Bangkok Big Cleaning กรุงเทพเมืองสะอาด” สับเปลี่ยนหมุนเวียนในพื้นที่เขตกรุงเทพกลางทั้ง 9 เขต ประกอบด้วย เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตพญาไท เขตดุสิต เขตวังทองหลาง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตพระนคร และเขตราชเทวี อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อเป็นการจุดประกายพลังความเข้มแข็งของชาวกรุงเทพฯ ที่จะร่วมกันพัฒนาสังคมที่เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันให้เป็นสังคมที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ และมีความสุขต่อไปในอนาคต

...........................................(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

เปิดมหกรรมกีฬาไทย รวมใจชาวบดินทร สานสัมพันธ์ครูและผู้ปกครอง


(23 มิ.ย. 60) เวลา 14.30 น. : นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิด “มหกรรมกีฬาไทย รวมใจชาวบดินทร” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะครู สมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา และเครือข่ายผู้ปกครองของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รวมถึงอนุรักษ์และสืบสานกีฬาไทยซึ่งเป็นมรดกของชาติ โดยกีฬาประกอบด้วย วิ่งเบี้ยว ตีล้อ วิ่งผลัด วิ่งกระสอบ เรือบก และชักเย่อ โดยมี นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตวังทองหลาง ดร.กล้าศักดิ์ จิตต์สงวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นายวรวิทย์ หงวนศิริ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ร่วมพิธีเปิด ณ สนามฟุตบอล โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โรงเรียนบดินทรเดชา เป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนในฝันของเด็กนักเรียนกรุงเทพฯ หลายๆ คน ที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อที่โรงเรียนแห่งนี้ และในทุกๆ ปี ก็จะมีนักเรียนของกรุงเทพมหานครได้เข้ามาเป็นสมาชิกของโรงเรียนบดินทรเดชาแห่งนี้อยู่เสมอ กรุงเทพมหานครต้องขอขอบคุณโรงเรียนบดินทรเดชา ตลอดจนคุณครูทุกท่านที่ได้สร้างพวกเขาให้เป็นเด็กที่ดี มีคุณภาพ และอนาคตที่ดีต่อไป และขอชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจของผู้ปกครองที่ร่วมใจมาจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ซึ่งการกิจกรรมในลักษณะนี้อาจเป็นจุดแข็งของสมาคมผู้ปกครองและครูของโรงเรียนแห่งนี้ ที่สามารถรวบรวมผู้ปกครองให้มาจัดกิจกรรมที่มีความสนุกสนาน ได้ทำกิจกรรมที่มีความสุข และได้ร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีไทย เพื่อให้ลูกหลานได้สืบสานต่อไป

.........................................(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

สัมมนาฯ ข้าราชการบำนาญในสังกัดกทม. สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังวัยเกษียณ


(23 มิ.ย. 60) เวลา 11.30 น. : นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพกายและใจ ตลอดจนแนวทางการดูแลรักษาสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยมี นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสำนักการคลัง และข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร คือบุคลากรที่ได้สร้างสรรค์ผลงานและทำคุณประโยชน์ให้แก่กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยที่ภารกิจและหน้าที่ของกรุงเทพมหานครมีความหลากหลาย การปฏิบัติงานจึงต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน พร้อมทั้งต้องใช้ความเสียสละ ความอดทน อดกลั้น ในการฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ข้าราชการบำนาญทุกท่านล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ รอบคอบ รวมถึงมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าทุกท่านจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ทุกท่านยังคงเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่า สามารถทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไป

สำหรับ โครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ได้รับความรู้เรื่องการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจหลังเกษียณอายุราชการ พร้อมได้พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และเครือข่ายผู้สูงอายุอย่างกว้างขวาง นับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ยืนยาวและมีความสุขยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้าราชการบำนาญสามัญ และข้าราชการครูบำนาญ ที่ได้เกษียณอายุไปแล้ว ปัจจุบันมี จำนวนประมาณ 18,000 คน ซึ่งการสัมมนาฯ แบ่งออกเป็น 3 รุ่นๆ ละ 1,000 คน หมุนเวียนกันไปในแต่ละปี โดยปีนี้กำหนดจัด ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560 รุ่นที่ 2 วันศุกร์ 23 มิถุนายน 2560 และรุ่นที่ 3 วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 2560

------------------(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

กทม. หนุนเต็มพิกัด ร่วมผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นสวรรค์แห่งการลงทุน


(23 มิ.ย. 60) เวลา 15.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงาน China (Shandong) – Thailand Investment and Trade Forum & Business Match-making  Meeting  พร้อมกันนี้ยังได้นำเสนอข้อมูลเรื่องเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของกรุงเทพมหานคร แก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วย คณะผู้แทนจากมณฑลชานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน  ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และนักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ณ ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศไทย ในปี 2558 กรุงเทพมหานครมีผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด (Gross Provincial Product – GPP) สูงที่สุดในประเทศ ด้วยมูลค่า 4.43 ล้านล้านบาท (130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือคิดเป็น 32.45% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product – GDP) กรุงเทพมหานครมีเศรษฐกิจที่กระจายตัวดี โดยมีภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การพาณิชย์ อุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงิน ซึ่งภาคเศรษฐกิจทั้งสี่ประเภทนี้คิดเป็นประมาณ 60% ของเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายได้ต่อประชากรในเขตกรุงเทพมหานครเท่ากับ 513,397 บาทต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองมาจากจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อไปว่า ในด้านการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครได้รับรางวัลเมืองน่าเที่ยวติดอันดับต้นๆ มาตลอดระยะเวลา 5 ปี ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ภาคการท่องเที่ยวก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่น โดยภาพรวมของการดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2558 กรุงเทพมหานครมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 34,761,852 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า  1 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมปี 2558 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง มีแนวโน้มที่จะพำนักอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 3 - 5 วันก่อนจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นหรือเดินทางกลับประเทศ

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจโดยตรง แต่ก็มีหน้าที่บริหารราชการและบริหารจัดการกิจการสาธารณูปโภคเพื่อให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบกิจการในเขตกรุงเทพฯ มีหน้าที่ดำเนินกิจการจำนวน 27 ภารกิจอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาสภาพแวดล้อม สวัสดิการและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีปัจจัยพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ กรุงเทพมหานครมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมีการใช้งบลงทุนมูลค่า 15,000-18,000 ล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2555 - 2558 สำหรับปีงบประมาณ 2559 นั้น กรุงเทพมหานครได้จัดทำค่าใช้จ่ายด้านงบลงทุนจำนวน 16,346 ล้านบาท คิดเป็น 23% ของรายจ่ายรวม

“ภายใต้แผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556- 2575) ผู้บริหารกรุงเทพมหานครมีนโยบายส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งธุรกิจและการลงทุน โดยเป็นศูนย์การค้า การเงิน การลงทุน การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร และบริการสีเขียว เพื่อให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็น “มหานครแห่งเอเชีย” ในปี พ.ศ.2575 โดยกรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของเอเชีย รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วิทยาการด้านต่าง ๆ ของภูมิภาค ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักลงทุนและนักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะได้รับความสะดวกสบาย ตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจในกรุงเทพมหานคร” นายทวีศักดิ์ กล่าวในที่สุด

---------------------- (ภวนพร...กปส. รายงาน)


 

หอสมุดเมือง กทม. จัดเสวนา “สุนทรภู่ ครูภาษา” ชวนตระหนักคุณค่าและอนุรักษ์ภาษาไทยวันสุนทรภู่


(23 มิ.ย. 60) น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานเสวนาหัวข้อ “สุนทรภู่ ครูภาษา”ซึ่งหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด และสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ จัดขึ้น ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร แยกคอกวัว เขตพระนคร เพื่อเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานของสุนทรภู่กวีเอกของไทยและของโลก พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมและสืบสานมรดกทางวรรณศิลป์ของสุนทรภู่ให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจ ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางภาษาไทยและการใช้ภาษาไทย โดยมี รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ ผศ.ดร.สายวรุณ สุนทโรทก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒฯ อ.วรวุฒิ ภักดีบุรุษ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ร่วมเสวนา

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเสวนา “สุนทรภู่ ครูภาษา” ในวันนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสุนทรภู่ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิ.ย. ของทุกปี ถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้ทุกคนเห็นคุณค่าของภาษาไทยที่สำคัญของบรมครูของไทย คือ สุนทรภู่ ตลอดจนให้บรมครูสุนทรภู่เห็นว่า คนไทยไม่ไร้ฝีมือ ยังมีกวีที่จะเกิดขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์อีกมากมาย สิ่งที่ครูสุนทรภู่สร้างมาทั้งวรรณกรรมและกวีเป็นสิ่งที่ชี้ความเป็นชาติ รากแท้ของไทยเกิดจากรากวัฒนธรรมไทย ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันสืบสานมรดกที่ยิ่งใหญ่และมรดกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ขอให้ทุกคนได้นำสิ่งที่ได้รับจากการเสวนาไปปรับใช้ในการสร้างความรู้ รวมถึงปรับใช้ในห้องสมุดและสถานศึกษา เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการเติมเต็มความรู้และองค์ปัญญา และหอสมุดเมืองฯ แห่งนี้ เป็นหอสมุดของทุกคนที่สามารถมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เสมือนห้องเรียนของทุกคนได้

----------------- (พัทธนันท์...กปส. รายงาน)


 

กทม. ชวนชุมชนและอาสาสมัครฯ ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงรุก


(23 มิ.ย. 60) เวลา 13.30 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมรวมพลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด” พร้อมมอบรางวัลแก่หน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดระหว่างเวลา 08.00-15.30 น. ณ โรงแรมอินทรา รีเจนท์ ถนนราชปรารภ เขตราชเทวี โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พลตรีชวการ คมคาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายเฉลิมชน คงสมใจ ประธานอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักอนามัย ผู้บริหารเขตภาษีเจริญ ผู้บริหารเขตสะพานสูง ผู้บริหารเขตบางรัก ผู้บริหารเขตคลองเตย ผู้บริหารเขตบางนา ผู้บริหารเขตบางกะปิ ผู้บริหารเขตหนองจอก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด และอาสาสมัครกรุงเทพมหานครในสถานศึกษา รวมจำนวน 1,200 คน ร่วมพิธี

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยจัดงานมหกรรมรวมพลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด” ขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย ตลอดจนสำนึกและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้ชุมชนร่วมใจระวังภัยยาเสพติด อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดในชุมชน อาสาสมัครกรุงเทพมหานครในสถานศึกษาได้รับองค์ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การมอบรางวัลแก่หน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร เรื่อง “พลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด” และการกล่าวปฏิญาณตนต้านยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นิทรรศการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และการแสดงสร้างสรรค์ต้านยาเสพติด 4 ชุด ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงาน องค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อันจะส่งผล ทำให้สามารถลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกรุงเทพมหานครลงได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดนับเป็นปัญหาสังคมที่มีความร้ายแรงระดับชาติ ทุกสังคมและชุมชนกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดแพร่กระจายไปทั่ว ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้ลักลอบจำหน่าย แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดปัญหายาเสพติดได้ เนื่องจากเป็นขบวนการที่สลับซับซ้อน ผู้จำหน่ายพัฒนาวิธีการขายได้อย่างแยบยล และนับวันจะเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อย่างที่เห็นเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ดังนั้นทุกฝ่ายโดยเฉพาะอาสาสมัครชุมชน โรงเรียน หรือสถานศึกษา และสถานประกอบการต้องร่วมมือกันสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยเข้าไปมีส่วนร่วม สร้างความคุ้นเคย จะทำให้ทราบพฤติกรรมและสามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ต้องการให้ชุมชนและสังคมอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยและสงบสุขตลอดไป

----------------- (อรรจน์ชญาณ์...กปส. รายงาน)


 

กทม. เร่งพัฒนาแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากร เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำย่านถนนรามคำแหง


(23 มิ.ย. 60) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากรและระบบระบายน้ำบริเวณถนนรามคำแหง โดยมีนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางสาวจุฑามาศ วิรุฬห์ธานี ผู้อำนวยการเขตสะพานสูง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตสะพานสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการ ณ บริเวณโครงการแก้มลิง ข้างโรงเรียนโสมาภานุสสรณ์ ถนนรามคำแหง เขตสะพานสูง

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากร ซึ่งการก่อสร้างติดปัญหาการรุกล้ำบริเวณคลองบ้านม้า 2 ที่ผ่านมาสำนักงานเขตสะพานสูงและสำนักการระบายน้ำได้ลงพื้นที่เจรจากับผู้รุกล้ำแล้ว ซึ่งผู้รุกล้ำยินยอมให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกไปเป็นอย่างดี หลังจากนี้กรุงเทพมหานครจะดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากรต่อไปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จไม่เกิน 1 ปี ถ้าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 227,000 ลบ.ม. โดยช่วยรองรับน้ำจากหมู่บ้านสัมมากรและถนนรามคำแหงมากักเก็บไว้ในแก้มลิงดังกล่าว อย่างไรก็ตามการก่อสร้างในช่วงแรกจะติดปัญหาและอุปสรรคทำให้การก่อสร้างล่าช้า บริเวณหมู่บ้านสัมมากรมีบ้านเรือนประชาชนประมาณ 2,000-3,000 หลังคาเรือน โดยหมู่บ้านได้มอบบึงรับน้ำ ซึ่งมีทั้งหมด 4 บึง ให้กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 4 บึง จะสามารถรองรับน้ำจากคลองบ้านม้า คลองบ้านม้า 2 และคลองสะพานสูง ซึ่งคลองทั้ง 3 แห่ง จะมาเชื่อมกับคลองแสนแสบ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ในช่วงที่ฝนตกก่อนระบายลงสู่คลองต่างๆ ต่อไป

แก้มลิง 25 แห่งทั่วกรุง รองรับปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม.

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า ในขณะนี้กรุงเทพมหานครมีแก้มลิงทั้งหมด 25 แห่ง สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม. ซึ่งในส่วนแก้มลิง 25 แห่ง เป็นแก้มลิงของเอกชน 7 แห่ง เช่น บึงสวนสยาม บึงสีกัน บึงข้างโรงเรียนแอนเนกซ์ บึงหมู่บ้านเมืองทองการ์เด้น บึงหมู่บ้านเมืองทองธานี 2/1 และ 2/2 ซึ่งบึงของเอกชนมีส่วนช่วยในการกักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกเป็นจำนวนมาก นอกจากแก้มลิงทั้ง 25 แห่งนี้แล้ว กรุงเทพมหานครได้พยายามใช้ประโยชน์จากแก้มลิงของหน่วยราชการ เช่น กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.2 รอ.) ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ขอความอนุเคราะห์ขอใช้พื้นที่แก้มลิง เพื่อการชะลอน้ำในช่วงที่ฝนตก นอกจากนี้ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ กรุงเทพมหานครจะเจรจราพูดคุยกับหมู่บ้านนอร์ทปาร์ค ซึ่งมีพื้นที่แก้มลิงและระบบสูบน้ำอยู่ ถ้าหากสามารถใช้แก้มลิงและระบบสูบน้ำที่มีอยู่ได้ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังที่บริเวณถนนงามวงศ์วาน จะมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

เล็งเพิ่มแก้มลิงอีก 12 แห่ง พร้อมชวนภาครัฐและเอกชนพัฒนาบึงรับน้ำ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามแก้มลิงที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ ทั้งในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่เอกชน และพื้นที่หน่วยราชการอื่นๆ คงจะไม่เพียงพอ ในอนาคตกรุงเทพมหานครโดยสำนักการระบายน้ำ มีแนวคิดในการเพิ่มพื้นที่แก้มลิงไม่น้อยกว่า 12 แห่ง ถ้าคิดเป็นตัวเลขแล้วจะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำไม่ต่ำกว่า 6 ล้านลบ.ม นับว่าเป็นจำนวนที่มาก แต่ในขณะเดียวกันหากหมู่บ้านหรือหน่วยราชการใด ประสานงานมายังกรุงเทพมหานครให้มีการพัฒนาบึงรับน้ำหรือแก้มลิงด้วยกัน โดยกรุงเทพมหานครช่วยบริหารจัดการให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีสภาพที่ดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน การพัฒนาแก้มลิงในหมู่บ้านนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง อาจไม่ใช่การป้องกันและแก้ปัญหาในภาพรวม แต่เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านตนเองก็ได้ เพราะจะช่วยกักเก็บน้ำจากพื้นถนนหน้าหมู่บ้านในช่วงฝนตก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังหน้าหมู่บ้าน และอำนวยความสะดวกต่อการสัญจรในเส้นทางใกล้เคียง เพราะฉะนั้นแก้มลิงไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม เมื่อมีการพัฒนาเพื่อให้กักเก็บน้ำได้ในช่วงที่ฝนตก จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้

“การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น เราคงจะมองเฉพาะเรื่องคลองอย่างเดียว ท่อระบายน้ำอย่างเดียว หรือเฉพาะอุโมงค์เพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่ ควรจะมีทุกอย่างที่ผสมผสานกัน ซึ่งแก้มลิงก็เป็นหนึ่งในวิธีที่เราสามารถนำมาป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว

----------------- (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)


 
บทความ อื่นๆ ...
AD_BMA


















จดหมายข่าวรัฐบาล เพื่อประชาชน

สำรวจการรับรู้ของประชาชน 1
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ สานต่อภารกิจ “ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 2
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกันฟื้นฟูคลองลาดพร้าว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 3
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) หรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 4
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Big Cleaning กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 5
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
ผู้เยี่ยมชมตั้งแต่ 13 ต.ค. 52
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
11